posttoday
เปิด‘ปราจีนฯโมเดล’ ยุทธการเด็ดปีกเจ้าพ่อแก๊งฮั้วประมูล

เปิด‘ปราจีนฯโมเดล’ ยุทธการเด็ดปีกเจ้าพ่อแก๊งฮั้วประมูล

24 ธันวาคม 2555

การตะลุยเข้าทลายแก๊งอิทธิพลฮั้วประมูลงานในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะใน จ.ปราจีนบุรี

การตะลุยเข้าทลายแก๊งอิทธิพลฮั้วประมูลงานในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะใน จ.ปราจีนบุรี

โดย...วัสยศ งามขำ

ถูกหยิบยกให้กลายเป็น “ปราจีนฯ โมเดล” เพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการกำจัดแก๊งฮั้วประมูลทั่วประเทศ การเข้าโค่นล้มอิทธิพลครั้งนี้ปิดเกมลงด้วยฝีมือของนักสืบรุ่นใหญ่อย่าง พล.ต.ท.วินัย ทองสอง อดีตเจ้าพ่อกองปราบปราม ที่ปัจจุบันนั่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ที่อาศัยลูกขยันขุดคดีเก่านำมาร้อยเรียงเป็นคดีใหม่ก่อนที่จะจับกุมนักการเมืองท้องถิ่นดำเนินคดี และทำให้รู้ว่ามีเครือข่ายโยงใยของนักการเมืองระดับชาติค้ำหลังอย่างแน่นหนา

พลันที่ พล.ต.ท.วินัย ข้ามห้วยจาก บช.ภ.1 มานั่งคุมพื้นที่ บช.ภ.2 ดูแลภาคตะวันออก ข่าวเกี่ยวกับแก๊งฮั้วประมูลงานรัฐที่แสวงหาผลประโยชน์แทะเล็มเงินหลวงก็กระทบเข้าหูอย่างไม่ขาดสาย นั่นทำให้ต่อมขยันที่มีติดตัวมาตั้งแต่เก่าก่อนเริ่มขยับทำงาน โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เขาได้สั่งให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวในทางลับ ด้วยการรวบรวมแฟ้มคดีค้างเก่าเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลและฮั้วประมูลมาปัดฝุ่น ราวเดือนเศษเขาก็พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นใน จ.ปราจีนบุรี นับแต่ปี 2550 จวบจนปัจจุบัน เนื่องจากมีคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูล และความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นจนมีเหยื่อถูกยิงตายไปแล้วมากถึง 15 ศพ

ต้นเดือน ธ.ค. ความผิดปกติดังกล่าวทำให้ พล.ต.ท.วินัย เรียกทีมสืบสวนทั้งหมดในพื้นที่ บช.ภ.2 เข้าหารือด้วยการตั้งปุจฉาวิสัชนา เพื่อหาจุดร่วมของแต่ละคดี ราว 1 สัปดาห์ถัดไปก็พบว่าคดีค้างเก่าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นรายหนึ่งที่มีนักการเมืองระดับชาติหนุนหลัง โดยมีคดีที่เกี่ยวข้องกันทั้งสิ้นรวม 7 คดี

คดีแรกเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2550 มนตรี แก้วกล่ำ สมาชิก อบต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่บ้านพัก โดยผู้ตายเป็นผู้สนับสนุนหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นให้กับฝ่ายตรงข้าม คดีที่สอง ขจร หงษ์ทอง กำนัน ต.ประจันตคาม ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตที่บ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2551 เนื่องจาก ขจร ไม่ได้สนับสนุนคนของผู้มีอิทธิพลที่ลงเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม ถัดมาคดีที่สาม เกิดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2552 สุรชาติ นันมา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตขณะขับรถยนต์กลับบ้าน เพราะไปเป็นพยานให้กับ กกต. กรณีซื้อเสียงจนทำให้มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.

คดีที่สี่ อะนนท์ เจริญสุข นายก อบต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ถูกวางระเบิดรถยนต์จนได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขาดทั้งสองข้าง เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2554 สาเหตุจากลงเลือกตั้งนายก อบต.ท่าตูม แข่งกับคนที่นักการเมืองท้องถิ่นผู้มีอิทธิพลคนเดียวกันให้การสนับสนุน คดีที่ห้า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2554 อภิสิทธิ์ นะตาปา ถูกยิงเสียชีวิต เพราะลูกน้องผู้มีอิทธิพลหักหลังเรื่องยาเสพติด คดีที่หก บัณฑิต ส่องแสง ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2555 เพราะลงแข่งขันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ประจันตคาม กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลให้การสนับสนุน และคดีสุดท้าย เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2552 พรศักดิ์ จันทร์สิวานนท์ นักธุรกิจถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตหลังอาคาร อบจ.ปราจีนบุรี หลังจากเข้าไปประมูลงานแข่งขันกับกลุ่มบริษัทของนักการเมืองท้องถิ่นกลุ่มหนึ่ง

หลังพบความผิดปกติจากคดีทั้งหมดที่สามารถเชื่อมโยงต่อติดกันทั้ง 7 คดี เนื่องจากน่าจะเป็นฝีมือของคนกลุ่มเดียวกัน ชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจนพบว่ากลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งหมดนี้มี เต็มพงษ์ หรือ สจ.โต้ง ฤทธิ์เดช อายุ 36 ปี สจ.เขต อ.เมืองปราจีนบุรี เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะแม้แต่ตำรวจในพื้นที่ก็ยังขยาด นั่นเพราะเป็นที่รู้กันว่ามีนักการเมืองระดับชาติที่มีฤทธิ์ไม่ธรรมดาระดับหัวหน้าซุ้มคอยหนุนหลัง แต่เมื่อถึงมือของ พล.ต.ท.วินัย แล้ว สำหรับเขายอมไม่ได้

การสืบสวนยังขยายผลไปพบด้วยว่า สจ.โต้ง น่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอีกหลายคดี อาทิ คดียิง สมชาย สุจริต และคนงานก่อสร้างบ้านของตัวเองเมื่อปี 2554 คดีบุกรุกข่มขู่ พิเชษฐ์ สุจริต และภรรยา ที่บ้านพัก สาเหตุการเมืองท้องถิ่นเมื่อวันที่ 5 ต.ต.ที่ผ่านมา ถัดมาอีกหนึ่งวันก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนข่มขู่ สมชาย สุจริต อีกครั้งกรณีพบเห็นการซื้อเสียงเลือกตั้ง และในวันเดียวกัน เดชา ยิ่งยงค์ กับพวกก็ถูกยิงในบ้าน เพราะไม่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งให้กับกลุ่มของ สจ.โต้ง ในพื้นที่ อบต.บ้านนา จ.นครนายก ต่อมาวันที่ 7 ต.ค. สมชาย สุจริต ก็ถูกสาดกระสุนปืนใส่เข้าบ้านทำให้ภรรยาสมชายได้รับบาดเจ็บ

เมื่อได้หลักฐานทั้งหมดสอดคล้องจนชัดเจนแล้ว ยุทธการเด็ดปีกเจ้าพ่อแห่งปราจีนบุรีจึงเริ่มต้นขึ้น โดย พล.ต.ท.วินัย ได้เลือกวิธีส่งสายลับเข้าไปร่วมประมูลงานก่อสร้างที่ อบจ.ปราจีนบุรี รวม 3 ครั้ง มูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่ถูกกลุ่ม สจ.โต้ง ทำร้ายและข่มขู่ ก่อนที่จะติดกับสายลับด้วยการเสนอเงินไม่ให้ซื้อเอกสารประกวดราคา ก่อนที่จะหลงกลโอนเงินจากกลุ่มผู้ฮั้วประมูลเข้าบัญชีธนาคารของชุดสืบสวนที่เปิดล่อเอาไว้

