
ฉายารัฐบาล “สุขกันเถอะเรา”
“ อย่าสักแต่หลับหูหลับตาไปหาคนมาให้ครบๆ คนไม่มีสมองไม่ต้องเอามาเพราะการทำประชาเสวนาเป็นหนึ่งในหนทางที่จะให้บ้านเมืองไปรอด"
ฉายารัฐบาล “สุขกันเถอะเรา” ยิ่งลักษณ์: นางงามสารระเหย
“ อย่าสักแต่หลับหูหลับตาไปหาคนมาให้ครบๆ คนไม่มีสมองไม่ต้องเอามาเพราะการทำประชาเสวนาเป็นหนึ่งในหนทางที่จะให้บ้านเมืองไปรอด"
โดย ขำ เคืองใจ
เข้าสู่ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้เปิดแถลงฉายาบุคคลโดดเด่นทางการเมือง ในฐานะติดตามตรวจสอบการทำงานแหล่งข่าว ขอโหนกระแสหยิกแกมหยอกให้ฉายาคณะผู้บริหารชาติกับเขาบ้าง
รายแรก ต้องให้เกียรติ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ครุ่นคิดอยู่นาน คิดหลายวัน ท่านผู้นำจะเหมาะสมฉายาไรดี ผุดขึ้นอย่างฉับพลันความงดงามในตัวเธอต้องมาเป็นลำดับแรก เพราะตั้งแต่บ้านนี้เมืองนี้มีผู้นำประเทศ ไม่เคยมีนายกฯสุภาพสตรีมาก่อน แถมใครเห็นไม่เคยมีเสียงค้านต่างให้คะแนนความสวยราวกับนางงามผ่านรอบแรก
ด้านจริตจก้านน่าชื่นชม พลิ้วไหวไหลลื่นเป็นงานกว่าปีที่ผ่านมา สื่อถามเรื่องการเมืองที่มีนายกฯเกี่ยวพัน แต่ผู้นำประเทศตีกรรเชียงหนีก่อนยกให้เป็นเรื่องของสภาบ้าง เรื่องนี้ไม่เกี่ยว พลิกบทให้เลิกสนใจความขัดแย้งโดยท่านผู้นำพยายามอัพตัวตนให้เป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ ครั้นจะไปทวีปใดต้องจัดชุดตามเอกลักษณ์ประเทศนั้นๆ ลีลาจับมือเผยอปากทักทายผู้นำโลกเป็นที่โจษขานยากต่อการเลียนแบบ บทบาทเด่นเช่นนี้แม้แต่อดีตผู้นำไทยฝ่ายชายต้องยกธง ก่อนยกนิ้วให้กับคารมตามสคริ๊ป ผิดถูกไว้ทีหลัง ขอเน้นภาพสวยงามประดับหน้าหนึ่งสื่อมวลชนในคอนโทรลไว้ก่อน
พริตตี้ตามท้องเรื่องยังเผื่อแผ่ไปถึงความงามตามท้องนา ระดับพี่น้องรากหญ้า แห่ชื่นชมหลังนางงามเดินสายขายนโยบายประชานิยม โปรยยาหอมประหนึ่งใส่สารระเหย ให้คนหลงไหลมัวเมา ไม่ว่าจะเป็น ขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วไทย กรรมกรกินดีอยู่ดี หรือ จำนำข้าวสร้างรายได้ไม่ยากจน ส่วนเงินประเทศจะหมดโกดังคลังหรือไม่ เดี๋ยวกู้มาโปะได้ ใครอย่าได้ริถามหายนะชาติ นางงามสายสะพายไม่ตอบเพราะไม่ได้อยู่ในสคริ๊ป ตอนนี้ชาติต้องงดงามเหมือนใบหน้าเธอ
เป็นที่รับรู้ตามเส้นทางพาฝัน เธอจะคิดการณ์ใดต้องมีพี่ชายกำกับอีกที ด้วยการให้เคล็ดลับไม่ต้องกระวนกระวายใจปัญหาชาติ ให้ปล่อยสารระเหยต่อไป จะทำให้เกิดพลังหนุนนำจากหลากสารทิศที่ได้เสพติดมอมเมา ตรงนี้จึงทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ยืนหยัดอยู่ได้ ผ่านมรสุมต่อต้าน ไม่สะทกสะท้านขออยู่ต่อไป อยู่จนคนทางไกลไม่อยากให้อยู่เท่านั้นเอง เพราะฉนั้น ฉายาเหมาะเหม็งขออวยพรให้โชคดี “นางงามสารระเหย“
ตามลำดับรองนายกรัฐมนตรียึดเก้าอี้เหนียวแน่นหนึบ เพราะด้วยประสบการณ์ความสามารถโชกโชนจึงยืนหยัดอยู่ได้มาหลายยุคหลายสมัย ยกให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี
