
ยุยยงส่งเสริมให้กระทำความผิดอาญา
เราได้คุยกันเรื่องของความรับผิดทางอาญาในฐานะที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หรืออยู่ข้างๆ ผู้กระทำผิด กันไปสองวาระ วาระหนึ่ง
เราได้คุยกันเรื่องของความรับผิดทางอาญาในฐานะที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หรืออยู่ข้างๆ ผู้กระทำผิด กันไปสองวาระ วาระหนึ่ง
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
เราได้คุยกันเรื่องของความรับผิดทางอาญาในฐานะที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หรืออยู่ข้างๆ ผู้กระทำผิด กันไปสองวาระ วาระหนึ่ง ก็เป็นเรื่องของตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน อีกวาระหนึ่ง ก็เป็นเรื่องผู้โฆษณา หรือประกาศให้ผู้อื่นกระทำความผิด ก็ถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนในลักษณะหนึ่งได้
เมื่อมีตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ผู้โฆษณา ผู้ประกาศ และได้มีการกระทำความผิดตามที่บุคคลเหล่านั้นเข้าร่วมเป็นตัวการ หรือเป็นผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ผู้โฆษณา ผู้ประกาศ คนเหล่านี้ก็จะถือว่ามีความผิด และต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ยังเป็นธรรมกับบรรดาบุคคลเหล่านี้ เนื่องจากการที่ไม่ได้กระทำเอง บางครั้ง หรือบ่อยครั้ง ผู้ที่ไปกระทำการก็ไม่ได้กระทำเช่นที่ถูกใช้ให้ไปกระทำ หรือโฆษณาอย่างหนึ่ง ประกาศอย่างหนึ่ง แต่ผู้ที่รับการใช้ หรือรับการโฆษณา การประกาศเหล่านั้นไป กลับไปทำอีกอย่างหนึ่ง
หากการกระทำที่ใช้ ที่โฆษณา ที่ประกาศกับการกระทำที่ได้ทำลงแตกต่างกันคนละเรื่อง อย่างเช่น ใช้ให้ไปฆ่าคน แต่กลับไปข่มขืนเขา ใช้ให้ไปลักทรัพย์ แต่กลับไปทำร้ายเขา หากเป็นเช่นนี้ ผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้ประกาศ ก็อาจจะไม่ต้องรับผิด รับโทษตามที่ผู้กระทำได้กระทำลง เนื่องจากผู้ที่ไปกระทำนั้นไม่ได้กระทำตามที่ถูกใช้ หรือมีการโฆษณา หรือประกาศนั้น แต่ผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้ประกาศ ก็ยังต้องรับผิดในส่วนของตนดังที่ได้เคยพูดคุยกันไปแล้ว
หากปรากฏว่าผู้ที่ใช้ ผู้ที่ประกาศ ผู้ที่โฆษณา ได้ใช้ ประกาศ หรือโฆษณาให้ทำอย่างหนึ่งอย่างใด แล้วการณ์เป็นว่าผู้ที่รับการใช้มา ผู้ที่รับการประกาศ หรือการโฆษณานั้นไปกระทำการ แต่กลับทำเกินไปกว่าขอบเขตที่ใช้ เช่น ใช้ให้ไปเอาไฟไปเผาข่มขวัญ แต่ผู้ที่กระทำการกลับเผาตึกวอดไปทั้งหลัง เช่นนี้กฎหมายก็จะเอาโทษกับผู้ที่ใช้ไปนั้นตามที่เขาสมควรจะได้รับ ซึ่งก็คือโทษตามความผิดต่อสิ่งที่ผู้กระทำได้กระทำลง
ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 87 กำหนดว่า “ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเพราะมีผู้ใช้ให้กระทำ...เพราะมีผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด...หรือโดยมีผู้สนับสนุน...ถ้าความผิดที่เกิดขึ้นนั้น ผู้กระทำได้กระทำไปเกินขอบเขตที่ใช้หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรือเกินไปจากเจตนาของผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรืออยู่ในขอบเขตแห่งเจตนาของผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น”
“แต่ถ้าโดยพฤติการณ์อาจเล็งเห็นได้ว่าอาจเกิดการกระทำความผิดเช่นที่เกิดขึ้นนั้นได้จากการใช้ การโฆษณา หรือประกาศ หรือการสนับสนุนผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่เกิดขึ้นนั้น”
“ในกรณีที่ผู้ถูกใช้ ผู้กระทำตามโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือตัวการในความผิด จะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเพราะอาศัยผลที่เกิดจากการกระทำความผิด ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดแล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นนั้นด้วย แต่ถ้าโดยลักษณะของความผิด ผู้กระทำจะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเฉพาะเมื่อผู้กระทำต้องรู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นนั้นขึ้น ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด จะต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นก็เฉพาะเมื่อตนได้รู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นที่เกิดขึ้นนั้น”
“ถ้าความผิดที่ได้ใช้ ที่ได้โฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำ หรือที่ได้สนับสนุนให้กระทำ ได้กระทำถึงขั้นลงมือกระทำความผิด แต่เนื่องจากการเข้าขัดขวางของผู้ใช้ ผู้โฆษณาหรือประกาศหรือผู้สนับสนุน ผู้กระทำได้กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล” มาตรา 88 กำหนดให้ผู้ใช้หรือผู้โฆษณาหรือประกาศ คงรับผิดเพียงเนื่องจากที่ตนได้ใช้ หรือเนื่องจากตนได้ประกาศ หรือโฆษณา แต่ไม่ต้องรับผิดเช่นที่การกระทำนั้นบรรลุผลแล้ว ส่วนผู้สนับสนุนนั้นไม่ต้องรับโทษ
สุดท้าย มาตรา 89 กำหนดว่า “ถ้ามีเหตุส่วนตัวอันควรยกเว้นโทษ ลดโทษหรือเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำความผิดคนใด จะนำเหตุนั้นไปใช้แก่ผู้กระทำความผิดคนอื่นในการกระทำความผิดนั้นด้วยไม่ได้ แต่ถ้าเหตุอันควรยกเว้นโทษ ลดโทษหรือเพิ่มโทษเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงให้ใช้แก่ผู้กระทำความผิดในการกระทำความผิดนั้นด้วยกันทุกคน”
เช่นที่เคยได้คุยกันไป ลองนำเอาประเด็นทั้งหลายเหล่านี้ไปพิจารณาการกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ที่ผู้คนว่ากันว่ามีการใช้ การสนับสนุน การประกาศ หรือการโฆษณาให้กระทำความผิดกัน ว่าใครจะต้องรับผิด รับโทษอะไร หรือไม่ อย่างไร วาระต่อๆ ไปหากมีโอกาสก็คงจะได้พูดคุยกันเรื่องเหล่านี้อีก







