
ขอเอกสารเพิ่มฟ้องล้มจำนำ
ศาลรัฐธรรมนูญหารือผู้ร้อง ‘วิโรจน์’ค้านเลิกโครงการ
ศาลรัฐธรรมนูญหารือผู้ร้อง ‘วิโรจน์’ค้านเลิกโครงการ
ศาลรัฐธรรมนูญ เรียกเอกสารฟ้องล้มโครงการรับจำนำข้าวเพิ่ม พร้อมขอให้แจงว่าจะให้ศาลดำเนินการต่อไปอย่างไร
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้คำร้องขอให้ยับยั้งหรือยุติโครงการรับจำนำข้าว ยังอยู่ในชั้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเอกสารยังไม่ครบ อีกทั้งต้องแจ้งด้วยว่าจะให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการเช่นไร และการยื่นเรื่องได้ผ่านช่องทางร้องเรียนใดมาบ้างแล้ว
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การให้ประชาชนร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 วรรคหนึ่ง ระบุว่า บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ และมาตรา 212 วรรคสอง ระบุไว้อีกว่า การใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นกรณีที่ไม่อาจใช้สิทธิโดยวิธีการอื่นได้แล้ว เช่น มีการยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมาแล้วหรือไม่
นายวิโรจน์ อารีย์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของกลุ่มอาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บางส่วน ที่ออกมาคัดค้านโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะมองว่าโดยหลักการของโครงการนี้ รัฐบาลคิดมาเพื่อช่วยเหลือชาวนา โดยอาศัยฐานคิดและฐานของเท็จจริงที่ว่าชาวนาเป็นคนยากจน มีหนี้สิน และมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ทั้งที่ชาวนามีความตั้งใจจริงในการเพาะปลูกและขยันทำกิน แต่สิ่งที่ชาวนาได้รับจากระบบทุนนิยมเสรีคือการกดราคาข้าวเปลือกของกลุ่มนายทุนและเครือข่าย
ด้าน พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า การตรวจสอบที่ผ่านมาพบว่าข้าวในสต๊อกบางแห่งไม่ได้คุณภาพ โดยมีการปลอมปนข้าวหอมมะลิภายในสต๊อกข้าวบางแห่ง ทั้งนี้การตรวจสอบของดีเอสไอพบปัญหาด้านข้อกฎหมายที่จะเอาผิดกับโกดังเก็บข้าว ผลที่ตามมาในขณะที่รัฐบาลกำลังประกาศระบายข้าวในสต๊อกอาจได้รับผลกระทบไปด้วย







