posttoday
มาร์คยันยื่นอภิปรายในสิ้นต.ค.นี้

มาร์คยันยื่นอภิปรายในสิ้นต.ค.นี้

19 ตุลาคม 2555

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยัน ยื่นปภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสิ้นเดือนนี้ กำชับลูกพรรคติดตามตรวจสอบเวทีสานเสวนา หวั่นขัดหลักการรับฟังความคิดเห็นแท้จริง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยัน ยื่นปภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสิ้นเดือนนี้  กำชับลูกพรรคติดตามตรวจสอบเวทีสานเสวนา หวั่นขัดหลักการรับฟังความคิดเห็นแท้จริง

ที่หอศิลป์ กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการเข้าพบนายควินตัน มาร์ค เครลย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยที่ผ่านมาว่า ได้พูดคุยถึงสถานการณ์บ้านเมืองทั้งไทยและอังกฤษ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมองว่าควรเพิ่มลู่ทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีอยู่มากที่นักลงทุนอังกฤษมาลงทุนในไทย ขณะเดียวกันนักลงทุนไทยก็ไปลงทุนในอังกฤษมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้พูดคุยถึงมุมมองทางการเมืองและติดตามสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านมา

นายอภิสิทธ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลสามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้บ้านเมืองเดินหน้าไปทางใด หากเลือกที่จะปรองดองจริงก็ควรใช้รายงานของคอป.ในการดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามการสานเสวนาของรัฐบาลนั้นดูแล้วเหมือนเป็นการเอาคนที่คิดเหมือนตนเองมากกว่าการเปิดรับฟังความคิดเห็นจริงๆ ซึ่งการสานเสวนาควรจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคน ไม่ใช่การหาความเห็นของประชาชนทีตรงกับรัฐบาลมาอ้าง จึงอยากให้การสานเสวนามีหลักการตามที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ เช่น วิทยากรที่จัดสานเสวนาต้องมีความเป็นกลางและต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นโดยไม่มีการลงมติ ทั้งนี้เห็นได้ชัดว่าการสานเสวนาของรัฐบาลกลับมีวิทยากรที่มีข้างอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากสมาชิกพรรประชาธิปัตย์สามารถมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์สานเสวนาทั้ง 20 เวทีก็เป็นเรื่องที่ดี

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงกรณีไซฟอนเงิน 1.6 หมื่นล้านไปฮ่องกงว่า จะต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่ต้องตรวจสอบและหากเจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ส่วนฝ่ายค้านก็จะมีการติดตามเรื่องนี้ต่อไป ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ายังคงมีอีกหลายเรื่องที่ต้องอภิปราย ซึ่งจะยื่นในปลายเดือน ต.ค.แน่นอน

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า  ได้ส่งเอสเอ็มเอสถึงสมาชิกพรรคให้ตรวจสอบกระบวนการสานเสวนาของรัฐบาล เพราะดูเหมือนรัฐบาลทำโครงการนี้เพื่อนำมาอ้างว่าประชาชนเห็นด้วยกับสิ่งที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และคนในรัฐบาลอยากจะทำ จึงได้กำชับลูกพรรค เนื่องจากสิ่งที่รัฐบาลประกาศออกมา ไม่ได้ตรงกับหลักการสานเสวนา ซึ่งตามที่พูดกันไว้คือจะต้องไปรับฟังความคิดเห็นโดยจัดเวทีสานเสวนา 20 เวที เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา และวิทยากรต้องเป็นบุคคลที่เป็นกลาง แต่ดูตามรายชื่อ หากเป็นนายสุธรรม แสงประทุม ก็ไม่เป็นไปตามหลักการแล้ว เพราะเป็นคนที่เลือกฝ่ายเลือกข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ​การคัดเลือกคนมาฟังต้องมีความหลากหลาย แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะมุ่งเน้น​เอาคนที่คิดเหมือนรัฐบาลไปบอกประชาชน มากกว่าจะไปรับฟัง แต่การที่เลือกไปบางภาค และไม่ไปภาคใต้ก็ทำให้เห็นชัดว่าเป็นแนวทางปรองดองหรือไม่ และความจริงแล้วกระบวนการสานเสวนาต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกคน ทุกภาค แต่หากทำเพื่อนำมาเป็นข้ออ้างว่าได้บอกกับประชาชนแล้วและประชาชนเห็นด้วยกับรัฐบาล ก็ไม่ถือว่าทำถูกกระบวนการสานเสวนา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการนำคณะร่วมรับประทานอาหารกับเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์บ้านเมืองระหว่างกัน ซึ่งมีความเชื่อตรงกันว่ายังมีช่องทางในการเพิ่มลู่ทางการค้าการลงทุนของสองประเทศ ขณะเดียวกันเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยอยากทราบสถานการณ์การเมืองไทยว่าจะเดินต่อไปอย่างไร ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่ารัฐบาลอยู่ในฐานะที่จะตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเดินไปในทางไหน หากต้องการปรองดองจริงก็ควรใช้รายงานของคอป.และสถานการณ์ต่าง ๆให้เประโยชน์ แต่ถ้ายึดประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มของพวก บ้านเมืองคงเดินหน้าไม่ได้

 

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก