posttoday
ไป"ระลึกชาติ" ที่เกาหลีใต้

ไป"ระลึกชาติ" ที่เกาหลีใต้

20 พฤศจิกายน 2555

ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเกาหลีใต้ครั้งแรกเมื่อราว 25 ปีมาแล้ว โดยเป็นตัวแทนแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ไปร่วมประชุมสมาพันธ์แพทยสมาคมในภาคพื้นเอเชียและโอเชียเนีย (Confeder ation of Medical Associations in Asia and Oceania หรือ CMAAO) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล ช่วงนั้นเกาหลีใต้กำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2531 ซึ่งแปลว่าเวลานั้นเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ จนเป็น 1ใน 4 เสือเอเชีย ร่วมกับอีก 3 ดินแดน คือ ไต้หวัน สิงคโปร์ และฮ่องกง

ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเกาหลีใต้ครั้งแรกเมื่อราว 25 ปีมาแล้ว โดยเป็นตัวแทนแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ไปร่วมประชุมสมาพันธ์แพทยสมาคมในภาคพื้นเอเชียและโอเชียเนีย (Confeder ation of Medical Associations in Asia and Oceania หรือ CMAAO) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล ช่วงนั้นเกาหลีใต้กำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2531 ซึ่งแปลว่าเวลานั้นเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ จนเป็น 1ใน 4 เสือเอเชีย ร่วมกับอีก 3 ดินแดน คือ ไต้หวัน สิงคโปร์ และฮ่องกง

ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเกาหลีใต้อีก 3-4 ครั้ง ล่าสุดไปอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ จึงมีโอกาสได้ไปเห็นเกาหลีใต้ทั้งในช่วงที่กำลังรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง จนเกิดวิกฤตเมื่อปี 2540 จากผลกระทบจากโรค “ต้มยำกุ้ง” ของไทย และกลับมาฟื้นตัวใหม่อีกครั้ง จนสามารถร่วมกับญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกเมื่อปี 2545

เกาหลีใต้ตั้งต้นพัฒนามาใกล้เคียงกับไทย จึงน่าศึกษาว่าเหตุใดเกาหลีจึง “ไปไกล” กว่าไทยมากมายเช่นนี้

ที่จริงแล้ว เมื่อตั้งต้นพัฒนาประเทศ เกาหลีใต้บอบช้ำกว่าไทยจนถึงขั้นย่อยยับก็ว่าได้ เพราะถูกญี่ปุ่นย่ำยีตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก็เสียหายมากกว่าไทยอย่างเทียบกันไม่ได้ หลังจากนั้นก็เกิดสงครามเกาหลีจนยับเยินอีกถึง 4 ปี หลังเจรจาสงบศึกก็ต้องทุ่มเทงบประมาณเพื่อป้องกัน “การรุกราน” จากเกาหลีเหนือ ทำให้งบพัฒนาประเทศต้องลดไปไม่น้อย แต่หลังจากเริ่ม “แผนพัฒนา” หลังการรัฐประหารยึดอำนาจของนายพลปักจุงฮีในปี พ.ศ. 2504 ประเทศก็ค่อยๆ ฟื้นตัว และพัฒนารวดเร็ว จนได้รับฉายาว่า “สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำฮัน” (Miracle on the Han River) จากใกล้ศูนย์ เป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบปี ทำให้ขนาดเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ทะยานขึ้นเป็นอันดับ 11 ของโลก

แนวทางการพัฒนาประเทศของปักจุงฮีและจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ คล้ายกันมาก ได้แก่ 1.ใช้ระบอบเผด็จการ ปิดกั้นเสรีภาพ 2.มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการผลิตเพื่อลดการนำเข้ากดค่าแรงและสวัสดิการแรงงาน ส่งเสริมการลงทุน และไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม 3.ต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้นโดยการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา 4.พัฒนาชนบทตามโครงการซาเมอูล อันดง เช่นเดียวกับที่ไทยมีการ “เร่งรัดพัฒนาชนบท”

ปักจุงฮีอยู่ในอำนาจรวม 18 ปี ตั้งแต่ปี 2504 และถูกคนใกล้ชิดสังหารเมื่อปี 2522 ขณะที่จอมพลสฤษดิ์อยู่ในอำนาจเพียง 56 ปี จากการรัฐประหารครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2500 และรัฐประหารอีกครั้งเมื่อปี 2501 โดยกลับมาครองอำนาจเบ็ดเสร็จหลังจากไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ทายาทของจอมพลสฤษดิ์ คือ ถนอมประภาส ก็สืบทอดอำนาจต่อมาอีก 10 ปี จนเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ทั้งปักจุงฮี และสฤษดิ์กับทายาทจึงอยู่ในอำนาจยาวนานใกล้เคียงกัน รวมแล้วราว 16 และ 18 ปี

