posttoday
ฝึกจราจรปราบโจร เสริมเขี้ยวเล็บ ตร.เมืองกรุง

ฝึกจราจรปราบโจร เสริมเขี้ยวเล็บ ตร.เมืองกรุง

04 ธันวาคม 2555

รู้กันดีแล้วว่ารถราการจราจรเมืองกรุงเป็นอย่างไร ติดแหง็กระนาวอยู่ทุกวัน เป็นปัญหาที่ยากจะคลายทางออกอย่างชัดเจน

รู้กันดีแล้วว่ารถราการจราจรเมืองกรุงเป็นอย่างไร ติดแหง็กระนาวอยู่ทุกวัน เป็นปัญหาที่ยากจะคลายทางออกอย่างชัดเจน

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

รู้กันดีแล้วว่ารถราการจราจรเมืองกรุงเป็นอย่างไร ติดแหง็กระนาวอยู่ทุกวัน เป็นปัญหาที่ยากจะคลายทางออกอย่างชัดเจน

แต่ถึงแม้ปัญหาจะหนัก ภาระที่ต้องมาตกอยู่กับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) หรือที่เรียกว่า จราจรกลาง ก็ต้องระดมทุกทางทุกรูปแบบเพื่อคลี่คลายผ่อนหนักให้เป็นเบามากที่สุด อย่างน้อยรถต้องไหลลื่น รวมถึงการสกัดผู้ขับขี่ที่มักง่ายฝ่าฝืนกฎจราจรที่นำพาไปสู่อุบัติเหตุ ส่วนในฐานะผู้ปฏิบัติอย่างตำรวจที่ต้องลงพื้นที่ ก็ต้องมีความพร้อม มีความรู้ในการอำนวยความสะดวกบนท้องถนนเป็นสำคัญ

แต่ปัญหาเมืองหลวงนั้นมีมากมายและนับวันยิ่งซับซ้อน เพื่อป้องกันอาชญากรรม ตำรวจจราจรโดยเฉพาะจราจรกลาง จึงไม่อาจทำหน้าที่เพียงแค่อำนวยความสะดวกการจราจรได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเพิ่มเขี้ยวเล็บ ทักษะในการปราบปรามอาชญากรรม สกัดกั้นโจรผู้ร้ายควบคู่กันไปด้วย

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร หรือ ผบก.จร. เล็งเห็นปัญหานี้ที่ต้องดำเนินการแก้ไข จึงจัดให้ตำรวจในสังกัด บก.จร. ต้องมาเรียนรู้ในยุทธวิธีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด

“เพื่อเป็นการพัฒนาครับ ให้ตำรวจในสังกัดต้องมีการพัฒนาตามสายงานที่ต้องรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมา บก.จร.ก็กวดขันวินัยจราจรมาเป็นระยะหนึ่งแล้วสำหรับผู้ขับขี่ คราวนี้ก็มาถึงรอบของผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะในการมุ่งเน้นการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรที่ตำรวจต้องรู้ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและต้องเป็นไปแนวทางเดียวกัน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพการเลื่อนไหลของการจราจร ตลอดจนนำเทคนิควิธีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่ต้องมีความถูกต้อง ปลอดภัย สำหรับผู้ปฏิบัติและผู้ใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงการป้องกันและช่วยเสริมงานจับกุมปราบปรามอาชญากรรมในการตั้งจุดสกัดจับกุม เป็นการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับตำรวจจราจรที่ไม่ใช่แค่เพียงอำนวยความสะดวกบนท้องถนนเท่านั้น แต่งานปราบปรามก็สามารถทำได้เช่นกัน” ผู้การปิยะ เปิดฉากอธิบาย

พล.ต.ต.ปิยะ เล่าอีกว่า กำลังตำรวจในสังกัด บก.จร. มีอยู่ทั้งสิ้น 288 นาย วิชาที่อบรมคือ 1.การตรวจยานพาหนะ ตัวบุคคล และการคุ้มกัน 2.ความสำคัญและยุทธวิธีของการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และ 3.การฝึกปฏิบัติในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด โดยใช้นายตำรวจระดับ ผกก.ที่มีประสบการณ์และความชำนาญมาบอกกล่าววิธีการปฏิบัติเพื่อให้นำไปใช้

ด้าน พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผู้กำกับการ 3 (ศูนย์ข้อมูลใบสั่ง) บก.จร. หนึ่งในนายตำรวจที่ต้องเป็นวิทยากร เปิดเผยรายละเอียดการฝึกยุทธวิธีว่า การตั้งจุดตรวจค้น หรือการตั้งด่าน วิธีการและอุปกรณ์ที่ตำรวจต้องรู้และต้องทำความเข้าใจ เช่น การตั้งด่านต้องมีกรวยยางกั้นทางที่ชัดเจน ป้ายไฟบอกสถานะ รวมถึงสัญญาณเป็นไฟกะพริบที่ต้องเห็นได้ในระยะ 150 เมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติและผู้ที่ขับขี่บนท้องถนนด้วย

“การตั้งด่านที่ถูกต้อง ต้องมีตำรวจประจำการไม่น้อยกว่า 10 นาย โดยมีนายตำรวจสัญญาบัตรในระดับตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไปเป็นผู้ดูแลและควบคุม กรวยสีส้มตั้งเป็นระยะ เพื่อบีบบังคับทิศทางการจราจรให้เหลือช่องเดียวนำไปยังจุดตรวจค้น และต้องแจ้งไปยังท้องที่ว่าจะเริ่มปฏิบัติการตั้งจุดตรวจสกัดสิ่งใด ตำแหน่งไหน วันเวลาเท่าไรถึงเท่าไร ใครเป็นผู้ควบคุม”

ผู้กำกับวีระวิทย์ บอกอีกว่า เทคนิคที่ต้องเน้นเพิ่มเติมเสริมเขี้ยวเล็บให้กับตำรวจจราจร ที่งานหลักแต่เดิมคืออำนวยความสะดวกจราจร คือการมุ่งเทคนิค วิธีการ เพื่อเสริมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม อาทิ การฝึกการใช้อาวุธ การเข้าตรวจค้น การประสานช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีการฝึกช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายครั้งมีตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการลงไปช่วยเหลือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นมาอีก

พ.ต.อ.วีระวิทย์ ย้ำอีกว่า ในการฝึกจะมี 1 ครั้งในสัปดาห์เรื่อยไป โดยทุกอย่างจะจำลองเหตุการณ์จริงเพื่อให้ตำรวจมีความพร้อมมากที่สุด

งานของตำรวจจราจร นอกจากจะต้องอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการตรวจตรา สกัดจับ หรือตั้งด่านตรวจผู้ที่กระทำผิดกฎหมายด้วย นอกจากนี้คำมั่นจาก พล.ต.ต.ปิยะ ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการซุ่มจับผู้กระทำผิดกฎจราจรอย่างแน่นอน ทุกด่านต้องมีขั้นตอนถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง ความสูญเสียบนท้องถนนจะได้ลดลง และถือเป็นการปัดฝุ่นความสามารถของตำรวจจราจรให้พร้อมกับยุคสมัยที่เมืองกรุงเต็มไปด้วยรถที่มหาศาล

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน