
อาวุธสงครามเกลื่อน กรุงเทพแดนอันตราย
อาวุธสงครามเหล่านี้เมื่อข้ามเข้ามาจากชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว ส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถูกนำเข้ามาโดยพ่อค้าคนกลาง
อาวุธสงครามเหล่านี้เมื่อข้ามเข้ามาจากชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว ส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถูกนำเข้ามาโดยพ่อค้าคนกลาง
โดย...ธนก บังผล
เปิดข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พบอีกว่าอาวุธสงครามส่วนใหญ่ที่กระจาย อยู่ในประเทศไทย ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน อาวุธมีอยู่ 2 ชนิด คือ อาก้า และ M 16
เมืองฟ้าอมรนครแห่งแสงสีที่ไม่เคยหลับอย่างกรุงเทพฯ นับตั้งแต่มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองทั้งสีเหลืองสีแดง ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากไม่เฉพาะวิถีชีวิตประจำวันในการเดินทาง หรือทัศนคติของคนในสังคมเท่านั้นที่แตกแยก แต่ขณะนี้อาจกล่าวได้ว่ากรุงเทพฯซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งการพัฒนาประเทศแห่งนี้ กำลังก้าวเดินไปยังทางที่นำไปสู่บรรยากาศบ้านป่าเมืองเถื่อนเข้าไปเรื่อยๆ
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเหตุระเบิด วินาศกรรม ฆาตกรรม และอาชญากรรม ทุกวันๆ หลังจากที่อาวุธสงครามทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาความแตกแยกจากผลประโยชน์ทางการเมืองที่นำไปสู่การชุมนุม และเหตุรุนแรงสร้างสถานการณ์นั้น รุกหนักจนมีการใช้อาวุธสงครามเข้ามาข่มขู่ สร้างความไม่สงบ
จะเห็นได้ตามข่าวว่ามีทั้งปืน M 16 เครื่องยิงระเบิด M 79 ปืนRPG ปืนอาก้า ปืนกลยาว HK ปืนคาร์บิน และปืนไรเฟิล ถูกลักลอบนำมาใช้ก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง
นับตั้งแต่กรณียิง M 79 เข้าใส่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ชุมนุมอยู่ในทำเนียบรัฐบาล การยิง M 79 เข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ และกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่ม พธม. ถูกลอบยิงถล่มคาแยกบางขุนพรหม เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2552
จนกระทั่งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงคราม 4 กระบอกปล้นร้านทองที่พัทยา เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2552 ตำรวจสามารถขยายผลการจับกุมค้นบ้านพักคนร้าย พบปืน 7 กระบอก ได้แก่ M 16 1 กระบอก M 16 ติดลำกล้อง 1 กระบอก อาก้า 1 กระบอก ปืน M 3 (ปืนกลพับฐาน) 1 กระบอก ปืนคาร์บิน 1 กระบอก ปืนลูกโม่ .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องยิง M 79 จำนวน 1 กระบอก ระเบิดแบบขว้าง 2 ลูก ระเบิดควัน 1 ลูก และกระสุนอีก 7,467 นัด
ถือว่าได้เป็นคดีการจับกุมอาวุธสงครามได้มากที่สุดในรอบ 10 ปี โดยผู้ต้องหาให้การว่า เป็นอาวุธที่สะสมไว้นานแล้ว ผ่านการจัดซื้อจากเพื่อนที่เป็นอดีตทหารเกณฑ์นำเข้ามาจากกัมพูชา
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เข้าค้นบ้านพัก พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือ เสธ.
แดงภายในชุมชนยานเกราะพบระเบิดลูกเกลี้ยง M 26 และอาวุธปืนขนาด .32 และเครื่องกระสุน ภายในรถเบนซ์ ซึ่งเป็นรถตู้
เมื่อทำการขยายผลเพิ่มเติมไปตรวจค้นที่บ้านพักของ จ.ส.อ.นัฐสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ลูกน้อง เสธ.แดง ซึ่งเป็นอาคารแฟลต 5 ชั้นอยู่ในละแวกดังกล่าว พบอาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมากมีทั้ง M 72 จำนวน 60 ลูก ระเบิด M 79 ปลอกกระสุน และระเบิดที่ใช้แล้วจำนวนมาก เหมือนกับเป็นคลังอาวุธที่ถูกนำมาซุกซ่อนไว้
สายข่าวของสันติบาลได้รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงก่อนการชุมนุมวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การเข้าตรวจค้น บริษัท ฟูจิ ออโต้พาร์ท อินดัสตรี้ เลขที่ 129/42 หมู่ 3 ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแจ้งว่าประกอบการอุตสาหกรรมผลิตสายเบรก แผ่นคลัช สปริงประกอบรถยนต์
ตรวจพบชุดลั่นไกปืนเครื่องยิงลูกระเบิด M 79 จำนวน 300 ชิ้น และชิ้นส่วนโลหะที่กำลังขึ้นรูปอีกกว่า 1,000 ชิ้น จึงจับกุม เชิดยศ จีระวัฒนรักษ์ เจ้าของโรงงาน แล้วขยายผลจับกุม สุภวิทย์เกษกุลผู้ว่าจ้าง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นทีมสืบสวนชุดเดิมนำกำลังเข้าตรวจค้น หจก.สยามเคเอสแมชชีน แอนด์ เซอร์วิส อ.บางบ่อจ.สมุทรปราการ แล้วยึดชิ้นส่วนเครื่องยิงลูกระเบิด M 79 ฝังดินได้อีก 600 กระบอก แล้วควบคุมนายสมัย การะเกตุ เจ้าของโรงงานไปดำเนินคดี
อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพบก ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ ให้ความเห็นว่า เครื่องยิงลูกระเบิด M 79 ที่ตำรวจยึดได้ น่าจะเป็นของทหารบางกลุ่ม ที่ส่งให้ชนกลุ่มน้อยตามตะเข็บชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน เพื่อใช้ต่อต้านรัฐบาลตัวเอง
ในอดีตโรงงานผลิตชิ้นส่วนอาวุธจะอยู่ตามแนวชายแดน แต่ควบคุมยากเลยย้ายมาจ้างโรงงานใกล้ตัว ควบคุมการผลิตได้ง่ายขึ้น เมื่อชิ้นส่วนที่ผลิตเสร็จแล้วถูกส่งกลับมา ก็ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธประกอบขึ้นรูป แล้วส่งไปขายหรือยื่นข้อแลกเปลี่ยน
2 วันต่อมา ชุดสืบสวนเมืองกรุงเก่าก็โชว์ฟอร์มเข้าทลายโรงงานผลิตชิ้นส่วนปืน M 16 ในบริษัท ทีเอสพี ทูล แอนด์ พาร์ท เลขที่ 210-211 หมู่ 4 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้โครงปืนส่วนบน 2,100 ชิ้น โครงปืนส่วนล่าง 3,000 ชิ้น และศูนย์หน้า 2,400 ชิ้น บรรจุกล่องรอส่งให้ลูกค้า
ยิ่งในช่วงก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเข้ากรุงจนถึงขณะนี้ ปรากฏว่ามีการก่อเหตุยิง M 79 เข้าไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน. 1 รอ.) ยิง RPG เข้ายังกระทรวงกลาโหม วางระเบิดศาลฎีกา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือแม้แต่ธนาคารกรุงเทพ 4 สาขา
แม้แต่บ้านเรือนประชาชนหรือละแวกใกล้เคียงกับที่พักของอักขราทร จุฬารัตนประธานศาลปกครองสูงสุด ก็โดนลูกหลงไปด้วยทั้งๆ ที่ตำรวจได้ปรับแผนจุดตรวจจุดสกัดกั้นในพื้นที่นครบาลทั้งหมดตั้งแต่เดือน พ.ค. 2552 ทั้งจากการจัดตั้งด่านตรวจสกัดถาวร 24 ชั่วโมงของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเทศกิจ รวมกันจำนวน 10 จุดในเขตพื้นที่รอยต่อต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่ กทม. ก็ยังเล็ดลอดมาก่อเหตุจนได้
