posttoday
เปิดใจ "บิ๊กอู๋" ผบ.ตร. ใช้กม.เสมอภาค-สรางตำรวจอาชีพ

เปิดใจ "บิ๊กอู๋" ผบ.ตร. ใช้กม.เสมอภาค-สรางตำรวจอาชีพ

06 ตุลาคม 2555

ฉายา “มือปราบดับไฟใต้” และ “วีรบุรุษด้ามขวานทอง” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย มิเช่นนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

โดย...ธนก บังผล

ฉายา “มือปราบดับไฟใต้” และ “วีรบุรุษด้ามขวานทอง” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย มิเช่นนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว หรือ “บิ๊กอู๋” คงไม่ก้าวมาถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เก้าอี้สูงสุดแห่งรั้วปทุมวัน

นับตั้งแต่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปี 2519 (นรต.29) บรรจุเป็นรองสารวัตรสืบสวนปราบปราม สน.ปทุมวัน ก็ได้เขียนจดหมายขอไปปฏิบัติหน้าที่ ผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งในปี 2520 ขณะนั้นกำลังมีการก่อการร้ายรุนแรง

ตั้งแต่นั้นมาชีวิตการรับราชการตำรวจของ “บิ๊กอู๋” ก็ไม่ธรรมดา

โดยเฉพาะช่วงที่ได้กลับมาทำงานที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จนได้เป็น รอง ผบช.น. ก่อนย้ายไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) และได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.ภ.9 กรณีเร่งด่วน เพื่อดูแลปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 2 ครั้ง รวมระยะเวลา 3 ปี 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2548 ในช่วงที่มีสถานการณ์ความรุนแรงปะทุถึงจุดเดือด

ช่วงบ่ายๆ ของวันอาทิตย์ “โพสต์ทูเดย์” ได้นัดหมายกับ ผบ.ตร.คนที่ 9 ซึ่งไฟแรงทำงานไม่มีวันหยุด

“ผมเป็นอย่างนี้ โตมาจากนครบาล นอนที่ทำงานเลย เป็นนิสัย ครอบครัวลูกก็โตแล้ว สมัยตอนอยู่นครบาลก็ทำอย่างนี้มาก่อน ภาคใต้ก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเข้าเรื่องนโยบายตำรวจที่จะให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วประเทศ ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ โดยมีทั้งหมด 11 ข้อ

ผบ.ตร. เน้นว่า นโยบายหลักในยุค พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อันดับ 1 คือ ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงอำนวยการถวายการรักษาความปลอดภัยในสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์

นโยบายที่ 2 จะเป็นการทำงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งหลังจากที่ไปทำงานเป็นเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มาแล้วจะลงไปดูเรื่องสืบสวนปราบปรามด้วยตัวเอง รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งควบคุมและลดปัญหาอาชญากรรม

“ตำรวจที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนใต้จริงๆ แล้ว ถ้าเป็นคนในพื้นที่จะดีมาก เพราะจะเข้าใจธรรมเนียม รู้ภาษา ถ้าไม่พอก็ต้องคัดคนไปเสริมให้ ซึ่งต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติม สวัสดิการที่ผ่านมาก็ถือว่าใช้ได้ให้เต็มที่แล้ว ซึ่งตำรวจจะมีการนับทวีคูณ” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

ส่วนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำรวจ ผบ.ตร. กล่าวว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนเสมอ เรื่องของการบริหาร การปรับพัฒนาให้ดีขึ้น เรื่องเอกภาพ บูรณาการเรื่องอำนาจต้องทำเพื่อให้องค์กรเรามีคุณภาพต่อไป

“กระจายอำนาจไปยังพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น ต้องปรับให้มีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น ผมเน้นเรื่องการพัฒนาคนในด้านการศึกษา การฝึกยุทธวิธีต้องมีทุกระดับหน่วยตั้งแต่โรงพัก จังหวัดขึ้นมาถึงกองบัญชาการภาค ศูนย์ฝึกของภาคต้องมีประสิทธิภาพ เน้นเรื่องการพัฒนาคน” ผบ.ตร. กล่าว

