posttoday
ธาม ลอยสะเทื้อนมือขวา 'จ่าเพียร'

ธาม ลอยสะเทื้อนมือขวา 'จ่าเพียร'

21 มีนาคม 2553

...ทีมข่าวในประเทศ

“บันนังสตา” ชื่อนี้เมื่อหลายปีก่อนอาจฟังแล้วน่าสนใจ เหมือนชื่อเมืองในต่างประเทศ ดังเช่นที่นายร้อยตำรวจหนุ่มจากลพบุรีนายหนึ่ง ตกลงปลงใจจะเดินทางมาปฏิบัติราชการ เพียงแต่ 5 ปีผ่านไปนับแต่ได้พบเห็นด้วยตัวเอง หมวดหนุ่มจึงพบความจริงว่านี่คือพื้นที่ซึ่งเรียกได้ว่าเสี่ยงกับอันตรายที่สุดของประเทศนี้

ร.ต.ท.ธาม ลอยสะเทื้อน รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เล่าย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อนว่า

“ผลการสอบนักเรียนนายร้อยอบรมของผมได้ลำดับที่ 8” หมวดหนุ่มนิ่งเงียบไป ปล่อยให้คู่สนทนาฉงนในใจว่า สอบได้ลำดับต้นๆ อย่างนี้ก็มีโอกาสเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานก่อน แล้วทำไมถึงลงมาเสี่ยงภัยถึงชายแดนใต้ แต่สักพักหมวดหนุ่มก็ยิ้ม แล้วปล่อยมุขเด็ดว่า “ได้ที่ 8 จากอันดับสุดท้าย” เรียกเสียงฮาลั่นจากวงสนทนา ก่อนจะปล่อยมุขใหม่ตามมา

“ชื่อมันเท่ดีเหมือนเมืองนอก มีอีกที่หนึ่งคือ สภ.ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา เพื่อนบอกว่ามึงอย่าเลือกนะ ดูซิ ขนาดแม่ยังหวาดเลย แล้วมึงจะอยู่ได้เรอะ ผมก็ไม่เลือก ถ้าไม่เชื่อเพื่อนแล้วเลือกลงแม่หวาด คงสบายกว่าที่นี่เยอะ”

จากวัยรุ่นที่ทำงานในร้านอาหารส่งเสียตัวเองเล่าเรียนจนจบชั้น ม.6 “ธาม” ก็ทำให้ความฝันของตัวเองที่อยากเป็นตำรวจปรากฏเป็นจริงได้ เมื่อสอบเข้าโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี ได้สำเร็จ แต่เหมือนเขาจะกลั่นแกล้งตัวเอง เพราะแทนที่จะเลือกเป็นตำรวจภูธร บรรจุรับราชการในท้องที่ต่างๆ แต่กลับไปเลือกเป็น ตชด. ตำรวจตระเวนชายแดน

“ตอนนั้นได้ดูข่าว ตชด.ลาดตระเวนอยู่ตามแนวชายแดนพม่า ต้องใช้ชีวิตในป่า เรามันชอบแบบนี้ ชอบเป็นนักรบก็เลือกลง ตชด.”

กองกำกับการ 2 กองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายพระยาสุรสีห์ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา คือสังกัดแรกในชีวิตราชการตำรวจ หลายปีที่เป็น ตชด.เขาศึกษาในระดับปริญญาตรี จนสำเร็จเป็นนิติศาสตรบัณฑิต “ธาม” ประสบความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ

“ได้เป็นตำรวจผมภูมิใจ พอเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรก็ยิ่งยืดไปใหญ่ ได้แค่นี้ถือว่าภูมิใจที่สุด ถ้าได้เป็นสารวัตรก็ถือว่าเป็นโบนัส (หัวเราะ)”

เสียงจากวงสนทนาถามถึง “บันนังสตา” ในความคิดก่อนไปอยู่

“ถามเพื่อนว่าจะเลือกที่ไหนดีว่ะ เพื่อนบอกมึงไปเถอะ เลือกที่ไหนก็เหมือนกันแหละ มีคนใต้ที่สอบได้นายตำรวจพร้อมผมเลือกลงพื้นที่นครบาล อยู่ภาค 8 แต่ไม่มีใครมาลง 3 จังหวัดเลย มันเด็กใต้ มันรู้งัย แต่เราไม่รู้ อ่านจากหนังสือพิมพ์ฆ่ากันตายก็ปกติ ไม่ได้คิดว่ามันจะรุนแรง แต่พอมาเห็นจริงโรงพักมีลวดหนามมีบังเกอร์ล้อม โอ้โห... เหมือนในหนังสงครามเลย คิดในใจว่าแล้วกูจะอยู่ได้เรอะ”

อยู่ได้หรือไม่ได้ แต่ผ่านมาแล้วถึง 5 ปี จนเมื่อถามถึงความรู้สึกขณะนี้ หมวดหนุ่มตอบสั้นๆ ว่า “เพื่อนอาจเลือกให้ แต่วันนี้ผมสมัครแล้วล่ะ”

ช่วงปีแรกใน “บันนังสตา” ชีวิตหมวดหนุ่มก็เหมือนๆ ตำรวจทั่วไป เฝ้าโรงพัก ออกตรวจพื้นที่ พบปะมวลชน จวบจน พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เจ้าของฉายาจ่าเพียรขาเหล็ก ตำนานเล่าขานของคนบันนังสตาตั้งแต่ครั้งอดีต ย้อนกลับมายังถิ่นเดิมอีกครั้ง ในตำแหน่งผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา ชีวิตตำรวจของหมวดหนุ่มก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“ครั้งแรกผมไม่ศรัทธาแกเลยนะ พอเจอโหกูตาย ตอนนั้นผมคิด ผมเชื่อว่าแกเป็นมือปราบแต่คงหมดสภาพแล้ว (หัวเราะ) แต่ผมก็ไปขอแกทำงานนะ มีคนบอกผมว่าให้ไปขอแกทำงาน ถ้าไม่ขอแกไม่ให้ทำ เพราะแกมีทีมงานของแก”

ความยอมรับนับถือในตัว ผกก.สมเพียร ค่อยๆ เกิดขึ้นจากสิ่งที่หมวดหนุ่มประจักษ์แก่ตาตัวเอง

“คืนหนึ่งผมนอนอยู่ประมาณตีสอง ได้ยินเสียงคุยภาษามลายูกัน เห็นคนแต่งชุดดำ ถือปืนเดินอยู่เต็ม นึกในใจฉิบหายตายห่าโจรบุก ถือปืนเตรียมไว้ถ้ามีเรื่องยิงแน่ กูอยู่ชั้นบนยิงก่อนได้หลายศพแน่ ก็นั่งอยู่จนหลับไป ตื่นเช้ามาก็ไม่มีอะไร เดินมาบ้าน อส.ใกล้โรงพัก ก็เห็นไอ้ชุดเมื่อคืนนั่งอยู่ในบ้านเต็มเลย ผู้กำกับเพียรก็นั่งอยู่ด้วย ก็เข้าใจแล้ว รู้แล้วว่านี่คือทีมงาน”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกใหม่ที่หมวดหนุ่มมีต่อมือปราบหมดสภาพที่เขาเคยปรามาสในใจ

ยิ่งกว่านั้นการร่วมงานครั้งแรกในการไล่ล่าคนร้ายผู้ก่อความไม่สงบ เมื่อหมวดหนุ่มวิ่งนำหน้าถีบประตูเข้าไปในบ้านคนร้าย สิ่งที่เขาเห็นคือคนร้าย 2 คนหยิบปืนกำลังจะหันมาทางเขา จังหวะนั้น จ่าเพียรวิ่งขึ้นมาทางหลังบ้าน เมื่อเห็นอันตรายกำลังจะเกิดขึ้น ปืนในมือจ่าเพียรก็ดังขึ้นสองนัด ปลิดชีพคนร้ายทั้งสองเพื่อปกป้องชีวิตลูกน้อง

