
เอาไปใช้ประโยชน์
แม้ระยะหลังๆ นี้ ความน่าเชื่อถือของสำนักสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่างๆ จะเสื่อมลงมาก เพราะองค์กรเหล่านั้นจะมีวาระซ่อนเร้นในการสำรวจ สื่อและประชาชนต้องกลั่นกรองผลการสำรวจที่เผยแพร่ออกมาอย่างพินิจพิเคราะห์ว่าควรจะเชื่อถือหรือไม่เพียงไร แต่ผลการสำรวจเรื่องความต้องการของประชาชนในปี 2556 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพิ่งนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและรัฐบาลควรจะรับฟังและนำไปใช้ประโยชน์ให้เต็มที่
แม้ระยะหลังๆ นี้ ความน่าเชื่อถือของสำนักสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่างๆ จะเสื่อมลงมาก เพราะองค์กรเหล่านั้นจะมีวาระซ่อนเร้นในการสำรวจ สื่อและประชาชนต้องกลั่นกรองผลการสำรวจที่เผยแพร่ออกมาอย่างพินิจพิเคราะห์ว่าควรจะเชื่อถือหรือไม่เพียงไร แต่ผลการสำรวจเรื่องความต้องการของประชาชนในปี 2556 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพิ่งนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและรัฐบาลควรจะรับฟังและนำไปใช้ประโยชน์ให้เต็มที่
เหตุผลประการแรก เพราะโพลดังกล่าวจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้มีพฤติกรรมในการทำโพลที่น่าเคลือบแคลง สอง ผลการสำรวจนั้นได้สะท้อนถึงข้อเท็จจริงหลายประการที่รัฐบาลปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงมาโดยตลอด
เพียงเท่านี้ก็พออนุมานได้ว่าเป็นผลการสำรวจที่ผู้ให้สำรวจอาจจะไม่อยากรับฟัง แต่ถ้ารู้จักฟังและเอาไปใช้ให้เป็นก็จะเกิดประโยชน์ต่อรัฐบาลและประเทศเองอย่างมาก
สำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1 หมื่นคน แล้วพบว่า 5 เรื่องแรกที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ ในปี พ.ศ. 2556 คือ 1.การแก้ปัญหาของแพง (40.9%) 2.แก้ปัญหาหนี้สิน (24.2%) 3.แก้ปัญหายาเสพติด (23.1%) 4.การแก้ปัญหาการจราจรติดขัด (18.1%) 5.การแก้ปัญหาความยากจน (18%) และประชาชนเกือบครึ่งจากทุกภาคระบุตรงกันว่า ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของแพงมากกว่าเรื่องอื่น
หากมองย้อนหลังไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อสื่อมวลชนได้สะท้อนเสียงของประชาชนว่าคนในประเทศกำลังประสบกับปัญหานี้และการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยวิธีการที่ทำไปไม่ได้ช่วยให้คนที่ยากลำบากดีขึ้น แต่รัฐบาลก็ไม่แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง มิหนำซ้ำพรรคแกนนำรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย ก็ได้ให้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคแถลงด้วยว่า เรื่องของแพงเป็นเกมการเมืองจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งสร้างวาทกรรมแพงทั้งแผ่นดินขึ้นมาเพื่อโจมตีรัฐบาล เพื่อให้เกิดอุปทานหมู่เรื่องสินค้าราคาแพง แต่ผลการสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนเดือดร้อนจากปัญหานี้จริง ไม่ได้เป็นอย่างที่พลพรรครัฐบาลกล่าวอ้างเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ ถ้ายอมรับความจริงจะพบว่า ใน 5 ข้อนั้นปัญหาเรื่องการจราจรติดขัดก็เป็นเรื่องใหม่ที่แทรกตัวขึ้นมาเป็นปัญหาระดับชาติ ที่ไม่เคยมีใครได้ใส่ใจเลยตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง นั่นเป็นเพราะปัญหานี้เป็นผลพวงจากการดำเนินนโยบายรถคันแรกของรัฐบาลเองหรือไม่
รัฐบาลควรเอาใจใส่ดูแลปัดเป่าปัญหาให้กับประชาชนตามความเป็นจริงและทำเป็นระบบ มีหลักวิชา ไม่ใช่ดำเนินนโยบายตามจินตนาการโดยไม่รอบคอบ แล้วผลักไสความทุกข์ของประชาชนไปเป็นวาทกรรมทางการเมืองเพื่อกลบซ่อนความสามารถของตนเอง







