posttoday
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

03 มกราคม 2556

ข้าราชการเกษียณอายุกลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันประเมิน “แนวโน้มสถานการณ์บ้านเมืองในปี 2556” ว่า น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยศึกษาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2555 ที่ยังมีประเด็นร้อนต่อเนื่องไปยังปี 2556 นัยหนึ่ง บทเรียนในปี 2555 จึงน่าจะบอกแนวโน้มในปี 2556 ได้

ข้าราชการเกษียณอายุกลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันประเมิน “แนวโน้มสถานการณ์บ้านเมืองในปี 2556” ว่า น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยศึกษาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2555 ที่ยังมีประเด็นร้อนต่อเนื่องไปยังปี 2556 นัยหนึ่ง บทเรียนในปี 2555 จึงน่าจะบอกแนวโน้มในปี 2556 ได้

การเมืองภายในประเทศจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางประเทศในปี 2556 ซึ่งศูนย์กลางของความขัดแย้งยังวนเวียนอยู่รอบตัวทักษิณเป็นสำคัญ คู่ขัดแย้งหลักยังคงเป็นรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย กับฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์

พลังของการขัดแย้งหลัก ยังเป็น กลุ่ม นปช. หรือเสื้อแดง กับกลุ่มเสื้อสีอื่นๆ ประเด็นหลักในความขัดแย้ง เป็นเรื่องการฟอกความผิดของทักษิณ และเอาทักษิณกลับบ้านให้ได้ ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ปัญหาประชาธิปไตย

เป็นเพียงยุทธวิธีเท่านั้น

ในปี 2556 นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ความสำคัญเร่งด่วนในปี 2556 คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหลัก เรื่องอื่นเป็นรอง ในขณะที่ประชาชนต้องการให้มุ่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ ข้าวของแพงขึ้นก่อน รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนสวนทางกับความต้องการของประชาชนเช่นเดิม

แม้รัฐบาลและประชาชนต้องการเห็นความปรองดองของคนในชาติ แต่การตีความคำว่า “ปรองดอง” แตกต่างกัน โดยรัฐบาลมองว่า ความปรองดองคือการฟอกความผิดให้คนคนเดียว ในขณะที่ประชาชนมองว่า คนทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป นอกจากนั้น กลไกรัฐด้านความยุติธรรมขั้นต้น เช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการถูกกำหนดให้รับใช้นักการเมืองในประเด็นขัดแย้ง

การเมืองไทยปี 2556 คงไม่สงบนัก ประเด็นการเมืองจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดแนวโน้มบ้านเมืองในปี 2556 ว่าจะสงบร่มเย็น หรือร้อนรุ่ม แต่มีแนวโน้มว่าจะวุ่นวายมากกว่าเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง ยังเป็น “เดิมพัน” ที่คู่ขัดแย้งสองฝ่ายไม่ยอมประนีประนอมที่จะนำไปสู่การขัดแย้งอย่างรุนแรงของคนในสังคม นอกจากแตกหักกันไปข้างหนึ่ง

แม้รัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน ตลอดจนโพลสำนักต่างๆ มีความต้องการตรงกันที่อยากเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในปี 2556 แต่รัฐบาลกับประชาชนตีความหมายของคำว่าปรองดองแตกต่างกัน โดยรัฐบาลมองว่า ประเทศจะปรองดองได้ต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดให้กับนักโทษ แต่ประชาชนมองว่า คนทำผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมายบนมาตรฐานเดียวกันเช่นเดียวกับการตีความคำว่าประชาธิปไตยที่รัฐบาลมองว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้นถึงจะเป็นประชาธิปไตย แต่ประชาชนมองต่างจากรัฐบาล

ในหลักการบริหารประเทศ รัฐบาลต้องบริหารตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่เพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชน และเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่ดูเหมือนว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารบนความต้องการของตนเป็นสำคัญ ที่สวนทางกับความต้องการของประชาชน เพราะฉะนั้น หากจะเกิดความวุ่นวายหรือมีการชุมนุมประท้วงก็ไม่น่าแปลกใจ

ด้านการเมืองต่างประเทศนั้น หนึ่งในประเด็นร้อนสำหรับปี 2556 คือ กรณีปราสาทพระวิหาร ที่ศาลโลกอาจมีคำวินิจฉัยออกมาในปีนี้ ณ วันนี้ดูเหมือนไทยจะแพ้ ทั้งนี้ พิจารณาจากคำแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศ ปลัดกระทรวงต่างประเทศ เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากเพราะประชาชนมองรัฐบาลชุดนี้ว่ามีลับลมคมในกับผู้นำเขมรในเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางอย่าง และอาจตอบแทนผู้นำเขมรที่มีส่วนช่วยเหลือให้รัฐบาลชุดนี้ขึ้นสู่อำนาจอีกด้วย

นอกจากนั้น หากรัฐบาลยอมรับอำนาจ ศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อมุ่งเอาผิดกับผู้นำฝ่ายค้าน ก็จะขยายความขัดแย้งและลามปามออกไปมากขึ้น เหล่านี้เป็นประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวเพราะเกี่ยวกับความรู้สึกรักชาติ

ด้านเศรษฐกิจมหภาค นั้นคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนัก แต่เศรษฐกิจจะขยายตัวแบบไม่ยั่งยืนและไม่สมดุล การขยายตัวทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายภาครัฐเป็นสำคัญ แต่ห่วงเงินที่รัฐบาลกู้มาเพื่อใช้จ่ายในโครงการต่างๆ กว่า 2.2 ล้านบาทนั้นจะทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นในระยะยาวและประชาชนจะแบกภาระเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับโครงการประชานิยมที่จะค่อยๆ ส่งผลกระทบให้เห็นชัดขึ้น โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว ส่วนเศรษฐกิจระดับชาวบ้านนั้น ประชาชนจะเดือดร้อนมากขึ้นจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พลังงานที่เพิ่มขึ้น เกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตหลักลดลง การชุมนุมประท้วงอาจเห็นได้ทั่วไปหากรัฐบาลยังแก้ปัญหาราคาสินค้าภาคเกษตรตกต่ำไม่ได้

ด้านสังคมวัฒนธรรม การทุจริตคอร์รัปชันจากโครงการของภาครัฐที่มีมูลค่ารวมเป็นล้านล้านบาท เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลที่จะถูกขุดคุ้ย เปิดโปง แม้จับไม่ได้คาหนังคาเขาก็ตาม การคอร์รัปชันถือว่าเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลชุดนี้

ด้านการทหาร ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดประการหนึ่งของรัฐบาลที่ถูกวิจารณ์ว่า ไม่ให้การเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร สถิติชี้ชัดเจนว่าปี 2555 ที่ผ่านมา สถานการณ์รุนแรงขึ้นและมีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่องในปี 2556 ซึ่งองค์การระหว่างประเทศเฝ้าจับดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ในปี 2556 คงไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น

สรุปว่า ปัญหาหลักของบ้านเมืองในปี 2556 น่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเป็นสำคัญ ความวุ่นวายหากเกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาที่ประชาชนตอบสนองต่อการกระทำของรัฐบาล เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงเป็นผู้ที่จะก่อให้เกิดปัญหาหรือผู้ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา รัฐบาลจะเป็นผู้นำในการนำพระราชดำรัสเรื่องความเมตตาและความหวังดี ปรารถนาดีต่อกันมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ในปี 2556 รัฐบาลชุดนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริงหรือ?

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์