รายนี้ครบเครื่องความเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าและเก๊า ไม่ว่าศึกเหนือเสือใต้กระแทกใส่รัฐบาล รองเฉลิมสรรหากลวิธีรับศึก แม้อดีตเคยถูกให้ฉายาเป็นนักการเมืองระดับโรงน้ำแข็งมาถึงปัจจุบัน ร.ต.อ.เฉลิม รักษาสไตล์นี้ไม่เคยเปลี่ยน รู้จักสร้างข่าว ผุดประเด็นใหม่เบี่ยงเบนประเด็นเก่า ด้วยข้อมูลไหลลื่นจริงเท็จประการใดปล่อยไว้ให้ตีความ แต่ทั้งหมดทั้งปวงมุ่งหมายปกป้องประตูเมืองรัฐบาลที่ตนอยู่ให้ถึงที่สุด กลวิธีรักษาอำนาจ ภักดีผู้มีบุญคุณระดับได้โล่ห์พิทักษ์รัฐบาล เหมาะมากฉายา “นายทวารเหล็กไหล”
หนึ่งในครม.ยิ่งลักษณ์ ที่มีผลงานอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล
ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ สร้างภารกิจเร่งด่วนยิ่งกว่านโยบายเร่งด่วนที่แถลงต่อรัฐบาล ด้วยการทำทุกวิถีทางเอื้ออำนวยความสะดวกให้คนไกลดูไบ อุณหภูมิการเมืองพุ่งปรี๊ดทันทีที่หาทางเจรจาเปิดทางให้คนไกลดูไบไฉไลถิ่นซากุระ ตามด้วยความว่องไวไฟเขียวคืนพาสปอร์ตผู้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริต หลบหนีอยู่ต่างประเทศ
ด้วยผลงานเพื่อคนคนเดียวมาก่อนส่วนรวม จึงได้โบนัสจากรมว.ต่างประเทศพ่วงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง ผลงานสม่ำเสมอไม่มีตกด้วยการจัดทริป ”ตามรอยอดีตผู้นำ “ ให้น้องสาวผู้เป็นนายกฯ เดินตามเส้นทางภารกิจอดีตผู้นำไปประเทศไหน ตามด้วยให้นายกฯน้องสาวเดินตามก้นไปปักหมุดซ้ำ แบบว่ามีวาระซ่อนเร้นเกี่ยวกับเจรจาผลประโยชน์ตามมาทุกที
ไม่ว่าจะถูกต่างชาติมองอย่างไร บรรดาทูตไทยในต่างแดนอึดอัดสักเท่าไหร่ แต่ต้องก้มหน้ารับบัญชายุทธศาสตร์”พี่มาน้องซ้ำ” เพราะหากฝืนไม่ต้อนรับอาจถูกเตะโด่งให้พ้นหน้า
สำหรับงานระดับอินเตอร์หาใช่ไม่เลือก อย่างภารกิจเพื่อเสื้อแดงตามที่รับมา ให้รัฐบาลลงนามยกเขตอำนาจให้ศาลอาญาระหว่างประเทศสอบสวนคดีการสลายการชุมนุม ปรากฎว่า สุรพงษ์ ไม่สามารถสร้างผลงานได้เท่ากับทำภารกิจให้นายใหญ่ ถูไถไปวันๆบอกกำลังดำเนินการ แต่แท้จริงทำไม่ได้ต่างหากเ พราะจะกระเทือนกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ รมต.แบบนี้หายาก เกิดมาตอบแทนผู้มีพระคุณเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของชีวิต กระทรวงบัวแก้วขับขานฯพณฯ “ เบ้เลือกจ๊อบ”
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะผลงานการปาฐกถาสร้างชื่อติดบ๊อกออฟฟิศ ด้วยการกล่าวยอมรับ รัฐบาลต้องโกหกตัวเลขความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อให้ต่างชาติตาค้างจะได้แห่มาลงทุน ไม่ว่าจะถูกวิจารณ์ถึงกรณีไวท์ไลน์ เดอะโต้งทนได้ เพราะโลกของโต้งมีหลักเดียว นี่แหละคือการสร้างความน่าเชื่อถือ
ไม่ต่างกับนโยบายทางเศรษฐกิจ ผ่านกรณีโครงการรับจำนำข้าว ปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ฟากนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ ทีมที่ปรึกษานายกฯให้ความเห็นห่วงกังวล แต่ไก่โต้งเชื่อมั่นตัวเอง มีภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง ใครว่าห่วยแต่ตัวเองว่ารวย เหมือนเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เพราะถ้าจะเห็นคล้อยตามบรรดานักวิจารณ์คงผิดปกติ
หากสรุปผลการทำงานไม่มีอะไรก้าวหน้า นอกจากฟุ้งนโยบายประชานิยม ตั้งแต่รถคันแรก บ้านหลังแรก ทั้งที่เป็นขุนคลังแท้ๆ ไม่เคยยอมรับความผิดพลาด ปิดหูปิดตาเข้าไว้ชาตินี้เจริญแน่ขอบมอบแด่ รมต. “กุ๊กๆดื้อยา”
