
พาณิชย์รื้อเกณฑ์เลือกร้านถูกใจ
คน.รื้อเกณฑ์ร้านถูกใจ หลังพบตั้งร้านบังหน้าหวังรับเงินอุดหนุน ยันสภาพคล่องล้น
คน.รื้อเกณฑ์ร้านถูกใจ หลังพบตั้งร้านบังหน้าหวังรับเงินอุดหนุน ยันสภาพคล่องล้น
กรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์เตรียมเข้มงวดการคัดเลือกผู้ประกอบการ เพื่อเข้าโครงการร้านถูกใจมากขึ้น หลังพบผู้ประกอบการบางรายตั้งร้านถูกใจบังหน้า โดยหวังเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเดือนละ 6,000 บาท เพื่อเป็นค่าจ้างให้ลูกจ้างเฝ้าร้านวันละ 300 บาท หากพบร้านใดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะให้ออก และนำผู้ประกอบการรายใหม่ที่ลงชื่อไว้กับกรมการค้าภายในมากกว่า 6,000 แห่ง มาเข้าโครงการแทน
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการแก้ไขค่าครองชีพส่วนกลาง ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ประกอบการร้านถูกใจที่จะให้อยู่ในโครงการต่อไป โดยจะมีการตรวจสอบร้านค้า หากร้านค้าใดมีพฤติกรรมขายสินค้าร้านถูกใจเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด หรือเป็นร้านค้าที่มีพฤติกรรมเข้าโครงการร้านบังหน้าจะให้ออกจากโครงการ
นายสันติชัย ปฏิเสธข่าวที่ว่ากรมฯ จ่ายเงินให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย และองค์การคลังสินค้า ล่าช้า และยืนยันว่ามีเงินเหลือพอในการดำเนินการ แต่อาจล่าช้าเพราะค่าใช้จ่ายด้านขนส่งต้องมีการนำใบเสร็จมายืนยันเป็นหลักฐานก่อนจ่ายเงิน ซึ่งต้องใช้เวลา โดยขณะนี้โครงการร้านถูกใจภายใต้โชห่วยช่วยชาติยังเหลือเงินอีกประมาณ 500 ล้านบาท จากงบประมาณที่ได้รับทั้งหมด 1,320 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ดำเนินโครงการจนถึงสิ้นปีนี้ และกรมอยู่ระหว่างทำแผนของบประมาณในปี 2556 มาใช้ดำเนินโครงการร้านถูกใจต่อไปในปีหน้าวงเงิน 500 ล้านบาท จึงยืนยันว่าร้านถูกใจจะดำเนินโครงการออกไปอย่างต่อเนื่องแน่นอน
ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการร้านถูกใจอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน มิ.ย.จนถึงปัจจุบัน สามารถลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้แล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท ผู้ประกอบการร้านถูกใจมียอดสั่งซื้อสินค้าภายในโครงการประมาณ 1,200 ล้านบาท/เดือน สินค้าที่ขายดีคือ ข้าวสารบรรจุถุง ซึ่งข้าวสารขนาด 5 กก. มียอดสั่งซื้อมากกว่า 6 แสนถุง/สัปดาห์ ส่วนข้าวสารบรรจุถุงขนาด 1 กก. มียอดสั่งซื้อ 3 แสนถุง/สัปดาห์







