
อดุลย์ถอยพรบ.มั่นคงเล็งแผนกรกฎ52คุมม็อบ
ผบ.ตร.แจงใช้ “กรกฎ 52” คุมม็อบ “เสธ.อ้าย” ก่อน หากไม่ไหวจ่อชงกฎหมายมั่นคง
ผบ.ตร.แจงใช้ “กรกฎ 52” คุมม็อบ “เสธ.อ้าย” ก่อน หากไม่ไหวจ่อชงกฎหมายมั่นคง
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้วผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พ.ย.จะประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเตรียมมาตรการรับมือการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 2425 พ.ย. ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยเบื้องต้นจะใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม
“จะเริ่มจากเบาไปหาหนักตามหลักสากล แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ จึงจะพิจารณานำ พ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว
สำหรับเรื่องมือที่ 3 นั้น พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า มีมาตรการเรื่องของการตรวจค้นอาวุธอยู่แล้ว ซึ่งในพื้นที่เปิดก็จะมีมาตรการในการดูแล โดยจะเป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานกับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยามแล้ว ในเรื่องขอบเขตการชุมนุม ส่วนเรื่องการข่าวยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ด้านนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ป.ป.ช.คงจะไม่ส่งตัวแทนเข้าไปร่วมสังเกตการณ์และเข้าไปมีส่วนร่วมกับการควบคุมการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามในวันที่ 24 พ.ย. ตามที่รัฐบาลได้เรียกร้องให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ
ทั้งนี้ เพราะ ป.ป.ช.ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารสถานการณ์การชุมนุมและไม่ต้องการให้เกิดข้อผูกมัด โดยถือว่าเป็นภาระและอำนาจของรัฐบาลที่จะบริหารบ้านเมืองให้เกิดความสงบ
นายวิชา กล่าวอีกว่า ป.ป.ช.จะทำหน้าที่วินิจฉัยหากมีผู้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษมาว่า รัฐบาลได้ควบคุมการชุมนุมโดยใช้อำนาจเกินกว่าเหตุจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเท่านั้น ซึ่งการวินิจฉัยในประเด็นนี้ของ ป.ป.ช.จะยึดตามแนวทางของศาลปกครองว่าการสลายการชุมนุมจะต้องกระทำจากเบาไปหาหนักตามหลักสากล และต้องแจ้งให้ประชาชนได้ทราบก่อนจะดำเนินการสลายการชุมนุม