“วันนั้นพวกเราที่วิ่งนำหน้ายิงสู้กับโจรกันยกใหญ่ นายอยู่ข้างหลัง แกไม่ได้ยิงเลยสักนัด พอเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว แกคงเห็นพวกเราเครียด ก็เลยเข้ามานั่งคุยกัน แกได้ทีเกทับพวกเราเลยว่าพวกมึงยิงกันหลายนัด เห็นมั้ยกูยิงแค่สองนัดได้สองศพ แกอำพวกเราเลย ทุกคนหัวเราะกัน เป็นการใช้จิตวิทยาของแกที่ทำให้เรื่องเครียดที่เพิ่งผ่านมาได้ผ่อนคลาย เป็นการให้กำลังใจลูกน้อง แกถึงได้ใจลูกน้อง เวลาแกนำทีมออกทำงาน แม้แต่จราจรที่เป่านกหวีดอยู่หน้าโรงพัก ก็ยังคว้าปืนยาววิ่งไล่ตามขอขึ้นรถไปด้วย เพราะเชื่อมั่นว่าไปกับนายแล้วไม่เป็นไรแน่ แกซื้อใจลูกน้องได้”

ผ่านเหตุการณ์ปะทะครั้งแรกไปได้เพียง 18 วัน หมวดธามก็ได้ออกงานกับจ่าเพียร นายของเขาอีกครั้ง

“แกมาปลุกผม บอกว่ามึงไปดักโจรหน่อย ผมก็ไปรอทั้งคืนจนถึง 6 โมงเช้า มีเสียงปืนดัง ผมเห็นโจรวิ่งมาทางที่ผมซุ่มอยู่ ผมสั่งให้หยุด มันก็ร้องลั่น ชักปืนมายิงใส่ผม 2 นัด ผมก็ยิงสวนไป แม้จะผ่านการปะทะมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมยิงคนตายต่อหน้าต่อตาก็กลัว กลัวติดคุก กลัวนายว่า ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักแกดี ยังไม่รู้ใจแก ยิงโจรตายกลัวแกต่อว่า กลัวติดคุกเพราะยิงคนตาย พอวิทยุไปบอก แกตกใจมากรีบวิ่งมาดู ถามว่าหมวดธามเป็นอะไรบ้าง ผมก็บอกว่าผมกลัวครับ แกก็ตบบ่าให้กำลังใจ”

แม้จะเคยร่วมงานเสี่ยงชีวิตมาด้วยกัน แต่ก็ใช่ว่านายจะเรียกให้หมวดธามทำทุกงาน แต่เป็นตัวหมวดหนุ่มเองที่คอยสังเกตสังกา ดูความเคลื่อนไหวของนาย

“เวลาออกทำงานด้วยกันแกก็ไม่สั่ง ถึงที่หมายก็เข้าลุยเลย แกก็วิ่งเข้าไปด้วย คนที่สั่งคือผม เพราะผมเสียงดัง แกบอกว่าที่แกไม่สอนเพราะแกเองก็ไม่เคยเรียน ไม่เคยผ่านหลักสูตรการรบที่ไหน แต่แกทำได้ ทำเป็นเพราะมีประสบการณ์ และทำให้เห็นจากประสบการณ์จริง ครั้งหนึ่งล้อมบ้านโจรอยู่ วันนั้นมีตำรวจจากภูธรจังหวัดที่ไปช่วยงานเราขึ้นค้นบ้านแล้วถูกยิงสวนบาดเจ็บ เราช่วยคนออกมาแล้วแต่ปืนยังตกอยู่ในบ้าน บอกให้ออกมามันก็ไม่ยอมออก จะให้บุกเข้าไปแกก็กลัวลูกน้องตาย เลยสั่งให้รถหุ้มเกราะวิ่งเข้าใส่พังบ้านเพื่อจับโจร ต่อมาก็ต้องไปซ่อมบ้านให้เขา เพราะไม่ใช่บ้านโจร มันเข้าบ้านคนอื่น”

