posttoday
ไทยแลนด์โอนลี่ที่นี่ที่เดียว

ไทยแลนด์โอนลี่ที่นี่ที่เดียว

11 พฤศจิกายน 2555

สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คาดการณ์กันไว้ คือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)

สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คาดการณ์กันไว้ คือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)

ไม่อนุมัติให้ใช้สนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา หนองจอก เพื่อแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ไม่ว่าจะเป็นนัดไหนทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลสั้นๆ คือ ไม่ปลอดภัย

ผลตัดสินของฟีฟ่าไม่ได้เพียงแค่ทำให้ประเทศไทยสูญเสียงบประมาณถึง 1,290 ล้านบาทเท่านั้น

แต่ยังทำให้ประเทศไทยเสียหน้า เสียภาพลักษณ์ไปทั่วโลก ในฐานะที่สามารถช่วงชิงการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับนานาชาติมาได้ แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสมเกียรติ สมฐานะ

และยิ่งขายหน้ามากขึ้น เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศจะฟ้องร้องฟีฟ่า

เพราะคำตัดสินของฟีฟ่าไม่ได้เป็นไปโดยไร้เหตุผล โดยเฉพาะการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยที่ฟีฟ่ากำหนด จากการที่ กทม.ปรับการก่อสร้างหลายอย่าง เพื่อเร่งรัดให้สนามเสร็จทันภายในเวลาเพียง 270 วัน จากที่ต้องใช้อย่างน้อย 560 วัน และเป็นการสร้างเสร็จแบบติดกับวันแข่งขันเลย ทั้งที่จะต้องส่งมอบสนามให้ฟีฟ่าตรวจสอบก่อนระยะหนึ่ง ก่อนประกาศใช้เป็นสนามแข่งขัน

ฟีฟ่ายังมีเหตุผลเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกคือ ห้องวีไอพี ที่สร้างไม่เสร็จ ทั้งที่มีการเชิญแขกวีไอพีมาร่วมชมการแข่งขันถึง 300 คน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สนามฟุตซอล อารีนา ไม่ได้เป็นกรณีเดียวที่ทำให้ประเทศไทยต้องเสียหน้า และสูญเปล่าด้านงบประมาณ

ไทยแลนด์โอนลี่ที่นี่ที่เดียว

 

ยังมีอีกหลายกรณีที่เกิดเหตุแบบเดียวกัน

เริ่มต้นด้วย โครงการโฮปเวลล์ หรือโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพฯ ที่มีเสาตอม่อของโครงการตั้งเด่นริมทางรถไฟช่วงจตุจักรดอนเมือง เป็นหลักฐานความอัปยศของโครงการนี้

ย้อนไปปี 2533 สมัยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ประกาศจะลดปัญหาการจราจรบนถนนบริเวณจุดตัดรถไฟ ด้วยการสร้างถนนคร่อมทางรถไฟในเขต กทม. ระยะทาง 60 กม. โดยการให้สัมปทานกับเอกชน แลกกับที่รัฐบาลจะได้รายได้ถึง 5 หมื่นล้านบาท จากการเก็บค่าผ่านทางและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตลอดเส้นทาง

โครงการนี้ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิงส์ เป็นผู้ชนะการประมูล ส่วนผู้ที่ลงนามในสัญญาโครงการนี้คือ มนตรี พงษ์พานิช รมว.คมนาคมในสมัยนั้น โดยระยะเวลาของสัญญาเริ่มตั้งแต่ 6 ธ.ค. 2534-5 ธ.ค. 2542 แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่รัฐบาลขณะนั้นวาดฝันไว้ให้กับคนไทย เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องการส่งมอบพื้นที่ เศรษฐกิจตกต่ำ

สุดท้ายโครงการต้องถูกยกเลิกหลังจากรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน เข้ามาตรวจสอบสัญญาที่มีปัญหาผูกขาดทั้งหมดเมื่อปี 2535 แม้จะมีความพยายามที่จะฟื้นโครงการอีกครั้งสมัยรัฐบาล ชวน หลีกภัย แต่ก็พบสารพัดปัญหา ทั้งเงินทุน แหล่งเงินกู้ หลักทรัพย์ค้ำประกัน จนต้องยกเลิกสัญญากับโฮปเวลล์อย่างเป็นทางการในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ วันที่ 23 ธ.ค. 2540

ส่วนเสาตอม่อที่กลายเป็นหลักฐานอัปยศของโครงการริมถนนวิภาวดีรังสิต ก็ไม่สามารถรื้อถอนได้ เพราะติดปัญหาถูกโฮปเวลล์ฟ้องร้องอยู่ ขณะที่โครงสร้างของตอม่อก็มีปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยจากปูนที่หลุดล่อน

โครงการฉาวต่อมา คงหนีไม่พ้น “สนามบินสุวรรณภูมิ” สนามบินนานาชาติ ที่ถือเป็นประตูสู่ประเทศไทย ถูกสร้างขึ้นด้วยงบมหาศาลถึง 1.5 แสนล้านบาท ด้วยเป้าหมายที่จะให้สนามบินแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบินแห่งเอเชีย

แต่ปรากฏว่าทันทีที่มีการเปิดใช้สนามบินอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2549 สนามบินนานาชาติแห่งนี้ก็ถูกเล่นงานจากผู้ใช้บริการที่มาจากทั่วโลก ทั้งเรื่องปริมาณห้องน้ำน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จนต้องอนุมัติงบอีกเกือบ 100 ล้านบาท มาสร้างห้องน้ำเพิ่ม

