posttoday
กรมฯเร่งระบายผ่านเจ้าพระยากทม.ผวาน้ำทุ่งบ่าเข้ากรุง

กรมฯเร่งระบายผ่านเจ้าพระยากทม.ผวาน้ำทุ่งบ่าเข้ากรุง

15 กันยายน 2555

กรมชลประทานยังยืนยันที่จะใช้วิธีเร่งดึงน้ำจากทางตอนบนให้ไหลผ่าน

กรมชลประทานยังยืนยันที่จะใช้วิธีเร่งดึงน้ำจากทางตอนบนให้ไหลผ่าน

เขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,800–2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้มีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา เริ่มทรงตัวและจะลดลงในระยะต่อๆ ไป หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้ แต่ยังคงต้องเฝ้าติดตามสภาวะฝนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักและหนักมากในช่วงวันที่ 1418 ก.ย.นี้ อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำดูเหมือนจะยังไม่น่าวางใจ เพราะเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา กรมชลประทานประกาศเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้เตรียมรับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร จากการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นของเขื่อนเจ้าพระยา อีกทั้งมวลน้ำจากภาคเหนือจะไหลลงมาถึงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างในเวลาอีกไม่เกิน 10 วันนับจากนี้

สถานการณ์น้ำในอีกไม่กี่วันข้างหน้าทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องออกมาเบรกแนวคิดที่จะระบายน้ำผ่านพื้นที่ กทม.

กรมฯเร่งระบายผ่านเจ้าพระยากทม.ผวาน้ำทุ่งบ่าเข้ากรุง

 

“ระบบของ กทม. สำหรับรองรับปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักหรือน้ำล้นตลิ่ง แต่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับน้ำทุ่ง อย่าใช้ กทม.เป็นฟลัดเวย์ก็แล้วกัน” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ขณะที่ รอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ก็ยืนยันว่าจะต้องเลี่ยงระบายน้ำผ่าน กทม.

“จะต้องระบายผ่านเจ้าพระยา แต่จะหารือว่าจะอ้อมไปทางคลองระพีพัฒน์ทางตะวันออก หรือแบ่งระบายไปลงทางแม่น้ำท่าจีนได้อย่างไร ซึ่งจะต้องทำไม่ให้ล้นตลิ่งด้วย”

ด้าน เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้อยู่ในวิสัยที่จะควบคุมได้ โดยมีการพร่องน้ำในคลองสายหลักและแม่น้ำอยู่เรื่อยๆ เพื่อรองรับมรสุม แม่น้ำเจ้าพระยายังสามารถรับน้ำได้อีก กรมชลประทานจึงวางแผนเร่งระบายออกยังแม่น้ำเจ้าพระยาให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเส้นทางตรง ระบายออกอ่าวไทยได้เร็วที่สุด โดยมีผลกระทบเล็กน้อยกับพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือชุมชนริมแม่น้ำเท่านั้น หากปล่อยให้ไปทางแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำบางปะกงก็ช้า และอาจเสี่ยงมากขึ้นหากมีมรสุมเข้ามาอีก

“การแจ้งเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่การแจ้งเตือนว่าภัยพิบัติจะมา แต่เป็นการบอกชาวบ้านริมฝั่งน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งท่วมเป็นประจำทุกปีอยู่แล้วให้รีบเก็บของขึ้นที่สูง”

ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้ขอให้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำลดลง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ แต่ล่าสุดวันที่ 14 ก.ย. ทั้งสองเขื่อนยังคงระบายน้ำออกมา เนื่องจากมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งสองเขื่อนปริมาณมาก

ด้าน นัทธี บ่อสุวรรณ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จะมีการปล่อยน้ำจากแม่น้ำน้อยเข้าทุ่งนาในฝั่งตะวันตกของ อ.ผักไห่ ประมาณ 100 ลบ.ม./วินาที หรือวันละประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนติดแม่น้ำน้อยที่มีภาวะน้ำท่วมสูง ซึ่งจะไม่กระทบต่อที่นา เพราะเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปหมดแล้ว ส่วนทุ่งบางบาลนั้นกำลังรอดูท่าทีว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จากภาคเหนือจะไหลมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เมื่อใด

ด้านสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) รายงานสถานการณ์น้ำวันที่ 14 ก.ย. ว่า ภาคเหนือยังมีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากจากดอยตุงเข้าท่วม ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระดับน้ำท่วมผิวจราจรประมาณ 30-50 เซนติเมตร และน้ำจากลำห้วยแม่จางไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน ในพื้นที่ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ส่วนพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก น้ำล้นตลิ่ง 0.26 เมตร อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำล้นตลิ่ง 1.04 เมตร และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

กรมฯเร่งระบายผ่านเจ้าพระยากทม.ผวาน้ำทุ่งบ่าเข้ากรุง

 

ด้านศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุโขทัย และพิจิตร สามารถควบคุมได้แล้ว ขณะที่ระดับนํ้าในแม่นํ้ายมในเขต จ.พิษณุโลก ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทําให้พื้นที่น้ำท่วมขยายวงกว้างมากขึ้น

ด้าน จ.นครสวรรค์ ยังคงมีนํ้าท่วมจากนํ้าป่าไหลหลากในพื้นที่ 4 อําเภอ ได้แก่ อ.ลาดยาว แม่วงก์ โกรกพระ และ อ.เมืองนครสวรรค์ สถานการณ์แม่นํ้าปิง แม่นํ้าแม่วงก์มีแนวโน้มลดลง ส่วนแม่นํ้าน่าน แม่นํ้าเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ แนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ คาดว่าสถานการณ์น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3-4 วัน

ขณะที่พื้นที่ภาคกลาง จ.ชัยนาท ยังคงมีนํ้าท่วมจากนํ้าไหลล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มตํ่านอกเขตพื้นที่ชลประทานใน ต.วังหมัน อ.วัดสิงห์ ระดับน้ำเฉลี่ย 0.70 เมตร แต่แนวโน้มลดลง

ด้าน จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งจากแม่นํ้าเจ้าพระยา แม่นํ้าน้อย คลองโผงเผง ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.พระนครศรีอยุธยา ผักไห่ บางบาล เสนา บางไทร และบางปะอิน

ขณะเดียวกัน ร.ต.ทวีศักดิ์ อินกว่าง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้ลงเรือสำรวจสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจสอบระดับน้ำหลังจากที่เอ่อท่วมชุมชนริมน้ำ

นายก อบต.กระแชง กล่าวว่า ได้จัดชุดป้องกันภัยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขับเรือตรวจสอบสภาพการขึ้นลงของกระแสน้ำในลำน้ำเจ้าพระยา เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ โดยขณะนี้น้ำจากทางเหนือยังลงมาไม่ถึง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มมีระดับน้ำสูงขึ้น แต่ยังไม่ท่วมขังนาน ระดับน้ำจะขึ้นลงทุกวัน คาดว่าประมาณปลายเดือนนี้น้ำเหนือคงลงมาถึง และระดับน้ำคงสูงขึ้นมากกว่านี้ และถ้ามีฝนตกลงมาและน้ำทะเลหนุนในช่วงเดียวกัน ชาวบ้านในย่านนี้ก็คงได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน จึงต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าก่อน

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69