
‘เผดิมชัย’เมินสอท.ค้านยันไม่เลื่อนค่าจ้าง300บ.
เผดิมชัยปัดข้อเสนอ ส.อ.ท. เลื่อนขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ยันประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว
เผดิมชัยปัดข้อเสนอ ส.อ.ท. เลื่อนขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ยันประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า กรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เตรียมใช้เวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) วันที่ 21 ต.ค.นี้ ยื่นข้อเสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ชะลอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ใน 70 จังหวัดที่เหลือ รวมทั้งคงค่าจ้างขั้นต่ำไว้จนถึงปี 2558 เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเหตุผลของ ส.อ.ท. ว่ามีเหตุผลร้ายแรงแค่ไหน เพราะขณะนี้อัตราค่าจ้างต่างๆ ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว
นายเผดิมชัย กล่าวว่า การขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ เป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการภายในวันที่ 1 ม.ค. 2556 ซึ่งจะสอดรับกับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 23% เหลือ 20% ดังนั้นต้องฟังเหตุผลของ ส.อ.ท. ในที่ประชุม กรอ. ว่าสามารถปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน หากมีปัญหาในธุรกิจใด รัฐบาลก็พร้อมออกมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว
“ข้อเสนอต่างๆ ก็เป็นความคิดเห็น ซึ่งเราก็รับฟังแต่จะปฏิบัติได้ไหมต้องมาดูอีกที เพราะได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับไปแล้ว หากเป็นเหตุผลร้ายแรงจนต้องเลื่อนขึ้นค่าจ้างก็ยังพอรับได้ เช่น ปีก่อนน้ำท่วมใหญ่ เราก็เลื่อนขึ้นค่าจ้างให้เป็นวันที่ 1 เม.ย.” นายเผดิมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปัจจุบันไว้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 แต่หากภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีความผันผวนอย่างรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของลูกจ้าง คณะกรรมการค่าจ้าง หรือคณะอนุกรรมการค่าจ้าง สามารถพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2557 และปี 2558 ได้ตามความเหมาะสม
2.การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด เป็นผู้นำเสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างกลาง โดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม 3.ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ (หากมี) จะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำประถมศึกษาปีที่ 4 โดยได้รับใบประกาศนียบัตร หรือเอกสารรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
4.หลังจากวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นต้นไป ให้ยกเลิกอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นแบบลอยตัว โดยปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด และ 5.รัฐบาลจะต้องมีโครงการช่วยเหลือเยียวยาชดเชยผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม เช่น มีโครงการฟื้นฟูผู้ประกอบการ







