posttoday
โจรผวา ‘แจ๊ด’จัดทัพดึงนักสืบคืนถิ่นนครบาล

โจรผวา ‘แจ๊ด’จัดทัพดึงนักสืบคืนถิ่นนครบาล

10 ธันวาคม 2555

คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงไปจนถึงระดับสารวัตร

คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงไปจนถึงระดับสารวัตร

วัสยศ งามขำ


มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นโผที่ถูกจับตามากที่สุดโผหนึ่ง เนื่องจากเป็นการโยกย้ายนายตำรวจระดับปฏิบัติการทั่วประเทศ เป็นที่รู้กันว่าการเมืองยังคงแทรกแซงการจัดทัพ ดูได้จากนักสืบที่เคยกระเด็นกระดอนเมื่อครั้งรัฐบาลก่อน ได้กลับคืนรังในนครบาลกันดาษดื่น

โฟกัสไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง แม่ทัพใหญ่ เจ้าของวลี “ได้ดีเพราะพี่ให้” ด้วยความที่ได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงขนาดต่อสายตรงได้ตลอดเวลา เลยได้สิทธิขาดคัดเลือกผู้จะเข้ามาเป็นลูกน้องสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลมากกว่าหน่วยอื่น แม้กระทั่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่สามารถก้าวล่วงล้วงลึกได้

ทั้งนี้ ดูได้จากโผการแต่งตั้งโยกย้ายที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลทำเสร็จ และคลอดโผออกมาเป็นหน่วยแรกๆ ต่างกับทุกครั้งที่มักจะคลอดช้ามาเป็นลำดับท้าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานสืบสวน หัวใจหลักการปราบปรามอาชญากรรม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลตัดสินใจคัดสรรขุนพลนักสืบยอดฝีมือที่เป็นลูกน้องเก่ามาเสริมทัพหลายคน แถมได้คนของ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา เลขานุการรองนายกรัฐมนตรี อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มือปราบรุ่นพี่ที่สนิทชิดเชื้อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เข้ามาเติมเต็มอีกด้วย

เรียกได้ว่าล้างน้ำล้างบางขั้วอำนาจเก่า ที่เกาะใบบุญยุครัฐบาลก่อน

ไล่ตั้งแต่ดึง พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยนาท มือทำงานจากสืบสวนภูธรภาค 1 มานั่งเป็นรองผู้บังคับการสืบสวนนครบาล แล้วขยับเอา พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รองผู้บังคับการสืบสวนนครบาลสายตรง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตนายพลมือปราบต่างขั้วอำนาจไปอยู่ชัยนาทแทน ในขณะที่เด็กในคาถาของ พล.ต.อ.อัศวิน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศก็กระเด็นกระดอนกันไปคนละทิศละทางด้วยเช่นกัน เพราะว่าฝ่ายการเมืองที่เห็นว่า พล.ต.อ.อัศวิน เป็นมือปราบฝ่ายค้าน

ขณะเดียวกัน ยังลากเอา พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จ.แพร่ ขั้ว พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ไปเป็นผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนนครบาล เรียกได้ว่าเอานักสืบคืนถิ่น หลังกระเด็นออกไปอยู่ภูธรเพราะพิษการเมืองเช่นกัน

จัดให้ พ.ต.ท.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้กำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เด็กในคาถา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เบียดลงผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 2 พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผู้กำกับการสืบสวนภูธร จ.ตราด ย้ายกลับถิ่นเก่าเป็นผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 4 พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางกรวย จ.นนทบุรี เป็นผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 5 เขี่ย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ เด็กสายคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เจ้าของตำแหน่งไปเป็น ผกก.สน.ฉลองกรุง ส่วน พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผู้กำกับการสืบสวนภูธร จ.ปทุมธานี ก็ถูกดึงเข้ามาเป็นผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 6

เหล่านี้คือนักสืบหน้าใหม่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไว้วางใจให้เข้ามานั่งทำหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายในเมืองกรุง ส่วนจะได้ผลสมใจหรือไม่คงต้องวัดกันที่ผลงาน เพราะนักสืบหลายคนที่ถูกย้ายออกไปนั้นก็สร้างผลงานไว้ไม่น้อยในยุคก่อนหน้านี้

ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนน้อยกว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเฉพาะในส่วนของกองปราบปรามนั้น ผู้ที่ได้รับการโปรโมตสมหวังในตำแหน่งส่วนใหญ่คือผู้ที่ปฏิบัติงานตาม “โครงการตำรวจผู้รับใช้ชุม” หรือ Community Policing ซึ่งเป็นโครงการที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการใช้เวลาผลักดันมานาน 2 ปีเศษ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอาชญากรรมอย่างยั่งยืน

เห็นได้จาก พ.ต.ท.วรวุฒิ คุณะเกษม รองผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม ที่ถือเป็นหัวใจหลักบุกเบิกบากบั่นเคียงข้าง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตั้งแต่ปี 2553 ได้ขยับขึ้นเป็น ผู้กำกับการ 3 กองปราบปราม คุมพื้นที่ภาคอีสาน โดย พ.ต.ท.วรวุฒิ นั้นเป็นผู้เขียนและดูแลโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน อีกทั้งเป็นมือประสานสิบทิศกับชุมชนทั่วประเทศอีกด้วย

รายต่อมา พ.ต.ท.ภูการวิก โชติกเสถียร รองผู้กำกับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ที่รับผิดชอบโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชนวัดสวัสดิ์วารีศรีมาราม หรือวัดแคสามเสน เลื่อนขึ้นเป็น ผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ 1 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง คุมกำลังพลทั้งหมดของ บช.ก. นอกจากผลงานดังกล่าวแล้ว เขาผู้นี้ได้เปิดโครงการการฝึกยุทธวิธีในการปฏิบัติงานการเข้าจับกุมคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม หรือ คอนแทค แอนด์ คัฟเวอร์ เสริมเขี้ยวเล็บเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามให้มีความเชี่ยวชาญในการเข้าจับกุมเหล่าร้าย ลดการสูญเสียของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล สารวัตรกองร้อย 5 กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ที่คุมรถยนต์สายตรวจ และจัดกำลังสนับสนุนตำรวจโครงการรับใช้ชุมชนยังได้เลื่อนขึ้นเป็น รองผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ตรงเที่ยง สารวัตรกองกำกับการ 2 กองปราบปราม เจ้าของโครงการชุมชนชาวต่างชาติลดอาชญากรรมในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ยังได้เลื่อนขึ้นเป็น รองผู้กำกับการ 3 ส่วน พ.ต.ท.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย สารวัตรกองกำกับการ 6 กองปราบปราม หนึ่งในทีมงานจัดตั้งชุมชนหัวทาง อ.เมือง จ.สตูล จนกลายเป็น “สตูลโมเดล” ตัวอย่างชุมชนแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็น รองผู้กำกับการ 6

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวยืนยันว่า ให้ความสำคัญกับโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน จึงโปรโมตให้ตำรวจเหล่านี้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และก็มีตำรวจอีกหลายนายที่มีผลงานสืบสวนจับกุมได้รับการเลื่อนตำแหน่งด้วย

ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถือเป็นกำลังหลักในการปราบปรามอาชญากรรม ส่วนผลการสืบสวนปราบปรามหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องวัดกันที่ผลงาน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่