
ขุนค้อนจ่อเปลี่ยนบินจีนแทยยุโรป
"ขุนค้อน"จ่อเปลี่ยนทัวร์จีนแทนยุโรป ลั่นลูกสาวร่วมทริปด้วยใช้งบส่วนตัว ส่วน "จักรพันธุ์" ใช้งบอสมท.ไม่เกี่ยวสภา
"ขุนค้อน"จ่อเปลี่ยนทัวร์จีนแทนยุโรป ลั่นลูกสาวร่วมทริปด้วยใช้งบส่วนตัว ส่วน "จักรพันธุ์" ใช้งบอสมท.ไม่เกี่ยวสภา
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า จะเตรียมพิจารณาเปลี่ยนกำหนดการเดินทางจากเดิมที่จะไปดูศึกษางานรัฐสภา สื่อ และวิชาการ ที่ประเทศอังกฤษ เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส ในวันที่ 21 ก.ย.ไปร่วมการเปิดงานเอ็กซ์โปเกี่ยวกับด้านการลงทุน มณฑลเสฉวน ประเทศจีนแทน เนื่องจากทางประเทศจีนส่งหมายเชิญมาก่อนหน้านี้แล้วซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เดินทางไปประเทศอังกฤษ และเห็นว่าการเดินทางไปประเทศจีนอาจได้ประโยชน์มากกว่า
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า โครงการเดินทางไปประเทศทวีปยุโรปนั้นเป็นการศึกษาดูงานที่สถานีโทรทัศน์บีบีซี กรุงลอนดอน เยี่ยมชมสำนักงาน The Economist มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด รวมถึงรัฐสภา ประเทศอังกฤษในฐานะรัฐสภาต้นแบบประชาธิปไตยของโลก ยืนยันว่าต้องการให้สื่อมวลชนไปเปิดหูเปิดตาเพื่อรู้ว่าการทำงานของรัฐสภาเป็นอย่างไร แต่ต้องยอมรับว่าจะไม่สามารถให้สื่อมวลชนไปด้วยทั้งหมด จึงต้องเป็นตัวแทนของสื่อมวลชนเท่านั้น โดยตอนแรกมีเจตนาว่าต้องการให้สื่อมวลชนประจำรัฐสภาไป แต่ได้รับความเห็นชอบว่าให้เป็นตัวแทนหรือผู้บริหารของแต่ละสำนัก
ทั้งนี้ยืนยันว่า ในส่วนของนายจักรพันธุ์ ยมจินดา ตัวแทนจาก อสมท. นั้นเดินทางไปด้วยงบประมาณของ อสมท.เอง แต่ได้ประสานไปยังนายจักรพันธุ์ว่าต้องการไปดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในวันที่ 23 ส.ค.เพราะต้องการไปเปิดหูเปิดตาชมกีฬาในวันอาทิตย์นอกเหนือจากการดูงาน อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่ามีสมาชิกครอบครัวของนายจักรพันธุ์เดินทางร่วมกับสื่อมวลชนในฐานะตัวแทนของ Maxima Television ด้วย ส่วนบุตรสาวของตนที่ร่วมเดินทางด้วยนั้นขอย้ำว่าใช้งบประมาณส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงบประมาณของโครงการแต่อย่างใด
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ทราบมาว่าสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางในโครงการเคยเข้าร่วมการอบรมสัมมนาถึง 2 ครั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยรังสิต แต่ไม่ทราบถึงขั้นตอนการคัดเลือกสื่อมวลชนทั้งหมด อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าทำด้วยเจตนาที่ดี และในปีหน้าจะทำโครงการในรูปแบบนี้อีกโดยจะดำเนินการโปร่งใสกว่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในภายหลัง
เมื่อถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่เดินทางในช่วงที่มีการเปิดสมัยประชุมสภา นายสมศักดิ์ ตอบว่า ด้วยเหตุนี้จึงเลือกเดินทางตามไปภายหลังในวันศุกร์ที่ 21 ก.ย.และจะกลับมาก่อนคณะในวันที่ 25 ถึงประเทศไทยในเช้าวันที่ 26 ก.ย.เพื่อไม่ให้กระทบงานที่สภา







