
โอกาสทอง?
เห็นข่าวในสื่อบ้านเราในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เห็นข่าวในสื่อบ้านเราในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เตรียมยกไทยให้เป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยตั้งเป้าการผลิตให้ได้ถึงปีละ 8 แสนคัน
ลองนั่งคิดสรตะดูแล้ว ก็เห็นเช่นนั้นจริงๆ ว่าประเทศไทยเหมาะที่สุดแล้วสำหรับการเป็นฐานการผลิตใหญ่ของเอกชนญี่ปุ่น แม้ว่าบ้านเราจะเจอทั้งสถานการณ์ไม่มั่นคงทางการเมืองบ้าง เจอน้ำท่วมกันบ้าง แต่อย่างไรเสียไทยแลนด์ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของนักลงทุนต่างประเทศ และบริษัทข้ามชาติครับ
แน่นอนว่า สำหรับเอกชนญี่ปุ่นกำลังหาทางออกให้กับตัวเองอย่างเร่งรีบที่สุด หลังจากที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นสูงขึ้น และส่งผลให้บริษัทได้กำไรลดลง
เท่านั้นยังไม่พอ ญี่ปุ่นกำลังเจอปัญหากระแสการต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งต่อไปในอนาคตไม่แน่ว่านิวเคลียร์จะยังใช้ต่อไปในญี่ปุ่นหรือไม่ แน่นอนว่า จะทำให้ญี่ปุ่นจะไม่มีพลังงานเพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมหนักในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันญี่ปุ่นลดการใช้นิวเคลียร์ลง และหันมานำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเพื่อนำไปผลิต กระแสไฟฟ้า ผลก็คือทำให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าระนาว
นั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้เอกชนญี่ปุ่นต้องเร่งย้ายฐานการผลิตออกมานอกประเทศดังที่เห็น
ไทยถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะ
ประการแรก ประเทศไทยถือว่าประชาชนมีกำลังซื้อสูงพอสมควร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ ไม่ว่ารถจะติดขนาดไหน มีป้ายแดงออกมาใหม่เป็นปีละหมื่นคัน ขณะที่ตลาดรถมือสองก็ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ประการที่สอง ผมคิดว่าสำคัญไม่น้อย ประเทศไทยมีทัศนคติที่ดีเหลือเกินกับชาวต่างชาติ ยิ่งญี่ปุ่นจะย้ายมาเมืองไทยเยอะๆ คนไทยก็ยินดีต้อนรับ ญี่ปุ่นจะไม่เจอปัญหาการต่อต้านจากคนไทยเหมือนกับที่เจอในจีน หรือกระแสชาตินิยมต่อต้านสินค้าต่างชาติในประเทศอื่นๆ แน่นอน
ประการที่สาม คนไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานและปู้ยี่ปู้ยำในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับนิยมชมชอบญี่ปุ่นเสียเหลือเกินในปัจจุบัน อาจเป็นเพราะว่าคนไทยรักโกโบริสุดหัวใจก็ได้ คนไทยไม่มีความรู้สึกต่อต้านญี่ปุ่นเหมือนที่คนจีนหรือคนเกาหลีรู้สึกแน่นอน
นั่นก็ถือเป็นโอกาสทองสำหรับเมืองไทยครับ ที่จะกลายเป็นแหล่งลงทุนสำคัญของญี่ปุ่นไป โดยเฉพาะเมื่อกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในจีนกำลังรุนแรงมากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตของเอกชนญี่ปุ่นมากขึ้นก็ได้
แต่ก็อย่าลืมครับ ประเทศไทยก็ต้องแบกภาระมากขึ้น โดยเพาะในเรื่องพลังงานที่ต้องคอยหามารองรับการเป็นฐานะการผลิตที่ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีไฟฟ้าใช้ไม่พออย่างแน่นอน พลังงานทางเลือกอื่นๆ ก็ยังดูเหมือนว่ายังไม่ดำเนินการไปถึงไหน
ญี่ปุ่นอยากจะเลิกใช้นิวเคลียร์ ก็เลยย้ายฐานการผลิตออกมานอกประเทศ อาจจะทำให้ไทยต้องรับความเสี่ยงจากการมีนิวเคลียร์แทน เพื่อต้อนรับญี่ปุ่นครับ







