
คลังหวังพรบ.ร่วมทุนหนุนเงินกู้2ล้านล้าน
คลังลุ้น พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ใช้กลางปีหน้า หนุนโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท
คลังลุ้น พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ใช้กลางปีหน้า หนุนโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปแล้ว 3 วาระ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จในปีนี้ และกฎหมายประกาศใช้ช่วงกลางปี 2556 หลังจากใช้เวลาผลักดันกฎหมายมาเป็นเวลา 2 ปี
พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฉบับใหม่จะมีส่วนสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลจะออกเป็นกฎหมายพิเศษลงทุนเป็นเวลา 7 ปี แม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้เป็นเงินกู้ แต่ก็มีบางส่วนต้องให้เอกชนร่วมทุน เพื่อแบ่งเบาภาระเงินกู้และเงินจากงบประมาณ
นายประสงค์ กล่าวว่า ข้อดีของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่จะช่วยลดระยะเวลาในการพิจารณาจากเดิม 2 ปี เหลือเพียง 6 เดือน นอกจากนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวยัง เปิดโอกาสให้เอกชนมาลงทุนเพื่อกิจการสังคม เช่น ก่อสร้างโรงเรียน ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ก่อสร้างโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้องฟอกไต ซึ่งเอกชนจะได้รับเงินคืนจากค่าบริการ จากค่าบริหารจัดการ หรือจากงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้หน่วยงานนั้นๆ ในแต่ละปี
ทั้งนี้ หากเปิดโอกาสให้เอกชนมาลงทุนด้านสังคม จะทำให้โรงเรียน โรงพยาบาล ไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐฝ่ายเดียว ต่างจาก พ.ร.บ.ฉบับเก่าที่เน้นเฉพาะการลงทุนระบบสาธารณูปโภคเท่านั้น โดยหากครบกำหนดที่เอกชนได้รับสิทธิบริหาร 20 ปี กฎหมายฉบับใหม่มีข้อกำหนดให้เรียกเอกชนมาเจรจาถึงสิทธิในการบริหารหลังจากนั้นด้วย
สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฉบับใหม่ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.ยกเลิกพ.ร.บ.ร่วมทุนเดิม และนำฉบับใหม่มาใช้แทนที่ ร่างกฎหมายใหม่มีบทบัญญัติแบ่งออกเป็น 10 หมวด โดยมีบทเฉพาะกาลรองรับโครงการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 นำกลไกลและบทบัญญัติของพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ที่ดีมาไว้ในกฎหมายใหม่ ประกอบด้วยโครงสร้างบทนิยามเดิมของพ.ร.บ.ร่วมทุน และนำขั้นตอน 3 ขั้นตอน คือเสนอโครงการ ดำเนินการ กำกับและติดตามผลของพ.ร.บ.ร่วมทุนฯมากำหนดไว้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสโดยปรับปรุงให้เหมาะสม
สำหรับส่วนสุดท้ายคือ เพิ่มกลไกและมาตรการใหม่ ประกอบด้วย 1. ให้มีจัดตั้งหน่วยงานกลางด้านการให้เอกชนร่วมลงทุน โดยนายกฯ จะเป็นประธานจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่เข้ามาเป็นกรรมการต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับบริษัทที่เข้ามาลงทุนตาม พ.ร.บ.ในช่วง 2 ปี ฝ่าฝืนบทลงโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี พร้อมทั้งมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุน จะใช้งบประมาณตั้งต้น 2,000 ล้านบาท2.ให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การให้เอกชนร่วมลงทุน 3.จัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุน 4. กำหนดหลักเกณฑ์การแก้ไขสัญญาและการทำสัญญาใหม่ 5. กำหนดให้หน่วยงานต้องพิจารณาทางเลือกในการให้เอกชนร่วมลงทุนแทนการใช้งบประมาณทั้งหมด 6. เพิ่มมาตรการเพื่อความโปร่งใส
นายประสงค์ กล่าวว่า ในส่วนของการจัดตั้งหน่วยงานกลางนั้นเพื่อส่งเสริมการลงทุนตามพ.ร.บ. จะมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมา มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีคณะกรรมการซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวจะเข้ามากำหนดทิศทางของการลงทุนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยต้องกำหนดว่าไทยควรมีการลงทุนในด้านไหนบ้าง ควรลงทุนอะไรบ้าง พร้อมกันนี้คณะกรรมการดังกล่าวต้องพิจารณาในการดูแลการลงทุนให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ซึ่งคนที่เข้ามาเป็นกรรมการนั้นต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับบริษัทที่เข้ามาลงทุนตามพ.ร.บ. ในช่วง 2 ปี หากมีการฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษสูงสุดคือจำคุก 3 ปี
ทั้งนี้จะมีการจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุน ใช้งบประมาณตั้งต้น 2,000 ล้านบาท โดยงบดังกล่าวจะใช้ในการศึกษาความคุ้มค่าของโครงการลงทุน หลังจากนั้นเงินที่นำมาเข้ากองทุนนำมาจากค่าซื้อซองประมูล ค่าวิเคราะห์แผนงาน เป็นต้น







