
ซึมยาว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกมีสิทธิฟุบยาวถึง 10 ปี
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกมีสิทธิฟุบยาวถึง 10 ปี
สัปดาห์นี้ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ก็ตอกย้ำอีกครั้งว่า เศรษฐกิจโลกจะฟุบลงไปอีกนานหลายปีกว่าจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
ถามว่าเป็นการกล่าวที่เกินเลยไปหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่เกินเลยไปแน่นอนครับ เพราะมีความเป็นไปได้สูง หรือมีความเป็นไปได้จริงๆ ที่เศรษฐกิจโลกในครั้งนี้น่าจะฟุบยาว
ถามว่าเพราะอะไร ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะบรรดาผู้เล่นหลักในเศรษฐกิจโลก ล้วนแต่อยู่ในอาการบาดเจ็บกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป จีน ญี่ปุ่น และอาการบาดเจ็บก็เป็นแบบงูกินหางกันเอง ตรงนั้นรั่ว ก็ไปกระเทือนตรงโน้น อัดยาเข้าไปรักษาแผลตรงโน้น ก็มาออกผลข้างเคียงตรงนี้ นี่แหละครับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ต่อเนื่องกันไปหมด
สหรัฐเจ็บออดๆ แอดๆ มาตั้งแต่ปลายปี 2008 มาตอนนี้พออาการเริ่มฟื้นไข้ก็มาเจอพิษไวรัสวิกฤตหนี้ยุโรปซ้ำอีก
จีนเคยเกือบจะจอดไปแล้วครั้งหนึ่งเหมือนกันเมื่อตอนวิกฤตการเงินสหรัฐปี 2008 ก็กำลังเจ็บหนักจากวิกฤตยุโรปอยู่เช่นกันในตอนนี้
ญี่ปุ่นนั้นไม่ต้องพูดถึง เจอหนักกว่าเพื่อน สหรัฐเจ็บ ญี่ปุ่นก็เจ็บไปด้วย ยุโรปซึม ญี่ปุ่นก็ซึมไปด้วย เพราะญี่ปุ่นส่งสินค้าไปขายที่ตลาดเหล่านี้เยอะ ไหนญี่ปุ่นจะเจอกับวิกฤตค่าเงินเยนแข็งที่บั่นทอนเสถียรภาพเศรษฐกิจของตัวเอง ไหนจะเจอกับปัญหาภาวะเงินฝืดในประเทศ ไหนจะปัญหาด้านพลังงานที่ต้องนำเข้าพลังงานมาชดเชยพลังงานนิวเคลียร์ที่หายไปอีก
สภาวะแบบนี้ย่อมทำให้ตลาดทุนหมดแรงไปด้วย ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกก็เริ่มหดถดถอยลงไปด้วยเหมือนกัน ไอ้ครั้งที่ผ่านๆ มาที่พอมีข่าวดีบ้างว่าประเทศนั้นประเทศนี้ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ก็เป็นเพียงข่าวดีในระยะสั้นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นได้ระยะยาวครับ
แล้วอะไรที่จะทำให้โลกเกิดความเชื่อมั่นในระยะยาวขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องบอกว่า ต้องไปดูว่าปัญหาตอนนี้อยู่ที่ไหน ก็คืออยู่ที่ยุโรป สถานการณ์วิกฤตหนี้ของยุโรปจะดีขึ้นได้อย่างไร คำตอบก็คือ ยุโรปจะต้องกลับมามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นกว่านี้ครับ ปัญหาทุกอย่างถึงจะคลี่คลายลง
แต่ดูเหมือนว่า วิธีทางแก้เช่นนี้จะเป็นไปได้ยาก เพราะทั่วยุโรปกำลังเร่งใช้นโยบายตัดลดค่าใช้จ่ายกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อลดระดับหนี้สาธารณะและปัญหาขาดดุลงบประมาณลง ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีทางแม้แต่น้อย ว่าในปีหรือสองปีนี้นั้น ยุโรปจะกลับมามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่พอดูได้
นี่แหละครับ คือสาเหตุว่าเพราะเหตุใดหลายฝ่ายจึงออกมาบอกตรงกันว่า เศรษฐกิจโลกจะฟุบตัวไปอีกหลายปี เพราะว่าเขตเศรษฐกิจต่างๆ ที่เป็นแรงหนุนให้กับเศรษฐกิจโลกนั้นได้ฟุบตัวลงไปพร้อมๆ กัน
กลายเป็นเพอร์เฟกต์สตอร์มของแท้ครับ ที่อาจจะไม่หวือหวานัก แต่จะซึมยาวกันเลยทีเดียว m







