
ตำรวจนอกรีตปี 2555 ก่อคดีฉาวเพียบ
มีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมายหลายคดีในรอบปี 2555 บางคดีเป็นคดีดัง หลายคดีเป็นเรื่องสัพเพเหระ หรือแม้กระทั่งคดีการเมือง
มีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมายหลายคดีในรอบปี 2555 บางคดีเป็นคดีดัง หลายคดีเป็นเรื่องสัพเพเหระ หรือแม้กระทั่งคดีการเมือง
โดย วัสยศ งามขำ
สีกากีนอกรีตเริ่มฉาบลวดลายบนหน้าหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่เมื่อวัน 26 มี.ค. เกิดเหตุคนร้าย 4 คน ใช้อาวุธสงครามปืนอาก้าและปืนพกสั้น ปล้นรถขนเงินธนาคารกสิกรไทย สาขาอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เหตุเกิดกลางตลาดอินทร์บุรี กลางวันแสกๆ ได้เงินสดไป 2 ล้านกว่าบาท
ที่น่าตกใจก็คือการสอบสวนทีมปล้นที่จับกุมมาได้ ซึ่งให้การซัดทอดว่า การปล้นสะท้านเมืองสิงห์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วยถึง 2 นาย คือ พ.ต.อ.พิจิตร กรมประสิทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร และ ด.ต.นารายณ์ ทิพย์ปรีชาธร ผบ.หมู่งานสืบสวน จ.นครสวรรค์ โดย พ.ต.อ.พิจิตร เป็นผู้บงการและวางแผนทั้งหมด ปัจจุบันยังคงหลบหนีการจับกุมตัวและหายไปกับสายลม
คดี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆาตกรรม 2 สามีภรรยา นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ แม้ว่าทุกวันนี้จะยังหาศพ 2 สามีภรรยาไม่พบ แต่ตัวของหมอสุพัฒน์ก็ถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรม หลังตำรวจภูธรภาค 7 มีหลักฐานว่าเขาได้ก่อเหตุฆาตกรรม นายอีต้า คนงานชาวพม่าที่ทำงานในไร่ของเขาเองที่ จ.เพชรบุรี
หลังจากการหายตัวไป 3 ปี คดีนี้ก็เริ่มฉายแสงแห่งความลึกลับมากขึ้น เมื่อ นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของ หมอสุพัฒน์ ได้พา นายสว่าง นุ่มจุ้ย พ่อของ นายสามารถ ไปที่บ้านหลังหนึ่งของ หมอสุพัฒน์ ที่ชุมชนศิริโชติ อ.เมือง จ.นนทบุรี จนพบว่ารถยนต์ปิกอัพของ นายสามารถ จอดอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การขุดไร่กลับพบโครงกระดูกของ นายอีต้า คนงานชาวพม่าที่มีพยานและหลักฐานเชื่อว่า หมอสุพัฒน์ เป็นฆาตกร และฝังศพไว้ในไร่ของตัวเอง ตำรวจจึงแจ้งข้อหาฐานฆาตกรรม ทำให้ปัจจุบันแพทย์ตำรวจคนนี้ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำรอการพิจารณาคดี โดยที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว
ถัดมาเพียงเดือนเดียวตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง ได้จับกุมตัว นายฐิติ เพ็งสุข พร้อมของกลางยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 5 กิโลกรัม ที่ทำให้น่าตกใจก็คือ เขาให้การซัดทอดว่า ได้รับจ้างจาก ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผบ.หมู่จราจร สน.ประชาชื่น 1 แสนบาท ให้ขับรถยนต์ซุกของกลางเข้ามาเมืองกรุง นั่นทำให้ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล จับกุมตัว ด.ต.มนัส ได้เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ขณะกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง นอกจากนี้ยังขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาอีกหลายราย
ตำรวจยังระบุว่า ด.ต.มนัส ได้ว่าจ้างให้ขนยาบ้าล็อตใหญ่หลักแสนเม็ดเข้ากรุงเทพฯ มามากกว่า 10 ครั้ง แต่ละครั้งจำนวนยาบ้าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คดีนี้ส่งผลให้ตำรวจระดับผู้บริหาร สน.ประชาชื่น เด้งกันทั้งโรงพักในโผการแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อต้นเดือน ธ.ค. ในฐานะที่ไม่สอดส่องดูแลลูกน้องตัวเองที่ปล่อยให้เป็นมาเฟียยาบ้า ทั้งที่ตัวเองเป็นตำรวจในสังกัดนครบาล และอยู่ในโรงพักเกรดเอระดับหัวแถวของตำรวจเมืองหลวง
