
ตัวอย่างที่ดี
การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นแบบอย่างที่ดีของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ที่นักการเมืองไทยควรจะนำมาเป็นตัวอย่างในการพัฒนา การเมืองของไทย เริ่มตั้งแต่การจัดเวทีประชันวิสัยทัศน์กันระหว่างผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เป็นคู่แข่งกันอย่างแท้จริง หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยก็คือการประชันวิสัยทัศน์กันระหว่างผู้นำตัวจริงของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์
การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นแบบอย่างที่ดีของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ที่นักการเมืองไทยควรจะนำมาเป็นตัวอย่างในการพัฒนา การเมืองของไทย เริ่มตั้งแต่การจัดเวทีประชันวิสัยทัศน์กันระหว่างผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เป็นคู่แข่งกันอย่างแท้จริง หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยก็คือการประชันวิสัยทัศน์กันระหว่างผู้นำตัวจริงของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์
ที่ผ่านมามีเพียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศพร้อมที่จะขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์กับคู่ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแบบตัวต่อตัวในทุกเวที ขณะที่พรรคคู่แข่งกลับหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นนายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชนที่ล่วงลับไปแล้ว หรือแม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ที่ถูกวางตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ต้น ต่างก็ปฏิเสธที่จะขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์กับนายอภิสิทธิ์ ทำให้คนไทยพลาดโอกาสที่จะได้ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเลือกผู้นำที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย
การประชันวิสัยทัศน์ของสองผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐทุกครั้งที่ผ่านมาจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภูมิปัญญา วิสัยทัศน์ ความฉลาดเฉลียว ไหวพริบปฏิภาณ เพราะบนเวทีการประชันวิสัยทัศน์เป็นการเผชิญหน้ากันแบบตัวต่อตัว ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีตัวช่วย เป็นเหมือนการประลองความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนตัดสินว่าใครที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำประเทศมากกว่ากัน
นอกจากการประชันวิสัยทัศน์แล้ว อีกตัวอย่างหนึ่งที่นักการเมืองไทยควรเอาอย่างก็คือ การนำเสนอนโยบายในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการนำเสนอนโยบายของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ มุ่งเน้นในสิ่งที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากกว่าที่จะรณรงค์หาเสียงแบบกลอนพาไป โดยไม่สนใจว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ซึ่งพฤติกรรมของพรรคการเมืองในประเทศไทยหลายพรรค มักนิยมหาเสียงแบบนำเสนอนโยบายที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง หรือหากนำไปใช้ได้ก็เป็นแบบพิกลพิการไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น หากนักการเมืองของไทยได้มีโอกาสติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และนำแบบอย่างที่ดีมาปรับใช้กับการเลือกตั้งในประเทศไทย ก็จะสามารถยกระดับการเลือกตั้งของไทยให้มีเจริญทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะทำให้คนไทยได้มีโอกาสเลือกผู้นำประเทศที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้พัฒนาก้าวหน้าและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ







