
แรงงานเขมรทะลักเกี่ยวข้าวไทย
แรงงานเขมรหลายร้อยคนทะลักข้ามแดนรับจ้างเกี่ยวข้าวในไทยหลังแรงงานขาดแคลนด้าน นายจ้างไทยนำรถยนต์มารอรับพร้อมเอกสารรับส่งตัว ตม.กาบเชิงคุมเข้มป้องกันหลบหนีเข้าเมือง
แรงงานเขมรหลายร้อยคนทะลักข้ามแดนรับจ้างเกี่ยวข้าวในไทยหลังแรงงานขาดแคลนด้าน นายจ้างไทยนำรถยนต์มารอรับพร้อมเอกสารรับส่งตัว ตม.กาบเชิงคุมเข้มป้องกันหลบหนีเข้าเมือง
ที่ จ.สุรินทร์ เมื่อเวลาเวลา 06.15.น.ที่ผ่านมา แรงงานชาวกัมพูชาหลายร้อยคนทั้งหญิงและชาย พากันมายืนออรออยู่ที่หน้าประตูจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอรเสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อรอเวลา ให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิงเปิดประตูผ่านแดนในเวลา 07.00 น. ก่อนที่แรงงานเขมรหลายร้อยคนจะพากันทะลักเข้ามาเพื่อรอต่อคิวให้นายจ้างชาวไทยมารอรับเพื่อข้ามแดนไปเกี่ยวข้าวในฝั่งไทย พร้อมนำเอกสารของนายจ้างชาวไทยที่มารอรับส่งตัว อาทิ บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเพื่อมาลงบันทึกในหนังสือรับส่งตัวเพื่อขอรับแรงงานชาวกัมพูชาข้ามแดนกับเจ้าหน้าที่ ตม.กาบเชิงฯ และมีการบันทึกจำนวนแรงงานชาวกับพูชาที่นายจ้างแต่ละคนรับไป เพื่อป้องกันแรงงานต่างด้าวด้าวถือโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้าวและหลบหนีเข้าเมือง
ในช่วงเย็นเลิกงาน นายจ้างจะต้องมาส่งแรงงานชาวกัมพูชา เพื่อกลับประเทศตามจำนวนที่รับไป ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีแรงงานชาวกัมพูชาข้ามแดนไปรับจ้างเกี่ยวข้าวถึงวันละ 300 กว่าราย นายจ้างกว่า 20 คน แต่ระยะนี้พื้นที่เกี่ยวข้าวเริ่มลดลงมาก จึงทำให้แรงงานชาวกัมพูชาข้ามแดนมารับจ้างน้อยกว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนเหลือประมาณวันละ 200 คน ซึ่งในวันนี้มีแรงงานชาวกัมพูชาข้ามแดนจำนวน 183 คน มีแรงงานชาวไทยเข้ามารับจำนวน 13 ราย
นายสุรัตน์ เจริญสุข อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.1 บ.คูตัน ต.คูตัน อ.กาบเชิง กล่าวว่า ตนนำแรงงานเขมรไปเกี่ยวข้าวโดยเหมาเป็นไร่ๆละ 550 บาท รับแรงงานไปช่วยเกี่ยวข้าวให้ลูกสาว จำนวน 40 คน ตอนเย็นประมาณ 6 โมงเย็นถึงได้มาส่งถึงประตูด่าน หากจ้างเป็นวันอยู่ที่คนละ 180-220 บาท แล้วแต่ช่วง แต่ช่วงนี้อยู่ที่ราคาวันละ 220 บาทต่อคน
ด้าน ร.ต.อ.บวรศักดิ์ คำรังสี รอง สว.ตม.กาบเชิง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง มีมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมารับจ้างเกี่ยวข้าวในฝั่งไทย ที่ขาดแคลนแรงงานเกี่ยวข้าว ซึ่งในช่วงเช้านายจ้างชาวไทยจะมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะเอาแรงงานกัมพูชาไปกี่คน ก็จะมีเอกสารให้กรอกจำนวนและหลักฐานเอกสารของนายจ้าง โดยเก็บไว้ที่เจ้าหน้าที่ 1 ชุดและนายจ้าง 1 ชุด และหลังจากนำแรงงานกัมพูชากลับมาส่งจะต้องนำเอกสารมายืนยันให้ตรงกับจำนวนชาวกัมพูชาที่นายจ้างรับไป ซึ่งมาตรการควบคุมดังกล่าว สามารถควบคุมแรงงานชาวกัมพูชาเข้าออกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบปัญหาที่นายจ้างจำนำส่งชาวกัมพูชาไม่ครบ อีกทั้งเป็นการนำไปทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ และแรงงานชาวกัมพูชาที่รับจ้างเกี่ยวข้าวในฝั่งไทยก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้นายจ้าง