ที่ขายหน้าที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องรันเวย์เสียหายจนต้องปิดซ่อมแซมนาน 1 เดือน ทั้งที่เปิดใช้มาได้เพียง 6 ปีเท่านั้น และยังเป็นการปิดซ่อมที่ไม่ได้แจ้งให้สายการบินทราบล่วงหน้า ปล่อยให้สายการบินต่างๆ บินวนกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อรอที่ร่อนลง

ยังมีเรื่องชายชุดดำที่ถือปืนเดินเพ่นพ่านบริเวณที่จอดรถของสนามบิน จากปัญหาภายในของบริษัทที่รับสัมปทานเก็บค่าจอดรถ จนทำให้ผู้ใช้บริการแตกตื่น

นี่ยังไม่รวมข้อกล่าวหาระหว่างการก่อสร้าง ทั้งเรื่องการซื้อทรายเพื่อถมพื้นที่หนองงูเห่าก่อนสร้างสนามบินด้วยราคาที่แพงผิดปกติ การจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการสั่งซื้อผิดขั้นตอนและราคาแพง หรือการเปิดประมูลจัดหาร้านค้าปลอดภาษี เป็นต้น

“อีลิท การ์ด” หรือบัตรแห่งความล้มเหลว เป็นโครงการฉาวอีกโครงการที่ไม่พูดถึงไม่ได้

“อีลิท การ์ด” เปิดตัวครั้งแรกที่ทำเนียบรัฐบาล สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2545 โดยตั้งเป้าให้เป็นบัตรที่จะดึงนักลงทุนระดับไฮคลาสเข้าประเทศ ด้วยการขายสมาชิกราคา 1 ล้านบาท แลกกับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยหวังว่านักลงทุนเหล่านี้เมื่อได้เห็นประเทศไทย และใช้บริการต่างๆ จะเข้ามาต่อยอดการลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติมมากมาย โดยหวังว่าภายใน 10 ปีจะมีรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท

แต่ผิดคาด ลูกค้าที่มาซื้อบัตรกลับไม่ใช่นักลงทุน กลายเป็นใครก็ไม่รู้ที่มีเงิน 1 ล้านบาทซื้อบัตรเพื่อใช้สิทธิสปาฟรี สนามกอล์ฟฟรี และฟรีตลอดชีพอีกต่างหาก ไร้แววนักลงทุนที่วาดฝันไว้ และผ่านมา 9 ปีแล้ว ขายบัตรได้เพียง 2,563 ใบ เงินที่ทุ่มไป 1,000 ล้านบาท จึงสูญเปล่าอย่างสิ้นเชิง

ที่สำคัญ แทนจะล้มเลิกโครงการนี้เพื่อตัดยอดความสูญเสีย รัฐบาลชุดนี้กลับมาฟื้นโครงการนี้อีกครั้ง เพื่อซุกขยะไว้ใต้พรมต่อไป เพราะไม่อยากให้กลายเป็นหลักฐานความล้มเหลวของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ขอเพิ่มอีกหนึ่งโครงการน่าขายหน้าของประเทศไทยเป็นโครงการสุดท้าย

นั่นคือ “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” สวนสัตว์เปิดที่ จ.เชียงใหม่ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ (อีกแล้ว) ประกาศว่าจะเป็นโครงการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ท่ามกลางคำถามจากทั่วสารทิศถึงความเหมาะสมของโครงการที่ไม่มีใครในรัฐบาลรับฟัง และยังจัดสร้างด้วยวิธีพิเศษที่เรียกว่า ฟาสต์แทร็ก คือไม่มีราคากลาง

สุดท้ายสวนสัตว์เปิดแห่งนี้ได้ฤกษ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2548 ที่ตามมาด้วยข่าวฉาวอย่างไม่ขาดสาย นับตั้งแต่การค้นพบว่ามีการรุกล้ำพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ถึง 2,600 ไร่ พื้นที่บางส่วนเบียดเบียนแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกของชาวบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาสัตว์ในสวนสัตว์ล้มตาย นับตั้งแต่ช้าง ยีราฟ ไฮยีนา นกสารพัดสายพันธุ์ เนื่องจากไม่มีการดูแลที่ดีพอ ที่โด่งดังเห็นจะหนีไม่พ้นกรณีลูกฮิปโปโปเตมัสหนีออกมาจากคอกอนุบาล และพบว่าตายอยู่ในท่อระบายน้ำ

หรือที่กระฉ่อนไปทั่วโลก คือไอเดียการตั้งภัตตาคาร ชื่อ “วารีกุญชร” เพื่อเสิร์ฟเมนูพิสดาร ด้วยการนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ เช่น เนื้อม้าลาย เนื้อจิงโจ้จากออสเตรเลีย เนื้อยีราฟ กระทั่งเนื้อสุนัขจากท่าแร่ จ.สกลนคร เป็นข่าวที่เรียกแขกได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากสำนักข่าวต่างประเทศตีข่าวออกไป กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าในเคนยาก็ออกมาคัดค้านอย่างดุเดือด และเรียกร้องให้รัฐบาลเคนยาทบทวนการตัดสินใจส่งสัตว์ป่า 175 ตัว มาที่สวนสัตว์แห่งนี้ ไอเดียพิสดารนี้จึงถูกยกเลิกไป

นี่เป็นเพียงตัวอย่างโครงการที่ทำให้ประเทศไทยอับอายงามหน้าไปทั่วโลก

ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้กำลังมีโครงการมากมาย ทั้งโครงการเกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

น่าติดตามว่าจะมีอะไรให้ประเทศไทยต้องขายหน้าอีกหรือไม่?!?

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69