
ยิงเสธ.แดง
ในเย็นวันที่ 13 พ.ค. พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิงขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณหน้าลิฟต์คนพิการสถานี MRT สีลม โดยถูกยิงที่ศีรษะจากกระสุนความเร็วสูง มีความเป็นไปได้สูงว่ายิงมาจากอาคารสูงฝั่งตรงข้ามที่อยู่บนถนนพระรามที่ 4 ถนนสีลม หรือโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ โดยที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้มีคำสั่งให้จัดกำลังควบคุมพื้นที่สูงข่มรอบจุดวางกำลังและรอบพื้นที่ชุมนุม และอนุญาตให้ใช้พลแม่นปืนและพลซุ่มยิงประจำอยู่ตามตึกต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ในเย็นวันที่ 13 พ.ค. พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิงขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณหน้าลิฟต์คนพิการสถานี MRT สีลม โดยถูกยิงที่ศีรษะจากกระสุนความเร็วสูง มีความเป็นไปได้สูงว่ายิงมาจากอาคารสูงฝั่งตรงข้ามที่อยู่บนถนนพระรามที่ 4 ถนนสีลม หรือโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ โดยที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้มีคำสั่งให้จัดกำลังควบคุมพื้นที่สูงข่มรอบจุดวางกำลังและรอบพื้นที่ชุมนุม และอนุญาตให้ใช้พลแม่นปืนและพลซุ่มยิงประจำอยู่ตามตึกต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
มีข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญว่า การทำให้ พล.ต.ขัตติยะ เสียชีวิต อาจมีความสัมพันธ์กับปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมโดย ศอฉ.
พบว่าทันทีที่ พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิง มีคนชุดดำยิง ปลย.จากบริเวณลานพระรูป ร.6 ไปยังอาคารโรงพยาบาลจุฬาฯ และอาคารโรงแรมดุสิตธานี
จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ใช้กระสุนความเร็วสูงและเป็นการยิงระยะไกล แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นกระสุนชนิดใด โดยอาจเกิดจากกระสุน 5.56 มม. Nato หรือ 7.62 มม. Soviet หรือ Nato แต่หากยิงในระยะใกล้กว่า 200 เมตร ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น 5.7x28 มม. ปืน P90
ผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าทิศทางการยิงมาจากอาคารสูงทางด้านทิศตะวันตกของจุดที่ พล.ต.ขัตติยะ ยืนอยู่ เช่น อาคารสีลมพลาซ่า อาคาร CrownPlaza อาคารซิลลิค และอาคาร ภปร. โรงพยาบาลจุฬาฯ