อีกประเด็นที่กล่าวขานในสังคม คือ ตำรวจเข้าไปอิงกับการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ประกาศอย่างชัดเจนไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคประชาธิปัตย์หากรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว

“คือจริงๆ ตำรวจ ผมว่าลักษณะหน่วยเรามันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดประชาชนนะ นี่ก็เป็นเรื่องยาก แต่ว่าเราต้องยึดถือ คือทุกพรรคการเมืองทุกรัฐบาลมาเราก็ต้องทำอยู่แล้ว โดยหน้าที่ของเรา เราเกี่ยวข้องเรื่องกฎหมาย ทุกข์สุขประชาชน ตำรวจเป็นหน่วยงาน จะไปปิดตัวเองไม่ได้นะครับ ตำรวจต้องอยู่กับสังคม อยู่กับปัญหา อยู่กับการบังคับใช้กฎหมาย นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องสัมผัสอยู่แล้วเรื่องทางการเมือง เพียงแต่ว่าเราต้องเดินไปให้พร้อม การอำนวยความยุติธรรม การใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาคเป็นตำรวจอาชีพ มันแกะไม่ออกอยู่แล้ว ใกล้ชิดมาก” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

กล่าวถึงการทำงานเมื่อครั้งเป็น ผบช.ภ.9 อยู่จังหวัดชายแดนใต้ ว่าเป็นภารกิจที่สำคัญระดับชาติ เป็นวาระแห่งชาติ โดยระหว่างที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ 2 ครั้ง รวม 3 ปี 2 เดือน ได้ประสบการณ์สูงมาก

“เป็นงานที่หนักนะ แต่เป็นงานที่ได้ประสบการณ์สูงมากทุกเรื่อง ในการวางระบบการสืบสวนสอบสวน การฝึกคนไปทำงานด้านมวลชน ปฏิบัติภารกิจต่างๆ ที่ต้องใช้ความเร่งด่วน แต่ต้องรอบคอบและปลอดภัย เราเจอมาตลอดที่อยู่ภาคใต้ มีหลายเคสมาก อย่างวางระเบิดพร้อมกัน 20 จุด การเข้าตีเมืองยะลา วางระเบิด จ.นราธิวาส การเข้าโจมตีจุดใกล้เมืองปัตตานีในปี 2548 นี่เป็นสิ่งที่เราได้ประสบการณ์ ได้เข้าไปแก้ปัญหา มีทั้งระเบิดซ้อน มีทั้งตัดต้นไม้ เป็นเรื่องที่เราได้เข้าไปแก้ปัญหา ได้เผชิญกับปัญหา เข้าไปเจรจาต่อรองตัวประกัน ตั้งแต่ตันหยงลิมอ ครูจูหลิง ม็อบปิดถนน ม็อบที่เกี่ยวกับมวลชน ได้เผชิญประสบการณ์ที่ดีมาก การเข้าปิดล้อมคนร้ายสำคัญที่มีการปะทะที่ต้องเข้าไปบัญชาการเอง”

“จริงๆ แล้วผู้คนที่ภาคใต้น่ารักมาก มุสลิมผมคิดว่าเขาเป็นกลุ่มคนที่เรียบง่าย สุภาพมาก เคร่งครัดศาสนา และก็มีความจริงใจ เพราะฉะนั้นการที่จะไปอยู่ภาคใต้นั้นต้องเข้าใจในเชิงวัฒนธรรม ในเชิงผู้คน ที่ผมไปผมมีความรักความผูกพันต่อผู้คนที่นั่น” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

