
ปชป.จี้ ผบ.ตร.ดูคดีราเมศ
"มาร์ค" จี้ ผบ.ตร.ลงมาคุมคดี "ราเมศ" อัด "บิ๊กแจ๊ด" อย่าด่วนสรุปคดี
"มาร์ค" จี้ ผบ.ตร.ลงมาคุมคดี "ราเมศ" อัด "บิ๊กแจ๊ด" อย่าด่วนสรุปคดี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีการทำร้ายนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ญาติพี่น้องของนายราเมศยังมีความไม่มั่นใจและไม่สบายใจ ซึ่งต้องดูว่าจะมีช่องทางอย่างไร และการจะไปพึ่งกองปราบปรามก็เป็นช่องทางหนึ่ง ขณะนี้ยังรู้สึกว่ามีปัญหาอยู่ เพราะทางตำรวจมาสอบถามตนเองว่าจะเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ ซึ่งบอกไปว่านายราเมศเองก็ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ เพราะอยู่ระหว่างพักรักษาตัวก่อนกะโหลกยังร้าวพูดจาให้การยังไม่สะดวก จึงไม่สามารถสื่อสารกับนายราเมศเรื่องลักษณะของคนร้าย และไม่แน่ใจว่าจะจำคนร้ายได้มากน้อยแค่ไหนเพราะมีผลกระทบพอสมควร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ออกมาระบุว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องการเมืองนั้น ส่วนตัวคิดว่าการออกมาสรุปอย่างนี้ก่อน ยิ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจในคดี เพราะควรจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดีได้ทำงานก่อนชี้นำ ซึ่งทางญาติพี่น้องหากเกิดความไม่มั่นใจก็หาช่องทางร้องขอความเป็นธรรมได้ และขอเรียกร้องให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร.ควรลงมาดูแลคดีนี้ตนเองด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะคดีจะรับความเป็นธรรม และมีความโปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่าเกิดความเชื่อมั่นว่า ฝ่ายปฏิบัติงานมุ่งที่จะเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ปัดให้เรื่องพ้นไป
"ผมอยากเรียกร้องถึงผบ.ตร.ว่าต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้ ไม่อยากให้กระทบต่อภาพรวมของตำรวจ เรื่องนี้ต้องตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับญาติของนายราเมศให้เต็มที่ ส่วนภาพพจน์ที่ดีของตำรวจจะเหลืออยู่หรือไม่นั้น. ตนไม่ขอออกความเห็น แต่คดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้วัด ตำรวจจึงต้องทำงานอย่างเต็มที่”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีการทำร้ายนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ญาติพี่น้องของนายราเมศยังมีความไม่มั่นใจและไม่สบายใจ ซึ่งต้องดูว่าจะมีช่องทางอย่างไร และการจะไปพึ่งกองปราบปรามก็เป็นช่องทางหนึ่ง ขณะนี้ยังรู้สึกว่ามีปัญหาอยู่ เพราะทางตำรวจมาสอบถามตนเองว่าจะเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ ซึ่งบอกไปว่านายราเมศเองก็ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ เพราะอยู่ระหว่างพักรักษาตัวก่อนกะโหลกยังร้าวพูดจาให้การยังไม่สะดวก จึงไม่สามารถสื่อสารกับนายราเมศเรื่องลักษณะของคนร้าย และไม่แน่ใจว่าจะจำคนร้ายได้มากน้อยแค่ไหนเพราะมีผลกระทบพอสมควร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ออกมาระบุว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องการเมืองนั้น ส่วนตัวคิดว่าการออกมาสรุปอย่างนี้ก่อน ยิ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจในคดี เพราะควรจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดีได้ทำงานก่อนชี้นำ ซึ่งทางญาติพี่น้องหากเกิดความไม่มั่นใจก็หาช่องทางร้องขอความเป็นธรรมได้ และขอเรียกร้องให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร.ควรลงมาดูแลคดีนี้ตนเองด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะคดีจะรับความเป็นธรรม และมีความโปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่าเกิดความเชื่อมั่นว่า ฝ่ายปฏิบัติงานมุ่งที่จะเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ปัดให้เรื่องพ้นไป
"ผมอยากเรียกร้องถึงผบ.ตร.ว่าต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้ ไม่อยากให้กระทบต่อภาพรวมของตำรวจ เรื่องนี้ต้องตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับญาติของนายราเมศให้เต็มที่ ส่วนภาพพจน์ที่ดีของตำรวจจะเหลืออยู่หรือไม่นั้น. ตนไม่ขอออกความเห็น แต่คดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้วัด ตำรวจจึงต้องทำงานอย่างเต็มที่”นายอภิสิทธิ์กล่าว







