
โลกมองไทย
วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานอ้างนักวิเคราะห์ ซึ่งเตือนว่านโยบายรับจำนำข้าวของไทยไม่ได้ผลตามที่รัฐบาลต้องการ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่นๆ เพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลให้ข้าวไทยราคาแพงกว่าตลาดและขายยากขึ้น
วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานอ้างนักวิเคราะห์ ซึ่งเตือนว่านโยบายรับจำนำข้าวของไทยไม่ได้ผลตามที่รัฐบาลต้องการ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่นๆ เพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลให้ข้าวไทยราคาแพงกว่าตลาดและขายยากขึ้น
“ไทยกำลังจำกัดปริมาณการส่งออกข้าวในขณะที่ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอินเดียและเวียดนามเพิ่มการผลิตข้าว ซึ่งมีราคาถูกกว่าเพื่อตอบสนองทั้งอุปสงค์ภายในและต่างประเทศ ดังนั้นสต๊อกข้าวของไทยจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” รายงานระบุ
ด้าน ซามาเรนดู โมฮันตี นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศในฟิลิปปินส์ แสดงความเห็นว่านโยบายดังกล่าวอาจได้ผลดีหากเกิดภัยแล้งในพื้นที่ปลูกข้าวอื่นๆ แต่ประเทศต่างๆ กลับเพิ่มการผลิตข้าว ดังนั้นนโยบายรับจำนำข้าวจึงส่งผลในทิศทางตรงกันข้ามกับที่รัฐบาลคาดหวังไว้โดยสิ้นเชิง
“พวกเขาไม่คาดคิดว่า จู่ๆ อินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวหลังรัฐบาลแดนภารตออกมาตรการห้ามส่งออกมาหลายปี ขณะเดียวกัน ยังได้รับข่าวร้ายเมื่อฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกประกาศเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ เนื่องจากตั้งเป้ายกเลิกการนำเข้าข้าวทั้งหมดภายในปี 2556” สื่อชื่อดังเมืองลุงแซม ระบุ
ทั้งนี้ สำหรับในปีแรกนั้น รัฐบาลได้ใช้งบประมาณไปกับนโยบายรับจำนำข้าว 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.4 แสนล้านบาท) และล่าสุดประกาศยืดอายุโครงการดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.34 แสนล้านบาท)
นอกจากนี้ วอลสตรีต เจอร์นัล ยังได้สัมภาษณ์ชาวนาไทย ซึ่งเปิดเผยว่า นโยบายรับจำนำข้าวส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจริง ทว่าหลายคนแสดงความกังวลต่ออนาคตของโครงการดังกล่าว
“ผมกลัวว่ารัฐบาลจะหยุดซื้อข้าวจากเรา และหากเป็นเช่นนั้นเราจะอยู่อย่างไรกัน” ชาวนาคนหนึ่ง กล่าว