ความแตกต่างสำคัญระหว่างเกาหลีใต้กับไทย ความสำเร็จของเกาหลีใต้น่าจะเกิดจากเหตุปัจจัยต่อไปนี้

ประการแรก ก่อนถึงยุคปักจุงฮี ในยุคซิงมันรี ซึ่งเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งคนแรกหลังสงครามเกาหลี ได้มีการปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ ซึ่งเมืองไทยยังไม่ได้ทำจนทุกวันนี้ และเมื่อซิงมันรีโกงเลือกตั้ง ในปี 2503 นักศึกษา ประชาชนก็ออกมาต่อต้านจนเกิดเหตุการณ์คล้าย 14 ต.ค. 2516 การตื่นตัวลุกฮือของนักศึกษาประชาชนเกาหลีใต้จึงเกิดก่อนในเมืองไทยกว่าสิบปี และไม่จางหายไปเหมือนขบวนการนักศึกษาไทยที่ถูกครอบงำโดยกระแสทุนนิยม

ประการที่สอง นักวิเคราะห์สรุปความสำเร็จของการพัฒนาเกาหลีในยุคปักจุงฮี เกิดจากสาม “เสาหลัก” ได้แก่ 1.รัฐที่เข้มแข็ง 2.ระบบราชการที่เข้มแข็ง 3.กลุ่มธุรกิจที่เข้มแข็ง

โดยกลุ่มธุรกิจที่เข้มแข็งเป็นธุรกิจเครือญาติที่เรียกว่า “เซโบล” คล้าย “ไซบัตสึ” ในญี่ปุ่น หรือกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลายประเภทรวมกัน (Conglomerate) ในสหรัฐ กลุ่มเซโบลมักเริ่มต้นกิจการแบบธุรกิจครอบครัว และเชื่อมโยงกันโดยการแต่งงาน โดยซัมซุงและฮุนไดก็เป็นเซโบลและเชื่อมโยงโดยการแต่งงานเช่นกัน นอกจากนี้ยังส่งสมาชิกครอบครัวไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานราชการอีกมาก

การที่รัฐ ราชการ และกลุ่มธุรกิจผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็ง โดยมีการนำอย่างถูกทิศทาง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวและพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว

ประการที่สาม แผนพัฒนา 5 ปี ของปักจุงฮีกับของจอมพลสฤษดิ์คล้ายกันมาก แต่ปักจุงฮีประสบความสำเร็จชัดเจน เพราะ 1.พัฒนาการเกษตรถูกทิศทาง และสามารถสร้างสมดุลเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งทั้งเกษตรและอุตสาหกรรม และสร้างความเข้มแข็งเติบโตทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชน 2.ทำนุบำรุงดินและใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มที่บนพื้นฐานระบบการถือครองที่ดินที่ผ่านการปฏิรูปครั้งสำคัญมาแล้ว 3.ส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างถูกทิศทาง 4.ปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ สามารถพัฒนาฝีมือแรงงานสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ 5.ใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมขงจื๊อ ส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงาน ขยัน ประหยัด มีวินัย ซื่อสัตย์ จงรักภักดี โดยชูคำขวัญ “ดูแลคนงานอย่างญาติพี่น้อง” ให้เป็นที่ยอมรับ ทำให้ผลิตภาพแรงงานสูงกว่าสหรัฐถึง 2.5 เท่า 6.สามารถสร้างความเชื่อมั่นในตนเองและพลังชาตินิยมได้สำเร็จ 7.เรียนรู้ประสบการณ์ในเรื่องการคอร์รัปชัน และร่ำรวยผิดปกติ จึงเน้นปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มแข็ง ทำให้รักษาอำนาจยาวนาน 8.นอกจากไม่มีข่าวเรื่องค้ายาเสพติด พิมพ์สลากกินแบ่ง 2 ชุด และค้าดีบุกเถื่อน อย่างจอมพลสฤษดิ์แล้ว ปักจุงฮียังสามารถควบคุมและจัดการธุรกิจนอกระบบได้

ปักจุงฮีกับจอมพลสฤษดิ์ ใช้วิธีการคล้ายคลึงกัน เพื่อเป้าหมายคล้ายกัน แต่สาระสำคัญต่างกัน ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69