
ป๋าเปรมชี้บ้านเมืองแบ่งฝ่ายชัดขอคนไทยยึดสามัคคี
พล.อ.เปรม ชี้ บ้านเมืองแบ่งฝ่ายกันชัดเจน มูลเหตุมาจากอะไรก็รู้ๆ กันอยู่ ขอคนไทย ยึดสามัคคีแม้เห็นต่าง เผย 27 ธ.ค.นี้ เปิดบ้านสี่เสาอวยพรปีใหม่
พล.อ.เปรม ชี้ บ้านเมืองแบ่งฝ่ายกันชัดเจน มูลเหตุมาจากอะไรก็รู้ๆ กันอยู่ ขอคนไทย ยึดสามัคคีแม้เห็นต่าง เผย 27 ธ.ค.นี้ เปิดบ้านสี่เสาอวยพรปีใหม่
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรษ เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง“สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ จัดโดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
พล.อ.เปรม กล่าวว่า สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักและสำคัญของประเทศเรา คนไทยยึดมั่น ถือมั่น และแน่วแน่ต่อสถาบันทั้งสามมาแต่โบราณ ทำให้ประเทศอันเป็นที่รักของเราดำรงเอกราชอยู่ได้ตราบทุกวันนี้ คนไทยต่างรักและกลมเกลียว อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขตลอดมาดังนั้น การนำความสำคัญของสถาบันทั้งสามเพื่อใช้เป็นมาตรการในการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศนั้น น่าจะต้องใคร่ครวญไตร่ตรองให้รอบคอบ เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน มีข้อมูล ข้อเท็จจริง บนพื้นฐานจริง พวกเราต้องเผชิญความเป็นจริงจึงสมกับประโยชน์จริง
ชาติ คือ ประชาชนที่เป็นพลเมืองของประเทศขณะนี้บ้านเมืองของเราแบ่งฝ่ายกันชัดเจน มูลเหตุคืออะไร ก็รู้ๆ กันอยู่ ทำให้การแบ่งฝ่ายมีผลข้างเคียงไปถึงความรักความสามัคคีของคนในชาติของเรา เป็นข้อจำกัดสำคัญของความสำเร็จ แต่มีความเห็นส่วนตัวว่า การมีความคิด ความเห็น ความเชื่อแตกต่างกันไม่เป็นอุปสรรคของการดำรงความรัก ความสามัคคีของคนไทยแม้แต่น้อย ถ้าคนในชาติมุ่งประสงค์สิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศเรา คือความสงบสุข ความร่มเย็น ความสันติ และความมั่นคง โดยเที่ยงแท้แน่นอน ความเห็นแตกต่าง ความเชื่อ จะไม่เป็นสิ่งกีดกันให้คนไทยรู้รักสามัคคีกัน หวังว่าความเห็นคงเป็นประโยชน์บ้าง
ทั้งนี้ ภายหลังกล่าวจบ พล.อ.เปรม ได้เดินทางกลับทันที โดยระหว่างการออกจากที่ประชุมสัมมนา ได้กล่าวว่า ขอให้รอวันที่ 27 ธ.ค.นี้ จะใช้โอกาสเปิดบ้านสี่เสาเทเวศน์ให้ผู้นำเหล่าทัพเตรียมเดินทางเข้าอวยพรเนื่องในวันปีใหม่ ปี 2556 ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนคนไทยด้วยขณะเดียวกัน พล.อ.เปรม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า อยากให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร โดย พล.อ.เปรม กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เหมือนคนไทยทุกคน ซึ่งก็สามารถตอบได้
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค Ning Nhong