เมื่อเป็นเช่นนั้นพนักงานสอบสวนก็รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งวันที่ 12 ธ.ค. ศาลจึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 10 คน ประกอบด้วย เต็มพงษ์ หรือ สจ.โต้ง, ศิริธร ยงศรี, เชิดเกียรติ ชาดเกษมสุข, อุทิศ ฤทธิ์เดช, ตะวัน ฤทธิ์เดช, ณรงค์ บรรณามล, ดิเรก พุ้มท้วม, จ.อ.ศตวรรษ อาจโยธา สังกัดนาวิกโยธินทหารเรือสัตหีบ, ด.ต.ถิรวัฒน์ ระวิชัย ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.เกาะกูด จ.ตราด และพรชัย ชนะภัย ในข้อหาร่วมกันให้เงินแก่ผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นไม่เข้าร่วมในการเสนอราคา และข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมโดยใช้กำลังประทุษร้าย

เมื่อได้หมายจับอยู่ในมือปฏิบัติการทลายแก๊งฮั้วจึงเปิดฉากขึ้นเมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 13 ธ.ค. โดยตำรวจภูธรภาค 2 ได้ผนึกกำลังกับ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ที่นำกำลังตำรวจคอมมานโดมาสมทบกว่าครึ่งร้อยเข้าบุกจับกุม สจ.โต้ง ได้อย่างไม่ทันตั้งตัวที่บ้านพักตากอากาศใน อ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมกับพวก 3 คน คือ อุทิศ จ.อ.ศตวรรษ และ ด.ต.ถิรวัฒน์ พร้อมของกลางปืนพก 5 กระบอก ปืนลูกซอง 1 กระบอก กระสุนปืน 79 นัด และโทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง

เช้าวันถัดมาปฏิบัติการวันที่สองก็คืบคลานต่อ โดยตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจกองปราบปราม รวม 500 นาย ได้บุกเข้าตรวจค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อมัดตัวให้ถึงคดีฆ่าที่แก๊งฮั้วเกี่ยวข้องอีก 32 เป้าหมายใน จ.ปราจีนบุรี ทำให้พบบัญชีจ่ายเงินล้มโครงการประมูลในฝ่ายจัดซื้อพัสดุห้องทำงานเลขานุการนายก อบจ. และห้องทำงานนายก อบจ.จำนวนมาก นอกจากนี้ยึดอาวุธปืนพกได้อีก 26 กระบอก อาวุธปืนลูกซอง 13 กระบอก และกระสุนปืนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยอารามที่เป็นคนไม่ธรรมดา ทำให้ผู้ต้องหาทั้งหมดยังปากแข้งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

“ผมสั่งให้ชุดสืบสวนเร่งจับกุม 6 ผู้ต้องหาที่เหลือ ขณะเดียวกันก็ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยาน เพื่อดำเนินคดีฮั้วประมูล และคดีร่วมกันฆ่า ที่ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหา เพราะต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม” พล.ต.ท.วินัย กล่าว พร้อมทั้งบอกด้วยว่า ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ด้วย เพื่อยึดทรัพย์ต่อไป ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะเสนอ ผบ.ตร.เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

พล.ต.ท.วินัย เชื่อว่าคดีนี้ผู้ต้องหาดิ้นไม่หลุดแม้จะปิดปากเงียบ เนื่องจากมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลส่งลูกน้องไปขัดขวางการประมูลแห่งหนึ่ง โดยเข้าไปทำร้ายร่างกายกำนันคนหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ และยังเข้าไปทำร้ายนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จนสลบคาห้องทำงานด้วย คดีนี้ถือว่าขุดคดีเก่าขึ้นมาปิดใหม่ จน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้ใช้รูปแบบนี้เป็น “ปราจีนฯ โมเดล” เพื่อนำไปแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่