
7วันอันตรายเมาห้ามผ่าน-ห้ามขับรถ
บรรยากาศการท่องเที่ยวเทศกาลปีใหม่คึกคักทั่วไทย ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเริ่มทยอยเดินทางไปท่องเที่ยวแหล่งยอดฮิตหรือกลับมาตุภูมิ ทำให้สถานที่ต่างๆ จัดกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยตลอดทั้งตั้งจุดตรวจอย่างเข้มข้นในช่วง 7 วันอันตรายบนถนนสายสำคัญต่างๆ ที่จะเดินทางไปภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
บรรยากาศการท่องเที่ยวเทศกาลปีใหม่คึกคักทั่วไทย ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเริ่มทยอยเดินทางไปท่องเที่ยวแหล่งยอดฮิตหรือกลับมาตุภูมิ ทำให้สถานที่ต่างๆ จัดกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยตลอดทั้งตั้งจุดตรวจอย่างเข้มข้นในช่วง 7 วันอันตรายบนถนนสายสำคัญต่างๆ ที่จะเดินทางไปภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ถนนโรจนะเส้นทางขาเข้าเกาะเมืองกรุงเก่า เพราะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีถนนสายสำคัญที่จะเดินทางไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเส้นทางต่อเชื่อมไปภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ ผ่านถนนวงแหวน ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ทางตำรวจจึงได้จัดนำตัวแมสคอตเป็นตัวการ์ตูนขนาดใหญ่ ทั้งตำรวจ และอาสากู้ภัยมาช่วยรณรงค์แจกแผ่นพับเพื่อขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการขับรถให้ถูกกฎจราจร สวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งในช่วงปีใหม่จะเข้มงวดห้ามเมาสุราขณะขับขี่รถยนต์ เพราะเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุต่างๆ ทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และจะมีการตั้งด่านตรวจเมาสุราขณะขับขี่เพื่อดำเนินการจับปรับแบบเข้มงวดเช่นกัน
ขณะที่บริเวณจุดพักรถโดยสารริมถนนมิตรภาพ ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ตั้งจุดตรวจความพร้อมของสภาพรถโดยสารสาธารณะ และพนักงานขับรถ ซึ่งจะทำการตรวจสภาพความพร้อมของตัวรถโดยสารทุกคันที่ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพเพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะทำการตรวจตัวถังของรถโดยสาร ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก และสภาพล้อยาง พร้อมทั้งตรวจสภาพความพร้อมของพนักงานขับรถ ทั้งใบอนุญาตขับรถ ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และตรวจสมุดประจำตัว เพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการขับรถของพนักงานว่าได้ขับรถโดยสารมาเป็นเวลานานมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการขับรถโดยสารนานกว่า 4 ชั่วโมง พนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าวจะต้องจอดพักเป็นเวลา 30 นาที จึงจะสามารถขับรถโดยสารต่อไปได้ และหากตรวจพบว่ารถโดยสารคันใดมีสภาพไม่ได้มาตรฐานก็จะสั่งให้เปลี่ยนรถโดยสารทันที ส่วนพนักงานขับรถหากพบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์ก็จะยึดใบอนุญาตขับขี่และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมกับถูกปรับในอัตราสูงสุด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและป้องกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้จุดตรวจดังกล่าวยังมีการให้บริการนวดคลายเมื่อยให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถยนต์ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดด้วย
ขณะที่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร (อส.) ได้ระดมเครื่องมือเข้าประจำการและเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงสำคัญที่จะมีนักท่องเที่ยวและนักเดินทางใช้เส้นทาง อาทิ ดอยอินทนนท์ ขณะที่การตั้งด่านและจุดตรวจจะเน้นเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งประสานไปยังส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งให้ดูแลพื้นที่รับผิดชอบของตนเองด้วย
“ช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้นทุกฝ่ายต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังและตรวจสอบความเรียบร้อย ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ขณะเดียวกันอยากจะขอฝากถึงประชาชนให้ตรวจสอบสภาพของยานพาหนะให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง รวมถึงผู้ให้บริการรถเช่า ต้องให้คำแนะนำเรื่องเส้นทาง การใช้ยานพาหนะ และกฎระเบียบข้อบังคับแก่ผู้ที่มาเช่าด้วย” ธานินทร์ สุภาแสน ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวเน้นย้ำ
ที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ตั้งหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทุ่งสง ในช่วงขาขึ้นทางหลวงเอเชีย สาย 41 ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานให้บริการประชาชนรวมทั้งตรวจเข้มป้องกันเมาแล้วไปขับรถ
“ฝากเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะว่า หากดื่มสุราแล้วไม่ควรขับรถ ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร อย่างเคร่งครัด เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ไม่ขับรถย้อนศร” เจษฎา วัฒนานุรักษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าว