ถัดมาไม่นานนัก วันที่ 10 ธ.ค. สีกากีก็ฉาวอีกรอบ เมื่อตำรวจโรงพัก สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพ เหตุเกิดภายในร้านอีสเทิร์นแอดเวอร์ไทซิ่ง ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี ผู้ตายคือ นายพัลลภ ตฤณปฤษฎา เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายปุ๋ยเจริญผลใน จ.ชลบุรี และนายสมหมาย โฉมงาม ทนายความ ตำรวจสืบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายพัลลภ นัดเคลียร์ข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่มีปัญหาอยู่กับ ด.ต.สำราญ แจ้งสุข ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 2 ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน โดยมี นายสมหมาย ซึ่งเป็นทนายความมาเป็นเพื่อน โดยข้อพิพาทที่ดินนี้ขัดแย้งกันมานาน 2 ปีแล้ว ยังตกลงกันไม่ได้กระทั่งมาเจรจากันและเกิดยิงกัน
ทั้งนี้ ด.ต.สำราญ ตำรวจปืนโหดรายนี้ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด พร้อมมอบอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. ที่เป็นอาวุธประจำกาย ให้พนักงานสอบสวนไว้ตรวจสอบ แต่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่าช่วงเวลาเกิดเหตุตนเองอยู่ในตัวเมืองชลบุรี กำลังปฏิบัติหน้าที่ และอ้างว่าคนร้ายอาจจะมีหน้าตาคล้ายกันก็ได้ อย่างไรก็ตามตำรวจระบุว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญจึงไม่ให้ประกันตัว เพราะอาจจะไปข่มขู่พยานได้
วันที่ 12 ธ.ค. ตำรวจเมืองนครพนมได้รับแจ้งเหตุจากนายชัยวัฒน์พนธ์ ศรีสมทรัพย์ ชาวไทยและนายสมศักดิ์ วันวิไล ชาวลาว ว่ามีคนร้าย 3 คนดักปล้นเงินจำนวน 3.5 ล้านบาท ที่เพิ่งถอนออกมาจากธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม นอกจากนี้ยังจับตัว นายศรไชย สีหาราด ชาวลาวน้องชายนายสมศักดิ์ ขึ้นรถคนร้ายหลบหนีไปด้วย
คนร้ายที่ก่อคดีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแก๊งตำรวจนอกรีตที่วางแผนร่วมกับพนักงานแบงก์ ก่อเหตุฉาวจนตำรวจต้อง “ปิดเมืองไล่ล่า” และก็สามารถรวบตัวไว้ได้ยกแก๊งหลังก่อเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง คือ จ.ส.ต.เอกชัย สิงห์ทองใหญ่ ตำรวจทางหลวง ก่อนที่จะสอบสวนขยายผลไปจับกุม ด.ต.ชดาวุฒิ นนท์คำวงศ์ ด.ต.จำนงค์ รักษา ทั้งคู่เป็นตำรวจทางหลวงประจำตู้ยาม ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม และ ด.ต.ณรงค์ บุญสินชัย ตำรวจสังกัด ตชด.235 ธาตุพนม และนายทองเลิศ มาศหลุบเหลา พนักงานบริการลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม ทั้งหมดถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันปล้นทรัพย์
คดีฉาวส่งท้ายปีคงหนีไม่พ้นแก๊งตำรวจค้ายาบ้า ที่ค้ากันแบบยกโรงพัก โดยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ชาร์จจับกุมตัว พ.ต.ท.ธรรมนูญ นาคบัว สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธร อ.อวน จ.น่าน ร.ต.ต.จิตติพงษ์ โสไชย รองสารวัตรปราบปราม ด.ต.นลธวัช พรรษา ด.ต.อรรถพล คำแสน และ ด.ต.สักกพงษ์ เชียงหนุ้น ทั้งหมดอยู่โรงพักเดียวกัน ถูกจับพร้อมยาบ้า 1 ล้านเม็ด ขณะใช้รถตำรวจตราโล่ของโรงพักขนยาบ้าดังกล่าวมาส่งให้ลูกค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา
การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากตำรวจปราบปรามยาเสพติด สืบพบว่า ร.ต.ต.จิตติพงษ์ มีประวัติพัวพันกับกลุ่มค้ายาเสพติดใน จ.เชียงใหม่ ในสมัยเป็นตำรวจ ตชด. หลังจากย้ายมาประจำที่ สภ.อวน ก็ได้ชักชวนตำรวจนายอื่นเข้าร่วมขบวนการด้วย เรียกได้ว่าทำกันทั้งโรงพักแบบครบวงจร
ท่ามกลางวาทกรรมของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่ต้องการให้ตำรวจไม่แตกแถว และไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาชญากรรม และยาเสพติด ปีหน้าจะเป็นอย่างไรคงต้องดูกันอย่างใกล้ชิด.







