posttoday
ช้าแต่ชัวร์

ช้าแต่ชัวร์

13 ธันวาคม 2555

ในที่สุด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ก็ต้องมาเกี่ยวจนได้ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากเริ่มมีแรงต้านรัฐบาลมากขึ้น

ในที่สุด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ก็ต้องมาเกี่ยวจนได้ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากเริ่มมีแรงต้านรัฐบาลมากขึ้น

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ในที่สุด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ก็ต้องมาเกี่ยวจนได้ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากเริ่มมีแรงต้านรัฐบาลมากขึ้น เลยต้องออกมาสั่งเบรกด้วยการเสนอให้ทำประชามติก่อน ควบคู่กับการทำสานเสวนา โดยให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมเป็นแม่งาน

สอดรับกับท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปิดเผยผ่านการเสวนาโต๊ะกลมของ “เอเชีย โซไซตี” ที่ฮ่องกง ว่า

“ภาพรวมของประเทศไทยในปีหน้าจะมีแต่สิ่งดีๆ จะเริ่มเห็นการปรองดองในประเทศไทยอย่างแน่นอนในปีหน้า โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการทำประชามติเพื่อฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่”

เมื่อเป็นประกาศิตที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากนายใหญ่มาสู่นายกฯ หญิง และจนมาถึงพรรคร่วมรัฐบาล เล่นเอา “โภคิน พลกุล” ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกอาการงงงวยอยู่ไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ได้ประกาศเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า เปิดสมัยประชุมนิติบัญญัติต้องลงมติวาระที่ 3 ที่ค้างอยู่แน่นอน ขณะที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้

แต่เมื่อมีคำสั่งลงมาจาก คนทางไกล ทุกกลไกในเพื่อไทยและเสื้อแดง ไม่สามารถหืออืออะไรได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุผลของการถอยครั้งนี้มาจาก “อาการแหยง” ของรัฐบาลเอง ที่ไม่รู้ว่าหากตัดสินใจลงมติเห็นชอบวาระ 3 ไปแล้ว จะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง รวมไปถึงกระแสต้านรัฐบาลที่อาจกลับมาทวีความเข้มข้นอีกครั้ง แม้ว่ากลุ่มต่อต้านรัฐบาลอย่าง “องค์การพิทักษ์สยาม” จะดูเหมือนสิ้นฤทธิ์แล้วก็ตาม

เหนืออื่นใด เหตุผลประการสำคัญ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้นายกฯ ตัดสินใจสั่งถอย

“การตรารัฐธรรมนูญ 2550 เป็นกระบวนการที่ได้ผ่านการลงประชามติของผู้ใช้อำนาจอธิปไตย คือ ประชาชนโดยตรง ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 แม้จะเป็นอำนาจของรัฐสภาก็ตาม แต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291

เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน ก็ควรที่จะให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่า สมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือรัฐสภาจะใช้อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ก็เป็นความเหมาะสมและเป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นการสอดคล้องกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 291” (คำวินิจฉัยที่ 18-22/2555)

จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญครั้งนั้น ชี้ว่าศาลได้วางหลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้ 2 แนวทาง คือ 1.ถ้าต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อน และ 2.แก้ไขเป็นรายมาตรา

ด้วยหลักการนี้เอง เป็นผลให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องหักมติเสื้อแดงและคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ที่ให้เดินหน้าชนลูกเดียว เนื่องจากเกรงว่าถ้าลงมติวาระ 3 ก็พาเข้าสู่หลักประหารได้ ซึ่ง สมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลได้ออกมาส่งสัญญาณแล้วว่า คำวินิจฉัยศาลมีผลผูกพันทุกองค์กร หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดอาญาได้

ที่สำคัญ ยังกลัวการยื่นเรื่องของฝ่ายตรงข้ามให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยซ้ำในประเด็นนี้ด้วย แม้ว่า วราเทพ รัตนากร จะเห็นว่าศาลไม่สามารถนำเรื่องนี้มาพิจารณาซ้ำได้ แต่เมื่อพลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 215 ก็ยังเปิดช่องอยู่

“ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเรื่องใดหรือประเด็นใดที่ได้มีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เป็นเรื่องหรือประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยพิจารณาวินิจฉัยแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องหรือประเด็นดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้” เนื้อหาในบทบัญญัติมาตรา 215

ไม่เพียงเท่านี้ การฝืนลงมติวาระ 3 ยังก่อให้เกิดภาระทางกฎหมายต่อตัว ยิ่งลักษณ์ อีกด้วย ในฐานะที่ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 20 วัน ซึ่งการนำร่างกฎหมายที่ยังมีความคลุมเครือเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาดำเนินการในลักษณะเช่นนั้น อาจไม่เป็นผลดีในทางการเมืองนักกับนายกฯ เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความอ่อนไหวพอสมควร

แผนการตัดไฟแต่ต้นลมจึงเกิดขึ้น

โดยขั้นตอนต่อไปคาดว่ารัฐบาลคงเลือกให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 คาอยู่ในรัฐสภาต่อไป รอจนกว่าผลประชามติจะออกมา ถ้าออกมาเป็นในทางเป็นคุณแก่รัฐบาล ก็จะสามารถเห็นชอบได้ทันที เพื่อผลักดันให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วิธีการนี้มีข้อเสียตรงที่จะใช้เวลานานหน่อย อย่างน้อยกว่าจะทราบผลประชามติอย่างเป็นทางการ ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 90-120 วัน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 และอาจไม่ทันใจกองเชียร์นายใหญ่ และต้องหักกับแนวร่วมของพรรคเพื่อไทยอย่างกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการเร่งให้แก้รัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายกฯ ปู เล็งเห็นประโยชน์ของทางเลือกนี้ว่า บนข้อเสียก็ยังมีประโยชน์ที่เป็นคุณกับรัฐบาลแฝงอยู่ เพราะอย่าลืมว่าการทำประชามตินั้น รัฐธรรมนูญกำหนดว่าก่อนการดำเนินการรัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลแก่ประชาชน พร้อมกับเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นเต็มที่และตกผลึกมากที่สุด

รวมทั้งช่วยเปิดเวทีให้รัฐบาลมีโอกาสชี้แจงข้อกล่าวหาต่อประชาชน หลังจากถูกตั้งแง่มาตลอดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเพียงประโยชน์เฉพาะฝ่ายการเมืองเท่านั้น ไม่ได้แก้ปัญหาของประชาชนที่รอรับการแก้ไขอยู่

การเปิดพื้นที่สาธารณะผ่านกระบวนการประชามติ เท่ากับว่าความข้องใจได้รับการระบายออกมา ด้านหนึ่งช่วยลดดีกรีความขัดแย้งให้ลดลง เป็นผลดีต่อตัวรัฐบาลเองที่ไม่ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานมากนัก ถ้าเทียบกับการเลือกจะลองของลงมติวาระ 3 ตามข้อเสนอของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล

สรุปได้ว่า ยิ่งลักษณ์ เลือกจะรักษาอำนาจรัฐของตัวเองให้มีความมั่นคงเอาไว้ให้มากที่สุดก่อน ปิดแผลปิดช่องไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำร้ายได้ เรียกว่าขอช้าแต่ชัวร์ ดีกว่าเร็วแต่พัง

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69