
ธาริตลั่นไม่ลาออกพนักงานสอบสวน
ธาริตพร้อมชนปชป.ยันไม่ลาออกพนักงานสอบสวน ใครเห็นต่างข้อกม.ใช้สิทธิฟ้องได้เลย ตั้ง”วรรณพงษ์ คชรักษ์”สอบมือปล่อยภาพ”อภิสิทธิ์”พิมพ์มือ
ธาริตพร้อมชนปชป.ยันไม่ลาออกพนักงานสอบสวน ใครเห็นต่างข้อกม.ใช้สิทธิฟ้องได้เลย ตั้ง”วรรณพงษ์ คชรักษ์”สอบมือปล่อยภาพ”อภิสิทธิ์”พิมพ์มือ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงข่าวชี้แจงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์โต้แย้งข้อกล่าวหาของดีเอสไอ ว่า เป็นไปตามหลักกฎหมายที่ผู้ต้องหาจะให้การอย่างหนึ่งอย่างใดได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จก็ถือว่ามีสิทธิ์ตามกฎหมายอย่างเต็มที่ และเรื่องปกติของการดำเนินคดี ทั้งนี้ผู้ถูก กล่าวหาในคดีนี้เป็นอดีตผู้นำประเทศและเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ดีเอสไอจะไม่โต้แย้งในทุกๆเรื่อง แต่จะปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีอุกกรรจ์ที่มีโทษสูงมาก ขณะนี้ทั้ง 2 คนยังไม่มีพฤติการณ์ผิดเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ แม้จะไม่เซ็นรับเงื่อนไขของดีเอสไอก็จะไม่ส่งตัวไปศาลเพื่อขอฝากขัง แต่ได้แจ้งเตือนให้ระมัดระวังไม่ให้มีพฤติการณ์หลบหนี หรือยุ่งเหยิงพยาน สำหรับเรื่องการเดินทางไปต่างปร ะเทศไม่ต้องขออนุญาตแต่ดีเอสไอจะติดตามเอง
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์การกระทำความผิด 10 หน้ากระดาษนั้น นายอภิสิทธิ์เซ็นชื่อรับทราบข้อหา ซึ่งในการแจ้งข้อกล่าวหาอัยการทั้ง 2 ท่าน 1 ในนั้น คือ นายภาณุพงษ์ โชติสิน รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ก็ร่วมเซ็นชื่อด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ที่อัยการจะไม่มีมติร่วมให้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ดีเอสไอถือว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วน ดีเอสไอพยายามให้เกียรตินายอภิสิทธิ์ในฐานะอดีตนายกฯ ที่ผ่านมาเราไม่เคยอนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมรับฟังการสอบสวนมากขนาดนี้ จึงทำให้มีผู้ติดตามนายอภิสิทธิ์รวมถึงนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และผู้ใหญ่อีกหลายท่าน เข้าไปนั่งเต็มห้องสอบสวน และยกโทรศัพท์ถ่ายรูปกันตลอดเวลา ภาพพิมพ์มือที่หลุดออกไปไม่ชัดเจนว่ากำลังถูกจับพิมพ์ลายนิ้วมือ แต่มีการบรรยายใต้ภาพว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งตนได้สั่งให้มีการตั้งพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ .สำนักคดีการเงินการธนาคาร เป็นกรรมการสอบสวน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสอบสวนแล้วเสร็จเมื่อไร เพราะในห้องสอบสวนมีคนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ติดตามของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพซึ่งยกโทรศัพท์ถ่ายรูปกันตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุว่าผู้ที่ถ่ายภาพขณะพิมพ์มือและนำออกไปเผยแพร่คือ พ.ต.ท.ถิรพล พิณเมืองงาม พนักงานสอบสวนดีเอสไอ นายธาริตกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ แต่ยืนยันว่ากรณีนี้จะไม่มีการโยนความผิดไปให้พนักงานลูกจ้างที่ถูกเรียกเข้าไปบันทึกภาพ
"บรรยากาศการสอบสวนมีความตึงเครียดมาก จนผมต้องกดไมโครโฟนตัดบทเป็นระยะๆว่า ผมพร้อมรับผิดชอบ เพื่อเป็นหลักประกันให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความมั่นใจในการทำงาน หลายคนเตือนให้ผมลาออกจากการเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ซึ่งผมยังยืนยันว่าทำไม่ได้ เพราะคดีนี้ไม่ได้ทำโดยลำพัง ผมเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ และไม่อยากเอาตัวรอดโดยปล่อยให้ลูกน้องต้องรับแรงเสียดทาน บรรยากาศการทำงานที่ไม่ราบเรียบและมีภาวะตึงเครียด ทำให้กังวลว่าจะต้องปกป้องและประคับประคองลูกน้องให้ทำงานภายใต้แรงเสียดทานได้อย่างไร ผมต้องทำอย่างนี้เพื่อรักษาองค์กร อยากชี้แจงอีกครั้งว่า คดีในส่วนของผู้ชุมนุมกว่า 290 คน ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ไม่เพียงแค่สั่งฟ้องแต่หลายคดีติดคุกไปแล้ว ขณะที่คดีในส่วนของผู้สั่งการให้สลายการชุมนุมเพิ่งมีการเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเพียงคดีเดียว”นายธาริตกล่าว
นายธาริต กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าศาลจะนัดฟังคำสั่งในคดีการเสียชีวิตของนายชาติชาย ช่างเหลา และคดีของด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หลังจากนี้ดีเอสไอจึงจำเป็นต้องทยอยเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาเป็นระยะๆ เพราะมีคดีการเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่รัฐและคดีพยายามฆ่ารอการไต่สวนอยู่อีก 34 สำนวน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีข้อโต้แย้งในอำนาจสอบสวนเพราะอาจอยู่ในความรับผิดชอบของสำนวนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)นายธาริต กล่าวว่า หากเป็นคดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบต้องส่งป.ป.ช. แต่กรณีไม่ใช่การทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์ให้พวกพ้อง และไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบแต่เป็นการทำเกินหน้าที่ จึงไม่เข้าข่ายมาตรา 157 กรณีนี้เรากล่าวหาว่าทั้ง 2 คน ทำเกินอำนาจหน้าที่ จึงไม่ส่งป.ป.ช. ดีเอสไอวิเคราะห์ข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า หน้าที่คือการรักษาความสงบแต่ไม่ทำอะไร และไม่ทำอะไรที่ละเมิดกฎหมายหมาย หากใครเห็นว่าดีเอสไอดำเนินการไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ไปดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงนายถาวร เสนเนียม อัยการรุ่นพี่ของตน ซึ่งตนจะไม่ขอโต้ตอบ เพราะเข้าใจดีว่า ต้องออกมาปกป้องหัวหน้าพรรคของตัวเอง