ในวันเกิดเหตุที่พรากชีวิตจ่าเพียร หมวดหนุ่มเล่าว่า เขาอยู่ที่ฐานปฏิบัติการจุดตรวจในพื้นที่ต.บาเจาะ ไม่ได้อยู่โรงพัก เมื่อวิทยุแจ้งว่า นังตา 1 ถูก ว.19 หมวดหนุ่มสั่งลูกน้องขึ้นรถ เพื่อไปช่วยนายของเขายังจุดเกิดเหตุทันที ระยะทางจากฐานไปจุดเกิดเหตุ ปกติใช้เวลาขับรถประมาณ 40 นาที แต่ช่วงเวลานั้นหมวดธามใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาที ด้วยความเป็นห่วงนายเพราะรู้ว่าไปกันเพียง 3 คน เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมา เขาทบทวนกลับไปแล้วคิดได้ว่า หากมีการดักซุ่มคงตายแน่ ช่วยนายก็ไม่ได้

“จริงๆ วันนั้นมีผู้เสียชีวิตหลายศพ (หัวเราะ) ระยะทางที่ปกติต้องใช้เวลา 40 นาที แต่ผมขับไม่ถึง 20 นาที พวกแพะที่นอนขวางถนนผมชนเสียหลายศพ ถนนมันลื่น ผมเลี้ยวแล้วเสียหลักรถตกถนนบริเวณทางเข้าน้ำตกสุธาลัย ใกล้ๆ กันมีฐานทหาร ผมเรียกให้มาช่วยมันก็ไม่มา คงคิดว่าตำรวจเมาขับรถตกถนน เราต้องเปลี่ยนรถอีกคันพานายส่งโรงพยาบาล”

เมื่อถามถึงความรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับจ่าเพียร คิดบ้างไหมว่าสักวันหนึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับเรา หมวดหนุ่มตอบทันทีว่า คิด อยู่ในพื้นที่นั้นมันต้องคิด แค่ก้าวขาออกจากบ้านก็ต้องคิดแล้ว อยู่ในพื้นที่นั้นจะลืมคิดไม่ได้

“ถ้าตายเหมือนนายผมขอตายดีกว่า มันน่าภูมิใจ เคยพูดกับลูกน้องว่า ถ้ากูถูกรถชนตาย มึงเอาศพกูเข้าป่าแล้วยิงให้พรุนเลยนะ (หัวเราะ)”

แม้จะไม่ประมาท แต่เขาก็ยังมีห่วงมารดาอายุ 70 ปี ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ

“ผมเขียนติดไว้ที่ฝาบ้านพัก ถ้าผมเป็นอะไรไปอย่าบอกแม่ผม เพราะแม่เป็นโรคหัวใจ ถ้าบอกปั๊บแม่ผมตายทันทีเลย”

บันนังสตาจะเป็นอย่างไรเมื่อไม่มีจ่าเพียร? วงสนทนาตั้งคำถาม

“ขึ้นอยู่กับว่าเรากับขบวนการใครจะลงมือก่อน ถ้าเราทำก่อนจับได้ก่อนหรือมามอบตัว มวลชนก็จะกลับมาเชื่อถือ แต่ถ้าเขาลงมือก่อน ฝ่ายเราถูกกระทำอีก มวลชนก็จะกลับไปหาพวกเขา ฝ่ายโน้นไม่ได้เก่ง ผู้กำกับแกโชคร้ายเท่านั้นเพราะถูกลอบกัด”

เหนื่อยมั้ยอยู่มาหลายปี

“โอ๊ย โคตรๆ อยากย้าย แต่สองจิตสองใจ อยู่ด้วยกันมันมีความผูกพัน แม้อยากไปอยู่ที่ดีๆ แต่ลูกน้องถามว่า นายย้ายแล้วผมจะอยู่อย่างไร ตอบไม่ถูก ผมอึ้ง”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69