
บีไฟฟ้ารับค่าฟี
จ่ายค่าไฟผ่านร้านสะดวกซื้อไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหักจากค่าบริการรายเดือน
จ่ายค่าไฟผ่านร้านสะดวกซื้อไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหักจากค่าบริการรายเดือน
ชาวบ้านเฮ เรกูเลเตอร์ส่งสัญญาณ 2 การไฟฟ้ารับภาระค่าธรรมเนียมจ่ายค่าไฟผ่านร้านสะดวกซื้อ
นางพัลลภา เรืองรอง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้เรกูเลเตอร์จะเชิญการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มาหารือถึงการจัดเก็บค่าบริการรายเดือนในบิลค่าไฟฟ้า ซึ่งในหลักการต้องการให้ทั้งสองการไฟฟ้าช่วยรับภาระค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) ที่ประชาชนถูกเรียกเก็บกรณีไปชำระค่าไฟฟ้าผ่านร้านสะดวกซื้อในอัตรา 1015 บาทต่อครั้ง เนื่องจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าปัจจุบันได้รวมการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนในบิลค่าไฟฟ้าอยู่แล้วในอัตราเดือนละ 38 บาท
ทั้งนี้ ประชาชนไม่ควรต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับร้านสะดวกซื้อ เพราะถือเป็นการเก็บค่าบริการซ้ำซ้อนและสร้างภาระให้ประชาชนมากเกินไป โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดพื้นที่ห่างไกล ความสะดวกในการเดินทางเพื่อไปชำระค่าไฟฟ้ามีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑลที่มีร้านสะดวกซื้อหรือจุดรับชำระค่าไฟฟ้าจำนวนมากกว่า
นำใบแจ้งหนี้ไฟฟ้าไปจ่ายที่ร้านสะดวกซื้อไม่ควรต้องถูกเรียกเก็บค่าบริการในการชำระค่าไฟฟ้าอีกในอัตรา 1015 บาท/ครั้ง เป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนมากเกินไป ดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่มีจุดชำระค่าไฟน้อยกว่าประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพหรือปริมณฑล ที่มีร้านสะดวกซื้อหรือจุดรับชำระค่าไฟจำนวนมากกว่า ในขณะที่ปัจจุบัน กฟภ.ก็ไม่มีพนักงานไปเรียกเก็บค่าไฟฟ้าถึงบ้านประชาชน ซึ่งเท่ากับไม่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ ก็ควรจะเข้ามาช่วยรับภาระตรงนี้ได้
อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ทั้งสองการไฟฟ้าจะต้องมาชี้แจงรายละเอียดของค่าบริการรายเดือน 38 บาท ที่รวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนให้ชัดเจนว่ามีที่มาจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในส่วนใดบ้าง ซึ่งทางเรกูเลเตอร์จะรับฟังและนำมาพิจารณาประกอบก่อนกำหนดสรุปนโยบายออกมา
“จะให้โอกาสกับสองการไฟฟ้าในการชี้แจงต้นทุนค่าบริการก่อนว่ามีที่มาจากไหนบ้าง เพราะจริงๆ แล้วไม่ควรจะเรียกเก็บซ้ำซ้อน ซึ่งกรณีการจ่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ การไฟฟ้าควรจะรับภาระให้ หรือจะมาลดในค่าบริการรายเดือนที่เก็บอยู่เดือนละ 38 บาทก็ได้ ก็ต้องให้สองการไฟฟ้าชี้แจงให้ได้ ซึ่งตามอำนาจหน้าที่ของเรกูเลเตอร์ สามารถบังคับให้งดการเรียกเก็บค่าบริการได้ แต่เพื่อให้ความเป็นธรรมก็อยากให้มีการชี้แจงรายละเอียดมาก่อน” นางพัลลภา กล่าว
ปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ 17 ล้านครัวเรือน โดยอยู่ในส่วนการดูแลรับผิดชอบของ กฟน. 4 ล้านครัวเรือน และอีก 13 ล้านครัวเรือนเป็นของ กฟภ.
แต่ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอก็ต้องมาพิจารณากันว่าจะลดค่าบริการลงได้หรือไม่
นอกจากนี้ ในปี 2556 มีแผนทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ซึ่งจะพิจารณาค่าบริการรายเดือนที่เก็บอยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสมแค่ไหน และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร เพื่อกำหนดสูตรคำนวณค่าไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) จะคำนวณจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเท่านั้น ในขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าอื่นๆ ซึ่งจะอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานและจะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนว่าค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บคำนวณมาจากอะไรบ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับค่าเอฟทีในงวดเดือน ก.ย.ธ.ค. 2555 นั้น ปรับขึ้นไปเพียง 18 สตางค์/หน่วย จากต้นทุนจริงต้องปรับขึ้น 38.24 สตางค์/หน่วย โดย กฟผ.เป็นผู้รับภาระไปก่อน และจะไปทยอยคืน 3 งวดในปี 2556 งวดละ 6.55 สตางค์/หน่วย หรือคิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นอีกภาระที่จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในอนาคต







