
พายุสุริยะ กับปฏิทินมายา 2012
มองไปในกระแสข่าวเล็กๆ ช่วงนี้ที่พูดถึงพายุสุริยะ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อจุดดับบนดวงอาทิตย์ถูกอุณหภูมิอันร้อนแรงกว่ารอบข้างท่วมทับเข้าใส่
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
มองไปในกระแสข่าวเล็กๆ ช่วงนี้ที่พูดถึงพายุสุริยะ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อจุดดับบนดวงอาทิตย์ถูกอุณหภูมิอันร้อนแรงกว่ารอบข้างท่วมทับเข้าใส่ ก่อให้เกิดการเคลื่อนตัวของอนุภาคในรูปรังสี ด้วยปริมาณและความเร็วมหาศาล พุ่งจากพื้นผิวดวงอาทิตย์สู่อวกาศ
ถ้าพุ่งไปในทิศทางอื่นก็ไม่กระทบอะไรกับโลก แต่ถ้าพุ่งมาทางโลก ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ก็อธิบายว่า จะทำให้เกิดการรบกวนต่อคลื่นแม่เหล็กโลกที่มีขั้วเหนือขั้วใต้ห่อหุ้มคุ้มกันโลกอยู่
ถ้าพายุสุริยะมีขนาดไม่ใหญ่นักก็อาจกระทบเพียงดาวเทียมที่โคจรรอบโลก เพราะคลื่นแม่เหล็กโลกอาจคุ้มครองไม่ถึง บางครั้งก็อาจกระทบต่อระบบสื่อสารและระบบนำร่องการเดินอากาศของเครื่องบิน ซึ่งอาจทำให้สายการบินต้องหลีกเลี่ยงการบินในบางพื้นที่บางเวลา
อีกปรากฏการณ์ที่แสดงออกมาให้เห็นในทางศิลปะคือ คนในซีกโลกเหนือและใต้สุดแต่โอกาสและทำเลจะได้เห็นแสงเหนือ หรือแสงใต้ปรากฏบนท้องฟ้าอย่างชัดเจน สว่างไสว เพราะเกิดการกระทบเสียดสีของอนุภาคประจุไฟฟ้ากับชั้นบรรยากาศโลก
ข่าวอธิบายว่า พายุสุริยะมักจะมากระทบโลกทุกๆ 11 ปี โดยอาศัยการสังเกตจากสถิติบนดวงอาทิตย์ ในอดีตเคยมีปรากฏการณ์พายุสุริยะที่รุนแรง จนทำให้กระแสไฟฟ้าในแคนาดา และตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาดับเป็นเวลานานก็เกิดมาแล้ว รอบ 11 ปีที่ว่า น่าจะเป็นปลายปี ค.ศ. 2012 หรือ 2013 บางสำนักวิชาการยังอ้างด้วยว่า พายุสุริยะอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก นำไปสู่แผ่นดินไหวและคลื่นทะเลขนาดใหญ่
ปีนี้คนเอาเรื่องพายุสุริยะไปผูกกับการคาดคะเนความหมายของปฏิทินของเผ่ามายาที่สาบสูญไปแล้วว่า ปฏิทินโบราณของมายานับกันมาถึงเพียงวันที่ 21 ธ.ค. 2012 นี่เอง
ผมไม่มีเจตนาทำให้เกิดความตื่นเต้นอะไร เพราะมิใช่นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ แต่เรื่องข้างต้นก็เป็นความจริงด้านข้อมูลที่ไม่มีใครปฏิเสธ ผู้สนใจอาจดูเพิ่มในเว็บไซต์ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
แปลว่า ประมาทกับพลังของธรรมชาติไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติในโลก หรือธรรมชาติของจักรวาลก็ตามที
ลองนึกดูเล่นๆ เถอะครับว่า สังคมมนุษย์จะโกลาหลเพียงใด ถ้าไฟฟ้าก็ดี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างโทรศัพท์ต่างๆ ทั้งมือถือและไม่มือถือใช้การไม่ได้แม้เพียงชั่วสัปดาห์ แปลว่า ข่าวสาร คลื่นความถี่ การกระจายเสียง กระจายภาพทำไม่ได้ อีกทั้งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าปกติเสียหาย จ่ายกำลังไม่ได้
ถ้ารัฐสื่อสารกับประชาชนไม่ได้ ประชาชนสื่อสารกันเองผ่านโครงข่ายคลื่นวิทยุโทรศัพท์และโทรทัศน์ไม่ได้ การสื่อสารต้องกลับมาพึ่งบริการพื้นฐานดั้งเดิม คือ ม้าเร็วนำสารของราชการกับสายส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้า!
คิดทวนดูสักรอบจะทำให้เราตระหนักจริงๆ ว่า เราพึ่งพาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดไหน และเราพึ่งพามันมากไปบ้างหรือยัง เราเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเองไว้เป็นทุนบ้างไหม การปลูกผักปลูกพืชกินได้ เดินระยะทางไกลๆ เป็น และฝึกใช้ชีวิตที่พอเพียงบ้าง
ปลายปี 2012 จะเป็นช่วงภัยพิบัติอะไรจริงหรือไม่ก็ตาม ผู้ที่ฝึกชีวิตให้พึ่งพาเทคโนโลยีน้อยลงได้เท่าไหร่ก็มีแต่ได้ ไม่มีเสียครับ







