posttoday
แสงสว่างของเศรษฐกิจไทย

แสงสว่างของเศรษฐกิจไทย

03 ธันวาคม 2555

ข้อมูลเศรษฐกิจไทยเดือน ต.ค. 2555 สะท้อนภาพด้านบวกหลายด้านสอดคล้องกัน ทั้งในส่วนของการใช้จ่ายภายในประเทศ

โดย...บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ข้อมูลเศรษฐกิจไทยเดือน ต.ค. 2555 สะท้อนภาพด้านบวกหลายด้านสอดคล้องกัน ทั้งในส่วนของการใช้จ่ายภายในประเทศ การผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออก ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าทิศทางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในช่วงย่างเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 นี้ เมื่อรวมกับผลของฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อนที่เป็นปัจจัยทางเทคนิคหนุนตลอดทั้งไตรมาส 4 ปี 2555 น่าจะทำให้อัตราการเร่งตัวขึ้นของเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2555 มีความแข็งแกร่งกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ด้วยเหตุนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของจีดีพีประจำไตรมาส 4 ปี 2555 มาที่ 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (จากคาดการณ์เดิมที่ 12.5%) แต่คงประมาณการกรณีพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2555 ไว้ที่ 5% ตามเดิม เนื่องจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ปี 2555 ที่รายงานในช่วงก่อนหน้านี้ มีภาพที่ค่อนข้างอ่อนแอ

โมเมนตัมเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี

กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในเดือนต.ค. 2555 มีทิศทางที่ดีขึ้น (MoM) เมื่อเทียบกับในเดือน ก.ย. 2555 นำโดย การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออก ตลอดจนรายได้ของเกษตรกร เพิ่มระดับขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งทิศทางดังกล่าวนอกจากจะสะท้อนภาพด้านบวกของการฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบน้ำท่วมและความซบเซาของเศรษฐกิจโลกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแล้ว ยังเป็นการเพิ่มช่วงบวกให้กับอัตราการเติบโตของเครื่องชี้เศรษฐกิจหลายภาคส่วน เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)

การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวขึ้นในเดือน ต.ค. 2555 โต 9.3% (YoY) และขยายตัว 16.4% (YoY) ตามลำดับ ท่ามกลางอานิสงส์ของนโยบายรถคันแรกและมาตรการเพิ่มรายได้ โดยสะท้อนจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีในหมวดยานยนต์ 5.8% จากเดือนก่อนหน้า และ 201.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งนำโดยการขยายตัวสูงของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่ง (+277.1% YoY)และรถยนต์เชิงพาณิชย์ (+195.3% YoY) พร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการนำเข้าสินค้าทุน (+0.6% MoM, +42.7% YoY) และการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค (+8.8% MoM, +35.3% YoY)

สัญญาณการฟื้นตัวจากน้ำท่วมและความไม่มั่นคงของเศรษฐกิจโลกบางส่วน สะท้อนผ่านการพลิกกลับมาขยายตัวการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกในเดือน ต.ค. 2555 ที่ 5.4% (MoM) และ 0.8% (MoM) จากที่หดตัว 6.4% (MoM) และ 0.3% (MoM) ในเดือน ก.ย.ตามลำดับ

แสงสว่างของเศรษฐกิจไทย

และเมื่อรวมผลทิศทางที่ดีขึ้นของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกดังกล่าวนี้ กับผลของฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดือน ต.ค.ปีก่อนที่ผลกระทบจากอุทกภัยแผ่ขยายเป็นบริเวณกว้าง ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกของไทยกลับมาขยายตัวพร้อมกันอย่างแข็งแกร่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ด้วยอัตราการเติบโตที่เป็นตัวเลข 2 หลัก ที่ 36.1% (YoY) และ 14.4% (YoY) ในเดือน ต.ค. จากที่หดตัว 15.9%(YoY) และ 0.1% (YoY) ในเดือน ก.ย.ตามลำดับ โดยอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณบวกทั้งในด้านการผลิตและการส่งออกที่สอดคล้องกัน ได้แก่ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร/เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์โลหะ

รายได้เกษตรกรในประเทศทรงตัว แต่การส่งออกสินค้าเกษตร/ประมงยังไม่ฟื้นตัว ทั้งนี้ราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) ช่วยหักล้างการหดตัวลง 4% (YoY) ของผลผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งทำให้ระดับรายได้ของเกษตรกรทรงตัวในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน 0.7% (YoY)

อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเกษตรและประมงของไทยยังคงเป็นหมวดสินค้าที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง 16.1% (YoY) และ 15.4% (YoY) และฟื้นตัวได้ช้า เมื่อเทียบกับสินค้าอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับมาขยายตัวแล้ว ทั้งนี้ประเด็นเรื่องความสามารถในการแข่งขันและภาวะอุปสงค์ของประเทศคู่ค้ายังเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้งให้การฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าเกษตร แม้ว่าเมื่อเทียบกับมูลค่าในเดือนก่อนหน้า จะเริ่มเห็นปริมาณการส่งออกสินค้าบางรายการที่เพิ่มสูงขึ้นบ้างแล้ว อาทิ ข้าว และมันสำปะหลัง

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2555 อาจแข็งแกร่งกว่าที่คาด

สัญญาณการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและเอเชียในช่วงปลายปี 2555 ที่เกิดขึ้นในจังหวะที่สอดคล้องกับการเร่งตัวสูงขึ้นอย่างมากของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในหลายภาคส่วนช่วงเดือน ต.ค. 2555 และน่าจะต่อเนื่องตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี (จากผลของฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงไตรมาส 4/2554 ที่ถูกกระทบโดยเหตุการณ์น้ำท่วม) ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2555 มีโอกาสขยายตัวสูงถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ซึ่งสูงขึ้นกว่าประมาณการเดิมที่คาดไว้ที่ 12.5% (YoY)

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 น่าจะขยายตัวในทิศทางที่สอดรับกันมากขึ้น โดยการบริโภคภาคเอกชนอาจขยายตัวได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่เป็นบวกมากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน (ที่ถูกกระทบจากอุทกภัย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการจำหน่ายยานยนต์ที่อาจเร่งตัวสูงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายของภาครัฐก็น่าจะรักษาทิศทางการขยายตัวไว้ได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากนี้สัญญาณการเริ่มฟื้นตัวของภาคการส่งออกของไทยท่ามกลางสถานการณ์ที่นิ่งขึ้นของเศรษฐกิจโลก (แม้จะยังมีความเสี่ยงจากความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซนและหน้าผาการคลังของสหรัฐ) ก็น่าจะทำให้การพลิกกลับมาขยายตัวในระดับที่สูงเกินกว่า 20% (YoY) ของการส่งออกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพิ่มแรงหนุนต่อการเติบโตในภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี 2555 ให้ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2555 นั้น แม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ขึ้นมาที่ 13% (จากคาดการณ์เดิมที่ 12.5%) แต่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3/2555 ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดก็ทำให้ตัวเลขคาดการณ์สำหรับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งปี 2555 ในกรณีพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก 5% ที่เคยคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ต้องติดตามในช่วงรอยต่อข้ามปี 2555ต้นปี 2556 ก็คือ 1) แรงกดดันด้านต้นทุน ที่กำลังอยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้นพร้อมกันในหลายๆ ด้าน ทั้งในส่วนของค่าจ้างแรงงาน ค่าไฟฟ้า และราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งอาจปกคลุมบรรยากาศการฟื้นตัวในช่วงแรกเริ่มของการผลิตภาคอุตสาหกรรม และ 2) ความเปราะบางของการส่งออกในช่วงปลายปีนี้-ต้นปีหน้า ต้องพึ่งพาอานิสงส์ในช่วงของเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ มากกว่าจะสะท้อนสัญญาณแข็งแกร่งตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า เนื่องจากยังมีตัวแปรที่อาจฉุดรั้งให้การฟื้นตัวของตลาดส่งออกหลัก อาทิ สหรัฐ ยูโรโซน และญี่ปุ่น ยังคงมีทิศทางที่ไม่แน่นอน

สำหรับแนวโน้มในช่วงปี 2556 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยอาจรักษาระดับการเติบโตที่ประมาณ 5% ซึ่งแม้จะใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ในปี 2555 แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ แรงขับเคลื่อนทิศทางการขยายตัวในปี 2556 จะมาจากหลายด้านมากขึ้น ทั้งในส่วนของการเติบโตจากการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงการลงทุนของภาครัฐ ตลอดจนการกลับสู่เส้นทางการฟื้นตัวของภาคการส่งออกของไทย ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มนิ่งมากขึ้น นำโดยจีนที่น่าจะเป็นแกนสำคัญของโลกประเทศแรกที่มีจังหวะการขยายตัวที่ชัดเจนที่สุด ขณะที่การส่งออกสินค้าที่เป็นกลุ่มตัวนำ เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร (ที่น่าจะได้รับแรงเสริมด้านราคาตามการสูงขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก โดยเฉพาะในส่วนของยางพาราและมันสำปะหลัง ขณะที่ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน) ก็จะเป็นตัวช่วยเร่งการฟื้นตัวของภาคการส่งออกในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเริ่มมีจังหวะการขยายตัวที่สม่ำเสมอมากขึ้นเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน