
แห่โทรแจ้งปปท.สอบทุจริตน้ำดุษฎีลุยนครปฐมพิรุธ83ล้าน
เลขาธิการ ป.ป.ท. เผย ประชาชนแห่โทรแจ้งข้อมูลการทุจริตมายังสายด่วน ป.ป.ท. กว่า 7,000 เรื่อง
เลขาธิการ ป.ป.ท. เผย ประชาชนแห่โทรแจ้งข้อมูลการทุจริตมายังสายด่วน ป.ป.ท. กว่า 7,000 เรื่อง
โดยร้องเรียนการทุจริตงบฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด รองลงมาทุจริตจำนำข้าว และสุดท้ายคือเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจ สอบทุจริตการใช้จ่ายงบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐานประจำปี 2555 ที่ จ.นครปฐม โดยพบพิรุธการใช้งบประมาณ 83 ล้านบาท
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า จากการตรวจสอบการซ่อมแซมถนนและสะพานไม้หลายแห่งขององค์การ บริหารส่วนตำบล (อบต.) ใน อ.บางเลน จ.นครปฐม พบพิรุธส่อการทุจริตหลายโครงการ อาทิ การซ่อมสะพาน พบว่าไม่มีการรื้อสะพานเก่า แต่ได้นำไม้เพียงไม่กี่แผ่นมาปะซ่อมแซมด้านล่าง และบริเวณราวสะพานไม่มีการซ่อมแซม
สำหรับการซ่อมถนนนั้น พบว่ามีการเบิกเงินงบประมาณไปครบแล้ว แต่ถนนยังมีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดเส้นทาง โดย อบต.อ้างว่าอยู่ระหว่างการซ่อมแซม
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากชาวบ้านข้องใจการใช้งบประมาณของรัฐในการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานจากน้ำท่วม ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบพบข้อพิรุธการใช้งบประมาณไม่ถูกต้องตามทีโออาร์ ซึ่ง ป.ป.ท.จะตรวจสอบเอกสารเพื่อดูว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง
ด้านนายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงเรื่องที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ คณะกรรมาธิการติดตามบริหารการใช้งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นำคลิปเสียงตัวเองมาอ้างว่ามีการเรียกแบ่งผลประโยชน์โครงการน้ำท่วมถึง 35% นั้น ว่าเป็นการอ้างโดยไม่นำความจริงทั้งหมดมาพูด
“การอัดเทปเสียงสามารถอัดได้ แต่ทำไมถึงไม่เปิดเสียงของผมตั้งแต่ต้นจนจบ แบบนี้เท่ากับว่าเปิดเผยความจริงเพียงครึ่งเดียว เรื่องนี้เป็นการเล่นการเมืองมากเกินไป และถ้าจะเล่นการเมืองกัน ก็ไม่ควรเอาบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้อง” นายประชา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเคยมีข่าวการแอบอ้างสายสัมพันธ์กับผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล โดยอ้างว่าสามารถผลักดันแผนงานโครงการช่วยเหลือฟื้นฟูได้จริง ซึ่งกระทรวงโดย รมว.มหาดไทย ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศถึง 3 ครั้ง โดยหนังสือยังได้ระบุว่า หากปรากฏความผิดและข้อร้องเรียนทุจริตจะถือเป็นความผิดของผู้ว่าราชการจังหวัด







