
ทั่วทิศ...หลั่งไหล น้อมใจรับเสด็จมหาสมาคม
ช่วงเวลาก่อนถึงการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2555
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ช่วงเวลาก่อนถึงการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2555 พสกนิกรทั่วถิ่นแดนไทยต่างร่วมใจกันจัดกิจกรรมถวายพระพร ขณะที่ผู้เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จการเสด็จออกสมาคมก็มีเป็นจำนวนมาก
รถไฟสายใต้ตั้งแต่สถานีสุไหงโกลก จ.นราธิวาสขึ้นมา ต้องสั่งเพิ่มตู้โดยสารชั้น 3 เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมกันเป็นหมู่คณะขึ้นกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกำหนดการสำคัญครั้งนี้
นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังจัดเดินขบวนรถโดยสารพิเศษให้บริการประชาชนฟรี ระหว่างสถานีท่าเรือ (พระนครศรีอยุธยา)–กรุงเทพฯ 20 ตู้โดยสาร เพื่อให้ประชาชนเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จ และยังได้เพิ่มตู้โดยสารทุกขบวนจนเต็มกำลัง เพื่อให้บริการประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีครั้งนี้
ขณะที่ถนนเข้ากรุงเทพฯ ทุกสาย ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 4 ธ.ค. ปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้น เนื่องจากประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เริ่มเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จ
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เปิดเผยว่า การจราจรในเส้นทางสายหลักต่างๆ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา หนาแน่นในช่วงตั้งแต่เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากมีรถจากต่างจังหวัดเข้ามามากขึ้น
“อย่างไรก็ตาม บางเส้นทาง บางจุด เช่น ด่านทางด่วนประชาชื่น ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงไปยังสถานที่จอดรถทั้ง 9 แห่งที่จัดเตรียมไว้ เริ่มหนาแน่นมากตั้งแต่ช่วงเย็น เนื่องจากมีรถบัสนำประชาชนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งตำรวจจราจรจะทำงานอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอด 24 ชั่วโมง” ผบก.จร. กล่าว
ด้านจังหวัดต่างๆ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ อาทิ จ.ปราจีนบุรี ได้จัดกิจกรรมรวมพลังเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่คืนวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยพระภัทรราชธาดา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรี และจิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาสมีประชาชน กว่า 5,000 คน ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขณะที่ช่วงเช้า วันที่ 4 ธ.ค. ทุกจังหวัดมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติหลากหลาย อาทิ อ.แม่สอด จ.ตาก จัดกิจกรรมเดิน–วิ่ง ถวายพระพรในหลวง โดยประชาชนหลายพันคนที่มาร่วมกิจกรรม พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยมีการเดินวิ่ง จากบริเวณหน้าวัดพระธาตุศิริมงคล ไปถึงอ่างเก็บน้ำห้วยลึก ระยะทาง 3 กิโลเมตร
ด้าน จ.พิษณุโลก บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหมดในตลาดร่วมใจพิษณุโลก พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองตั้งแต่เมื่อวานนี้ และจะสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปตลอดทั้งสัปดาห์ รวมทั้งเชิญชวนประชาชนที่มาซื้อหาจับจ่ายสินค้าให้ร่วมใจกันสวมใส่เสื้อเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดี
ถาวร หนูอู๊ต แม่ค้าในตลาดร่วมใจพิษณุโลก กล่าวว่า การสวมเสื้อเหลืองเป็นการพร้อมใจกันของบรรดาผู้ค้าทั้งหมด รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาสวมเสื้อสีเหลืองเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“เป็นการแสดงถึงความรัก ความสามัคคีของคนไทย ที่จะพร้อมใจกันทำเพื่อพระองค์ท่าน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดล้วนแต่ขอพรให้ในหลวงทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน และจะเฝ้าติดตามบรรยากาศการถวายพระพรผ่านหน้าจอโทรทัศน์อีกด้วย” ถาวร กล่าว
ด้านพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยที่ จ.ปัตตานี ประชาชนทั้งที่นับถือศาสนาพุทธและมุสลิม ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่อ่าวปัตตานี ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ 1 ล้านตัว ปลากะพงขาว 2 หมื่นตัว และพันธุ์ปูม้าอีก 1 หมื่นตัว
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้ร่วมกับ จ.ยะลา ปลูกต้นไม้และปล่อยพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนที่ จ.นราธิวาส หลายพื้นที่ก็จัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะที่ป่าพรุโต๊ะแดง มีการปลูกต้นไม้กว่า 1,200 ต้น
ด้าน ซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยในช่วงเช้าวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเสด็จออกมหาสมาคม พสกนิกรมุสลิมใน จ.นราธิวาส จะจัดกิจกรรมอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน กล่าวสดุดี และพิธีอ่านดุอาถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว







