posttoday
แนบหูฟังครม.กังวล24ล้านเสียงประชามติ

แนบหูฟังครม.กังวล24ล้านเสียงประชามติ

19 ธันวาคม 2555

ส่องที่ประชุมครม.ถกยาว 50 นาทีประเมินเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กังวลอาจไม่ถึง24ล้านเสียง

โดย....ขำ  เคืองใจ

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18  ธ.ค. 55  มีมติให้ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165  ประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม  จารุพงษ์ เรืองสุวรรณ  รมว.มหาดไทย  พงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ  วราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯ และ อัชฌาพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา 

“คณะทำงานชุดนี้จะไปศึกษาแนวทางกฎหมายประชามติ โดยกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ ในการยกร่างประกาศต่างๆที่รองรับการทำประชามติ  คาดภายใน 2-3 สัปดาห์ เสนอกลับให้ที่ประชุมครม.เห็นชอบ เมื่อได้มติครม.จะได้ไปหารือกับประธานสภาและประธานวุฒิสภา เห็นชอบ ก่อนที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ดำเนินการประชามติภายใน 120 วันต่อไป คาดว่าน่าจะประชามติได้ประมาณเดือน เม.ย.หรือพฤษภาคม56”    วราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯ เปิดเผยภายหลังประชุมครม.

มติครม.ที่ออกมาล่าสุด หากย้อนไปติดตามการประชุม ทำให้เห็นถึงอาการห่วงกังวลของคนในรัฐบาลยิ่งนัก เพราะไม่ง่ายเลยต่อการตามหาเสียงมหาประชาชนให้ออกมาประชามติรัฐธรรมนูญอย่างพร้อมเพียง  

ก่อนที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  จะเข้าห้องประชุม  พิชิต ชื่นบาน ทีมงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย หอบแฟ้มเอกสารเข้าพบและพูดคุย ซึ่งหนีไม่พ้นการติวเข้มเส้นทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อเข้าสู่วาระการประชุม พล.ต.อ.ประชา รมว.ยุติธรรม รายงานต่อที่ประชุมโดยอ้างถึงการประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดทำประชามติ 

จากนั้นยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  อยากรับฟังความคิดเห็นจากครม. เสียงดังมาจากฟากหนึ่งของห้อง   ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.พาณิชย์และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)  สอบถามว่า ตอนนี้มีความสับสนถึงการนับจำนวนผู้ออกเสียงประชามติยึดแบบไหนกันแน่      อัชฌาพร จึงกล่าวขึ้นมาว่า การประชามติต้องยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 วรรคแรก  และดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงประชามติ ปี 2552 ซึ่งมาตรา 9 ระบุว่า ต้องมีผู้มาใช้สิทธิประชามติเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ และ ต้องได้จำนวนเสียงประชามติเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ   

ครม.ได้อภิปรายอย่างกว้างขวางใช้เวลานานกว่า 50 นาที   ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อจำนวนเสียงที่จะมาลงประชามติ จะได้เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั่วประเทศหรือไม่ เพราะถ้าไม่ถึงกึ่งหนึ่ง การประชามติจะตกไปโดยปริยาย ทำให้จารุพงษ์   รมว.มหาดไทย แจ้งต่อครม.จากทะเบียนผู้มีสิทธิลงคะแนนทั่วประเทศอายุเกิน 18 ปี  มีจำนวน 46 ล้านเสียง ซึ่งจะมีการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนธันวาคมนี้ โดยจะมีผู้มีสิทธิอายุเกิน 18 ปี เพิ่มขึ้นอีก 7 แสนคน จะทำให้ผู้มีสิทธิ จำนวน 46.7 ล้านคน

"การลงประชามติต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งประมาณ 24 ล้านคน ถ้ามาไม่ถึง 24 ล้านการประชามติตกไป แต่ถ้ามาถึง 24 ล้าน ต้องดูว่าจะมียอดผู้ลงคะแนนเห็นด้วยแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงเกิน 12 ล้านเสียงหรือไม่" 

ทันทีที่จารุพงษ์อธิบายยอดตัวเลข พล.ต.อ.ประชา กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กำลังออกมารณรงค์ให้ประชาชานอย่าไปสิทธิลงประชามติ อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการปิดกั้นสิทธิประชาชน ทั้งนี้ ครม.สายเพื่อไทยสนับสนุนว่า ถือว่าเป็นการกระทำการที่ผิดกฎหมาย เป็นผลให้ พล.ต.อ.ประชา ได้ทีตอยกย้ำ “ ประชาธิปัตย์กำลังก้าวพลาดอีกครั้งหนึ่ง” 

อย่างไรก็ตาม   ที่ประชุมครม.คงหารืออย่างเคร่งเครียด ต่อประเด็นมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่ออกมารณรงค์ให้ร้ายไม่ให้ไปประชามติ     ในที่สุด นายกฯ กล่าวว่า ขอให้คณะทำงานไปศึกษาประเด็นดังกล่าวด้วย โดยจะต้องรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิประชามติมากๆ โดยต้องเน้นให้ความสำคัญว่า “ นี่คือการลงประชามติครั้งแรกของประเทศ ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย “และต้องบอกกับประชาชนด้วยว่า ถ้าไม่ไปใช้สิทธิจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะพลาดโอกาสสำคัญ เพราะนี่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง"

ก่อนหน้านี้  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครม. โดยแจ้งว่ามีอาการเจ็บคอ ลาป่วย แต่หลังจากครม.เสร็จสิ้นการประชุม ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า  การประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องได้เสียงถึง 24 ล้านคน ซึ่งเป็นไปได้ยาก ส่วนที่ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย พยายามตีความว่า ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิเท่านั้น "ผมไม่ขอวิจารณ์ ไม่รู้ว่าตีความอย่างไรให้ไปตีระนาดเถอะ"

เป็นการส่งสัญญาณทิ้งท้าย  ผ่านเซียนการเมืองอย่างป๋าเหลิม   "ประชามติ รธน. ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา"   

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม