
อีกแล้วโลมาอ่าวตราด ตายเกยหาดเป็นตัวที่ 9
โลมาอ่าวตราดตายเกยหาดเป็นตัวที่ 9 ในรอบ 2 เดือน
โลมาอ่าวตราดตายเกยหาดเป็นตัวที่ 9 ในรอบ 2 เดือน
กลุ่มอนุรักษ์โลมาบ้านสะพานหินพบซากโลมาพันธ์อิรวดียาว 2.40 เมตร กว้าง 50 เซ็นติเมตร สภาพเริ่มเน่าเปื่อย หัวหายไปและมีลำไส้กองอยู่ที่ด้านข้าง คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน ที่บริเวณอ่าวตราด ต. แหลมกลัด อ. เมือง จ.ตราด ซึ่งนับเป็นตัวที่ 9 ที่ตายในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาและมีขนาดใหญ่ที่สุด
นายเสนอ จันทเสน รองประธานกลุ่มอนุรักษ์ปลาโลมาบ้านสะพานหิน กล่าวว่า สมาชิกของกลุ่มฯ พบซากโลมาในช่วงเช้า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ที่บริเวณนอกทะเลอ่าวตราด ห่างฝั่ง ต.แหลมกลัด ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงได้ลากเข้ามาที่หาดบริเวณบ้านสะพานหิน ซึ่งเป็นตัวที่ 9 แล้ว ดูจากซากโลมาแล้วน่าจะตายเพราะมีเรือลากคู่เข้ามาที่บริเวณอ่าวตราด
ก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนกับนายกสมาคมประมงจังหวัดตราดเพื่อไม่ให้เรือลากคู่เข้ามา เพราะเมื่อเรือลากคู่เข้ามาเมื่อใด ปลาโลมาจะตายทุกครั้ง ที่ผ่านมาเคยเขียนคำร้องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตราดมาแล้วในคราวประชุมประมงพื้นบ้าน
“ซากโลมาในครั้งนี้เป็นตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมา ขณะนี้ต้องรอทางศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลจังหวัดระยองมาพิสูจน์ซากโลมาว่าตายเพราะสาเหตุใด เพราะทางกลุ่มยังไม่มีความรู้พอ ซึ่งก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยฯ จ. ระยอง บอกถึงสาเหตุการตายว่าอาจเกิดจากการแยกฝูงของกลุ่มโลมา และหลงมาเกยหาดและออกไปไม่ได้ แต่ทางกลุ่มมั่นใจว่าสาเหตุเกิดจากเรือลากคู่ทำให้โลมาตาย”
นายเสนอ กล่าวว่า ได้แจ้งไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราดแล้วแต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เดินทางมา หลังจากนี้จะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางการแก้ไข ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง จะทำให้โลมาสูญพันธ์ ซึ่งขณะนี้ที่อ่าวตราดเหลือโลมาเพียง 70 ตัวเท่านั้น จึงต้องช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันการสูญพันธ์ของโลมาบริเวณอ่าวตราด
ทางด้าน นายประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายกอบต.แหลมกลัด กล่าวว่า การเสียชีวิตของโลมาในอ่าวตราดในอ่าวตราดที่พบส่วนใหญ่มาจากสาเหตุการติดอวนของเรือประมงอวนลากเพราะโลมาจะหากินและจับปลาในพื้นที่ทำประมงทำให้เสียชีวิตเพราะจมอยู่ในทะเลนานจนหายใจไม่ได้ ทางอบต.แหลมกลัดได้รณรงค์ให้ชาวประมงได้อนุรักษ์และอย่าทำร้ายโลมา เพราะโลมาเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของทะเลตราด อย่างไรก็ตาม อบต.ไม่มีศักยภาพพอที่จะเข้ไปปราบปรามเรือประมงเหล่านี้ ต้องให้หน่วยงานที่ดูแลทะเลและโลมาให้มีสภาพดังเดิม