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม จัดเป็นรัฐมนตรีเลือดใหม่ไฟแรง ร่างกายกำยำแรมโบ้เห็นอยากพาเข้ากองถ่าย โดดเด่นด้านวิศวกรรม จากความเป็นอาจารย์มาทำงานให้นักธุรกิจการเมืองยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ตรวจเช็ควาระ ครม.แต่มาพ.ศ.นี้ เขยิบรวดเร็ว ตั้งแต่รัฐมนตรีช่วยเป็นเจ้ากระทรวงคมนาคม งานหลวงไม่ขาดงานราษฎร์ไม่หาย นายกฯยิ่งลักษณ์สั่งแหลก แรมโบ้น้อยชัชชาติสนองทันควัน ทั้งทำหน้าที่โฆษกแก้น้ำท่วม ดูแลปัญหาจราจร ตอนนี้กำลังลุยอภิมหาโปรเจครถไฟความเร็วสูง
ว่าไปแล้ว ในบรรดาครม.แทบน้อยคนขันอาสารับทุกงาน ชัชชาติเท่านั้นที่ยิ่งลักษณ์ตามหา ภาพออกมากลายเป็นรมต.บุกเบิกสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวมแต่อย่าประมาทแฝงด้วยเสียงวิจารณ์ทำเพื่อประโยชน์ให้กับบางพวกแบบเนียนๆ รมต.สารพัดพิษแบบนี้ วันใดยิ่งลักษณ์ขาดไปอาจต้องร้องเพลงขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก ดังนั้นต้องทะนุถนอมอย่าให้เสียของเพื่อภารกิจบางประการ “จับฉ่ายใส่สารกันบูด”
โด่งดังมาได้ ไม่ใช่แค่เจ๊ ด. ดัน จนได้ดี แต่เพราะมารับภารกิจตามนโยบายโครงการจำนำข้าว ทำให้ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมช.คลัง
ได้รับการขับขานในหมู่สาธารณะในฐานะรมว.พาณิชย์ ที่สามารถกุมความลับโครงการจำนำข้าวให้เกิดความมึนงงในสังคม ตกลงระบายข้าวไปเท่าไหร่ ขายได้เท่าไหร่ บุญทรงทำได้ รัฐบาลระบายไปแล้ว 7.3 ล้านตัน แต่ไฉนถูกฝ่ายค้านจับได้กรณีจีทูจีกลายเป็นจีทูเจี๊ยะ ติดบ่วงเตรียมถูกเรียกสอบสวนโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
ส่องดูเส้นทางการเมือง บุญทรงรับใช้เจ๊ด.ดันดี ได้ตำแหน่งช่วยขุนคลัง ครั้งนั้นทำงานชิวชิว ไม่สาหัสเท่ามารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงพาณิชย์ ต้องเผชิญวิบากกรรมทั้งความพิรุธจำนำข้าวและถูกตามถามสามเวลาหลังอาหารจะต้องหาเงินอุดหนุนโครงการจำนำข้าวรอบต่อไปอีกกี่แสนล้าน ผลงานกำลังจะพ่นพิษถ้วนหน้า พี่น้องทุกหย่อมหญ้าเตรียมรับเคราะห์อย่างไม่มีวันจบสิ้น ถึงวันนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่ตอนนี้บุญทรงต้งรับไปก่อนกับฉายา “ จำนำทุกข์”
วาทะแห่งปี ต้องบอกเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อได้ยินประโยคนี้ผ่านเสนาบดี ด้วยวาทะทิ่มเข้าถึงหัวใจประชาชนในฐานะผู้อยู่ใต้การปกครองยิ่งนัก
“อย่าสักแต่หลับหูหลับตาไปหาคนมาให้ครบๆ คนไม่มีสมองไม่ต้องเอามาเพราะการทำประชาเสวนาเป็นหนึ่งในหนทางที่จะให้บ้านเมืองไปรอด" นี่คือประโยคเจ็บๆของ จารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 55 กับการมอบนโยบายให้ข้าราชการสายปกครองปูพรมจัดเวทีสานเสวนาก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วาทะจารุพงษ์แปลความตามประสาชาวบ้าน “ อย่าเลือกคนไทยโง่ๆ เพราะเวทีอย่างนี้คัดคนฉลาดเท่านั้นมาเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ “
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยกล่าวอ้างเสมอต้องเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง ทว่าต้องได้คนฉลาดๆเท่านั้นกระมังมาร่วมสรรสร้างรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อใครกัน
------------
รัฐบาล สุขกันเถอะเรา
การบริหารชาติรอบหนึ่งปีภายใต้การนำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีความงดงามทางใบหน้า สร้างความสดชื่นให้พี่น้องชาวรากหญ้า แม้ประสบปัญหาสารพัน จะด้วยสัญญาณไม่สู้ดีต่อนโยบายประชานิยมที่กำลังพ่นพิษต่อภาวะการเงินประเทศในปีหน้า หรือสภาพปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติที่ยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยากต่อการหาความสมานฉันท์ แต่รัฐบาลภายใต้ผู้นำนางฟ้า พยายามบอกคนในชาติประเทศนี้อยู่กันอย่างมีความสุข
ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น โดยคนในรัฐบาลเองปลุกความขัดแย้งให้ขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากแกนนำคนเสื้อแดงให้ลงนามรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อสอบสวนเหตุการณ์สลายการชุมนุม ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญจนหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ทิ้งเชื้อความขัดแย้งสู่ภายนอกและภายในพรรค เพราะเหตุการณ์ไม่สามารถแก้โจทก์ได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำเพื่อส่วนรวมหรือคนใดคนหนึ่งกันแน่
แม้กระทั่งปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลปลอบประโลมแก้ปัญหาถูกทางด้วยการตั้งคณะกรรมการหลายคณะมากอักษรย่อ ทั้งที่โครงสร้างเดิมมีอยู่แล้วแต่กลับไม่ปัดฝุ่นดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความงุนงงซับซ้อนเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็น กอรมน. ศอบต . หรือโครงสร้างใหม่ผ่านศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) แต่ยังหารัฐมนตรีดูแลชัดเจนไม่ได้ แม้แต่ผู้นำประเทศหากไม่เกิดเหตุการณ์สูญเสียในชายแดนด้ามขวาน เลิกคิดจะลงพื้นที่รับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหา
ทุกข์ของชาติถูกกลบด้วยความสุขที่จัดฉากขึ้นผ่านงานเลี้ยงสังสรรค์ครบ 1 ปีพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 31 ก.ค. ภายใต้หัวข้อ “ สุขกันเถอะเรา “ ด้วยการเกี่ยวก้อยแกนนำพรรคร่วมขึ้นร้องเพลงรื่นเริง ขณะที่อีกด้านมีเสียงระเบิดโรงแรมหรูที่ปัตตานี และก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่คนในรัฐบาลสามารถยืนบนเวทียิ้มร่าพร้อมฮัมเพลง “สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม….” อย่างไม่สะทกสะท้าน
นี่อาจเป็นลักษณะเด่นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์แม้จะปรับครม.มาถึง ปู 3 แต่การสร้างความสุขอย่ามัวซึมเซาเป็นสิ่งที่คนในรัฐบาลดำเนินการได้ดีอย่างต่อเนื่อง
แต่ทว่าก็สะท้อนภาพการแบ่งแยกสถานะในสังคมได้อย่างดีระหว่าง สังคมของนักการเมืองผู้มีอำนาจที่มีแต่ความสุข โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อสถานการณ์ความทุกข์ยาก ขัดแย้ง ของพี่น้องประชาชนที่ดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน เพราะฉนั้นฉายารัฐบาลจึงไม่ต้องคิดอะไรมากยกให้เลย “รัฐบาลสุขกันเถอะเรา”
ไม่ว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนทุกข์ยาก จงพร้อมใจกันร่ำร้อง”สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม…” รัฐบาลยิ่งลักษณ์ดีที่หนึ่งเลย……………