ผบ.ตร. ยังเล่าย้อนถึงวันที่ยังเป็นร้อยตรีเขียนจดหมายสมัครไปปฏิบัติหน้าที่ อ.นาแก จ.นครพนม ว่า อยู่ สน.ปทุมวัน เพิ่งจบใหม่ปี 2519 ขณะนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ซึ่งเคยปกครองสมัยเป็นนักเรียนตำรวจ ชักชวนให้รุ่นหลังๆ ไป

“ที่ไปก็เพื่อสมัยก่อนลูกผู้ชายก็ต้องหาประสบการณ์ลงพื้นที่ทำงานให้บ้านเมือง อยู่นาแก 8 ปี ก็ไม่คิดอะไร คิดแต่ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เป็นหัวหน้าหน่วยปกครองลูกน้อง 50 คนในป่า มีโอกาสได้เติบโตเป็นหัวหน้ามาตั้งแต่เด็กๆ เป็นหัวหน้ามาตลอด”

จนกระทั่งวันนี้ได้เป็น ผบ.ตร. บิ๊กอู๋ บอกว่า ภาคภูมิใจมาก ตำแหน่งอย่างนี้มันคาดไม่ถึง แม้กระทั่งตอนเป็นรอง ผบ.ตร. ก็ไม่อาจคาดคิดได้

“ผมไม่กล้าคิดหรอกครับ ผมเผื่อใจไว้ 80 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อได้มีโอกาสก็ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้โปรดเกล้าฯ ผมก็จะทำหน้าที่ภารกิจให้เต็มความสามารถ” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

เมื่อถามว่า นิยามคนชื่อ “อดุลย์ แสงสิงแก้ว” อย่างไรนั้น บิ๊กอู๋ หัวเราะอารมณ์ดี ก่อนบอกว่า เรื่องอย่างนี้ต้องให้คนอื่นพูด เรื่องอย่างนี้ตัวเองพูดไม่ดีไม่ควรไม่เหมาะ แต่หากเป็นแนวคิดการทำงานแล้ว ต้องคิดดีทำดี

“คนเราอาจจะมีทั้งดีและไม่ดีนะ แต่ว่าเราต้องคิดดีแล้วทำดีเยอะๆ คนเราเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่ต้องพยายามตั้งใจทำให้ดีมากที่สุด” วีรบุรุษปลายด้ามขวานให้คำแนะนำ

และคำถามที่ขาดไม่ได้เลย คือ ปัญหาการวิ่งเต้นตำแหน่ง ที่สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีให้กับองค์กรตำรวจ

“ผมว่ายาก ต้องเข้าใจ ต้องยอมรับก่อนว่าสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ คนรู้จักเยอะ แต่ว่าอันนี้คือข้อเท็จจริง เรามีวินัยอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามเราต้องพยายามยึดคนทำงาน ยึดคนที่ปฏิบัติดีให้มากที่สุด มีกฎกติกาส่วนรวมพอสมควร สังคมไทยมีคนฝากก็รับ แต่ว่าเราต้องมาพิจารณาโดยคณะกรรมการ มีกฎ มีกฎหมาย มีระเบียบรองรับ เช็กประวัติ มีผลงานปฏิบัติ ถ้าคนฝากไม่ถูกต้องก็อยู่ยาก โดยกระบวนการนี้นะครับ สำคัญอย่างนี้คือต้องมีมาตรฐาน คุ้มครองคนทำงานให้มากที่สุด สังคมไทยหนีไม่พ้นหรอกครับ แต่ว่าเราต้องยึดหลัก ก็เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาให้รอบคอบ” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

โดยในอนาคตภายใต้การกุมบังเหียน สตช. สิ่งที่ พล.ต.อ.อดุลย์ เป็นกังวลมาก คือ อาชญากรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะกระทบกับเศรษฐกิจ รวมทั้งอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่พัฒนาไปเยอะ

ผลงานที่ผ่านมาของ พล.ต.อ.อดุลย์ การันตีมาตลอดชีวิตการรับราชการ หลังจากนี้จะขับเคลื่อนองค์กรตำรวจอีก 2 ปี ไปอย่างไร

... น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69