
กสทช.สั่งถ่ายบอลโลก‘อาร์เอส’เดือดฟ้องแน่
บอร์ด กสท. งัดร่างมัสต์แฮฟบีบอาร์เอสถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เตรียมเสนอบอร์ดใหญ่อนุมัติ 14 พ.ย.นี้ ด้านอาร์เอสฟ้องแน่
บอร์ด กสท. งัดร่างมัสต์แฮฟบีบอาร์เอสถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เตรียมเสนอบอร์ดใหญ่อนุมัติ 14 พ.ย.นี้ ด้านอาร์เอสฟ้องแน่
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ทาง บริษัท อาร์เอส ไม่สามารถงดการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ไฟนอล) ผ่านฟรีทีวีได้ เนื่องจากรายการดังกล่าวเป็นไปตามร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป โดยได้กำหนดรายการโทรทัศน์ 7 ประเภทที่ห้ามจอดำ (Must Have)
ทั้งนี้ รายการโทรทัศน์ที่กำหนด ประกอบด้วย ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ไฟนอล การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีเกมส์) การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการอาเซียน พาราเกมส์ การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย (เอเชียนเกมส์) การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการเอเชียน พาราเกมส์ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และการแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการหลายประเภทจากทั่วโลก (พาราลิมปิก)
สำหรับร่างดังกล่าว ได้ปิดการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เมื่อวันที่ 5 พ.ย. และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดชุดใหญ่ 11 คน เพื่ออนุมัติวันที่ 14 พ.ย. ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมกับร่างประกาศอีก 2 ฉบับ คือ ร่างประกาศ เรื่องร่างผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ และร่างประกาศ เรื่อง การกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง และ กิจการโทรทัศน์ก่อนหน้านี้ นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอาร์เอส กล่าวว่า หลักเกณฑ์มัสแฮฟของกสท.ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง และจะนำมาซึ่งปัญหาและความวุ่นวายอีกมากมาย ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลแห่งชาติยุโรปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการแบบใช้คลื่นความถี่ เพราะเหมือนเป็นการบังคับให้อาร์เอสซึ่งได้รับสิทธิการถ่ายทอดฟุตบอลโลกจากฟีฟ่า ต้องไปซื้อเวลาการถ่ายทอดจากผู้ประกอบการที่ใช้คลื่นความถี่ ทั้งที่มีสถานีของตนเองอยู่แล้ว
นอกจากนี้ เมื่อผู้ประกอบการแบบใช้คลื่นความถี่ได้รับสิทธิการถ่ายทอดมาก็สามารถเผยแพร่ผ่านสถานีของตนเองได้โดยไม่ต้องซื้อเวลาถ่ายทอดจากใคร ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ไฟนอล ที่ทางอาร์เอสได้รับสิทธิ์มาจากฟีฟ่าหรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาตินั้น ไม่ใช่รายการที่เป็นลิขสิทธิ์ของรัฐหรือสาธารณะประโยชน์ของแผ่นดิน หากแต่เป็นลิขสิทธิ์ของบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบุคคลที่มิได้อยู่ภายในราชอาณาจักรไทย และภายใต้บังคับของกฎหมายไทย
อย่างไรก็ตาม อาร์เอสได้รับสิทธิ์การเผยแพร่การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2014 รอบสุดท้ายมาล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี การออกข้อกำหนดจึงไม่ควรมีผลย้อนหลัง อันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการ และอาจทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากสทช. รวมทั้งการฟ้องร้องให้ยกเลิกประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า หาก กสทช. ยังยืนยันร่างประกาศรายการโทรทัศน์ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป โดยกำหนดให้บอลโลกรอบสุดท้ายเป็นหนึ่งในรายการดังกล่าว ในฐานะที่อาร์เอสเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์บอลโลกปี 2557 จะประเมินความเสียหายและฟ้องร้อง กสทช.ต่อไป
ทั้งนี้ การบังคับของ กสทช. ทำให้แผนธุรกิจของอาร์เอสได้รับผลกระทบจากเดิมอย่างมากที่ บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกมาตั้งแต่ปี 2010 โดยได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 2 ครั้ง คือปี 2010และ2014 ซึ่งการถ่ายทอดในปี 2014 บริษัทได้เตรียมแผนธุรกิจรองรับไว้แล้ว ว่าจะถ่ายทอดผ่านทั้งฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม รวมถึงช่องทางอื่นๆ การบังคับจะทำให้เกิดความเสียหายต่อแผนธุรกิจที่ได้วางไว้แล้







