
แย่กว่าที่คิด
รัฐบาลคงต้องทบทวนการสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจใหม่ มากกว่าทำแค่การตั้งเป้าตัวเลขการส่งออก
รัฐบาลคงต้องทบทวนการสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจใหม่ มากกว่าทำแค่การตั้งเป้าตัวเลขการส่งออก
ตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ให้สูงกว่าความเป็นจริง เพื่อกดดันให้ข้าราชการเร่งทำงานมากขึ้น
ทั้งนี้ เพราะตัวเลขส่งออกและตัวเลขจีดีพีที่ออกมาจริงผ่านไปแล้ว 3 ไตรมาส ที่สำคัญตัวเลขแนวโน้มไตรมาสสุดท้ายของหน่วยงานรัฐเอง ต่างก็ออกมาในทางลดลง ผลดังกล่าวคงสร้างผลกระทบความเชื่อมั่นของรัฐบาลมาก หากรัฐบาลยังคงตั้งเป้าตัวเลขไว้สูงเกินจริง
เมื่อไล่ดูตัวเลขที่เข้าไตรมาสสุดท้ายของปี ตั้งแต่ต้นทางฝ่ายผลิตสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ส.ค. 2555 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 174.11 จากระดับ 196.33 ในปี 2554 ติดลบ 11.32% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐ ส่วนแนวโน้มดัชนีเดือน ก.ย. 2555 คาดว่าจะติดลบแน่ เพราะการผลิตเดือน ก.ย. 2554 อยู่ที่ระดับสูงมากกว่า 200 เพราะเร่งผลิตหลังเหตุการณ์สึนามิในช่วงต้นปี แต่ถึงแม้ตัวเลขผลิตที่ลดจะเกิดจากเหตุไม่ปกติ ทว่าสิ่งสำคัญที่ต้องระวังมากสุด คือ ผลกระทบทางอ้อมจากวิกฤตยุโรป โดยขณะนี้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไปตลาดจีน อาเซียน ได้ติดลบลงหมดแล้ว
ขณะตัวเลขการส่งออกเดือน ส.ค.ปีนี้เทียบปีก่อนที่ติดลบ 6.69% หรือส่งออกได้แค่ 1.97 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และแนวโน้มการส่งออกเดือน ก.ย. คงติดลบอีกครั้ง เพราะเดือน ก.ย.ปีก่อนส่งออกถึงกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในไตรมาสท้ายเดือน ต.ค.-ธ.ค. ตัวเลขส่งออกคงจะกลับมาบวก ทว่าเป็นการบวกจากฐานที่ติดลบเฉลี่ยทั้งไตรมาสท้ายส่งออกติดลบ 7.5% เพราะผลจากน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้ว ดังนั้นการส่งออกที่ตัวเลขดูดีขึ้นไตรมาสท้าย จึงเป็นการดีจากฐานที่ติดลบ ภาพรวมส่งออกจึงยังแย่อยู่ ตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง
สอดคล้องกับหน่วยงานรัฐอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่รายงานภาวะเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ส่งออกติดลบ 5.1% ขณะการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกยังลดลง สะท้อนว่าการส่งออกยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกต่อไป คาดส่งออกปีนี้อาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 7% ผลดังกล่าวทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 17 ต.ค.นี้ จะปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ลงจากเคยคาดการณ์ไว้ที่ 5.7%
จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ผ่านมาแล้ว 3 ไตรมาส และแนวโน้มที่หลายฝ่ายมองไปทางยังไม่ฟื้นตัว นอกจากนี้บางสำนักภาคเอกชนออกมามองแล้วว่าปีหน้าอาจจะแย่กว่าปีนี้
จึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรทบทวนตัวเลข ที่ยังคงกลับไปยืนยันว่าส่งออกปีนี้จะได้ตามเป้าเติบโตขึ้น 15% แม้ในช่วง 3 เดือนของไตรมาสท้าย ตัวเลขส่งออกคงจะบวกขึ้นมาให้รัฐบาลใช้คุยได้ แต่ก็เป็นตัวเลขส่งออกจากฐานปีก่อนที่ติดลบจากน้ำท่วมใหญ่ โดยเดือน ต.ค.ปีก่อนส่งออกติดลบ 1.4% เดือน พ.ย. ติดลบ 12.9% และเดือน ธ.ค. ติดลบ 8.2%
ดังนั้น หากรัฐบาลมองสภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริง ปรับตัวเลขให้มีความเป็นไปได้ เชื่อว่าแผนในการปฏิบัติงานต่างๆ ที่จะตามออกมา จะเป็นแผนที่เป็นรูปธรรมสามารถทำได้จริง ไม่เลื่อนลอยไร้เหตุที่จะทำให้เกิดผล มาช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลได้ เข้าโค้งสุดท้ายของปีหรือผีถึงป่าช้าแล้ว รัฐบาลควรลุกขึ้นมารับความจริง และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้แผนปฏิบัติการเป็นไปได้ เชื่อว่าวิธีนี้น่าจะเรียกความเชื่อมั่นของรัฐบาลได้มากกว่าที่ยังมีทิฐิ จนสุดท้ายต้องหาคำมาอธิบายให้ประชาชนเห็นใจกับการพูดไม่จริงซ้ำซาก