อีกประเด็นหนึ่ง ตลาดอาวุธสงครามในปัจจุบันปรากฏว่าได้ถีบตัวขึ้นสูงกว่าในอดีตมาก เพราะสินค้าเริ่มขาดแคลน โดยเมื่อ 4-5 ปีก่อนนั้น ปืนอาก้าและปืน M 16 ที่ขายตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ที่กระบอกละ 5,000-6,000 บาท แต่ปัจจุบันปืนอาก้าราคาพุ่งสูง ขึ้นไปถึงกระบอกละ 1-2 หมื่นบาท ส่วน M 16 ประมาณ 1-1.5 หมื่นบาท
สำหรับอาวุธสงครามที่ขายในตลาดมืดของไทย อาก้า ราคาอยู่ที่1.5-1.7 หมื่นบาท และ M 16 ราคา 2 หมื่นบาท ขณะที่ M 79 ที่ซื้อขายกันในปัจจุบันมีอยู่ 2 รุ่น คือ หนึ่ง รุ่น M 203 เป็นการนำปืน M 16 A1 มาประกอบกับเครื่องยิง M 79 โดยรุ่นนี้ใช้ยิงได้ทั้งลูกกระสุนของ M 16 และลูกระเบิดของ M 79 ราคาในตลาดอยู่ที่2.5 หมื่นบาท และ M 79 ซึ่งเป็นเครื่องยิงระเบิด M 79 ตามแนวชายแดนขายประมาณ 1 หมื่นบาท ส่วนในประเทศขายกระบอกละ1.5 หมื่นบาท
เปิดข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พบอีกว่าอาวุธสงครามส่วนใหญ่ที่กระจายอยู่ในประเทศไทย ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน อาวุธมีอยู่ 2 ชนิด คือ อาก้า และ M 16 ภายหลังจากมีการเซ็นสนธิสัญญายุติสงครามของเขมร 3 ฝ่าย ในช่วงปลายปี 2534 และเลิกรบกันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในปี 2537 ขบวนการค้าอาวุธสงครามบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยซุกซ่อนมากับรถขนสินค้าเกษตร
อาวุธสงครามเหล่านี้เมื่อข้ามเข้ามาจากชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว ส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวกันปากต่อปากว่า อาวุธสงครามเหล่านี้ถูกนำเข้ามาโดยพ่อค้าคนกลาง ที่มีสายสัมพันธ์กับนายทหารระดับสูงของกัมพูชา แล้วจึงกระจายสินค้าไปสู่เอเยนต์ชาวไทย กลุ่มคนมีสีเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่สุด เพราะมีบารมีพอที่จะอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายและกระจายสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น
ด้วยเหตุนี้เอง M 79 จึงถูกนำมาใช้ป่วนกรุงจนมั่วกันไปหมดไม่รู้ว่าใครเป็นใคร สร้างความเดือดร้อนให้กับคนที่ก้มหน้าหากินสุจริตทั่วไปอย่างสุดจะเอือมระอา !!!
หมั่นดูพฤติกรรมคนรอบข้าง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แนะนำว่า ขณะนี้มีการก่อเหตุลอบวางระเบิดและลอบยิงถี่ขึ้น ขอให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาช่วยทางราชการ หากพบเห็นบุคคลใดมีพฤติกรรมผิดมนุษย์ทั่วไป เช่น ลุกลี้ลุกลนกล้าๆ กลัวๆ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเป็นผู้ไม่หวังดี
เห็นใครทำอะไรตรงไหนจำทะเบียนรถไว้แล้วแจ้งตำรวจทันที โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง ไม่อยากพูดไม่ให้ออกมาร่วมชุมนุม กองทัพบกเราเป็นห่วง พื้นที่การชุมนุมมีมาก เจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึง เชื่อว่าจะมีคนสร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นไปได้คนไม่สนใจการเมืองอย่าเข้าไปในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม หากเข้าไปแล้วสนใจการเมืองก็ขอให้สอดส่องดูแลแจ้งเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นใครมีพฤติกรรมต้องสงสัย สำหรับเจ้าหน้าที่ยังทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนมั่นใจแต่ประชาชนก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย







