
สงบศึกเจรจาป่วนใต้บิ๊กเซอร์ไพรส์ ที่ต้องทำให้ต่อเนื่อง
การเข้าแสดงตัวของกลุ่มผู้ต้องหาก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้เกือบ 100 คน นำโดย แวอาลีคอปเตอร์ วาจิ
โดย...อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
การเข้าแสดงตัวของกลุ่มผู้ต้องหาก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้เกือบ 100 คน นำโดย แวอาลีคอปเตอร์ วาจิ แกนนำปล้นปืนค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่มีรางวัลนำจับสูงถึง 1 ล้านบาท แม้จะเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) นำเสนอว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพชายแดนใต้ แต่ก็มีคำถาม ข้อสงสัย เบื้องหลังตามมามากมาย
ในเรื่องของผู้ที่เข้ามาแสดงตัวนั้นเป็นตัวจริงหรือไม่นั้น ไม่ต้องสงสัย นอกจากแวอาลีคอปเตอร์ที่เป็นตัวการใหญ่ พวกที่เหลือก็ล้วนมีหมายจับคดีอาญาและหมายควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยกันทั้งนั้น
ข้อสงสัยเรื่องตัวจริง มาจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2551 ซึ่งมีการแพร่ภาพเทปบันทึกภาพผู้อ้างตัวเป็น “กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย” ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ อ่านแถลงการยุติความรุนแรง ซึ่งต่อมาความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกต่อเนื่อง ก็พิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นแค่การย้อมแมว
แต่ครั้งนี้สิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ดำเนินการนั้นกลับแตกต่าง เพราะมีการนำผู้ต้องหาตัวจริงและตัวเป็นๆ มาให้เห็นกันชัดๆ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ทหารมีการติดต่อกับขบวนการเหล่านี้มาโดยตลอด และอาจมีการควบคุมตัวเอาไว้ก่อนแล้วเพื่อความปลอดภัย การซักถามข้อมูลของขบวนการ และเลี่ยงต่อการนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม
แต่คำถามที่ตามมาอีกข้อ คือ เมื่อเป็นผู้ต้องหามีหมายจับ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะมาตรา 21 พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ไม่ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดที่กลับใจเข้ามอบตัว
ประเด็นนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่สุด เพราะทำให้เกิดข้อสงสัยอื่นๆ ตามมาอีกหลายข้อ เช่น ในเมื่อกระบวนการรองรับการมอบตัวยังไม่ได้ข้อสรุป เหตุใดแม่ทัพภาคที่ 4 จึงดำเนินการออกมาในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงของการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี โดยก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่าอาจมีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4
รวมทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่า โดยเนื้อแท้แล้วการทำงานแก้ปัญหาภาคใต้ของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กอ.รมน. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และฝ่ายตำรวจ ยังไม่เป็นเอกภาพ
แม้การพูดคุยเพื่อสันติภาพจะเป็นนโยบายสำคัญอันหนึ่งในนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 25552557 ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่กระบวนการดำเนินการนั้นยังไม่ชัดเจน ไม่มีการกำหนดเจ้าภาพที่ชัดเจน ว่าหน่วยใดจะเป็นเจ้าภาพหลัก ในขณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ต่างคนต่างทำ
ก่อนหน้านี้ พรรคประชาธิปัตย์เคยออกมาให้ข้อมูลเรื่องที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ไปพบกับแกนนำขบวนการพูโล และดำเนินกระบวนการพูดคุยกับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ ขณะที่ฝ่ายทหารเองนั้นนิ่งเงียบต่อกรณีนี้
แต่สิ่งที่ปรากฏในการหารือสันติภาพที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันก่อน ความโดดเด่นกลับฉายไปที่ตัวแม่ทัพภาคที่ 4 โดยไม่มีเงาของ ศอ.บต.และฝ่ายตำรวจ
แน่นอนว่า ผู้ที่แม่ทัพภาคที่ 4 นำมาในครั้งนี้ เป็นตัวจริงและตัวเป็นๆ ขณะที่การพุดคุยกับขบวนการก่อความไม่สงบของฝ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะ ศอ.บต.นั้น ยังไม่รู้ชัดด้วยซ้ำว่าเป็นใคร และเป็นตัวจริงหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนสะท้อนให้เห็นว่าเป็นความพยายามและผลงานของฝ่ายทหาร ภายใต้การบังคับบัญชาของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4
แต่ถึงอย่างไร กระบวนการที่เกิดขึ้นก็ยังไปไม่ถึงที่สุด เพราะยังไม่มีฝ่ายใดบอกได้ด้วยซ้ำไปว่า จะดำเนินการกับผู้ต้องหาเหล่านี้อย่างไร
รองนายกรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประกาศชัดแล้วว่า หากเป็นผู้ต้องหาคดีอาญานั้นจะยอมไม่ได้
ขณะที่ตัวแม่ทัพภาคที่ 4 นั้นตั้งความหวังออกไปยาวไกลว่า หากการหารือซึ่งหมายถึงการต่อรองตามเงื่อนไขของกันและกันประสบความสำเร็จ จะเป็นความหวังของสันติภาพและความสงบสุข
กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพนั้น ถือเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง ในฐานะประตูหรือช่องทางใหม่ที่จะนำไปสู่การยุติความรุนแรง ซึ่งผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปี และเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์แก้ปัญหาภาคใต้ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้กำหนดไว้ เพียงแต่ยังไม่มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติออกมาเพื่อรองรับยุทธศาสตร์นี้
กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ จะดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยลำพังไม่ได้ แต่ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กันเป็นกระบวนการ
กองทัพในฐานะผู้รักษาความสงบเรียบร้อย อาจต้องจับคู่พูดคุยกับขบวนการก่อความไม่สงบ ในฐานะคู่ขัดแย้ง ขณะเดียวกันก็จะต้องดำเนินการมาตรการตามมาตรา 21 พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ร่วมกับฝ่ายตำรวจ
ด้าน ศอ.บต.เองก็จะต้องใช้กระบวนการพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ จึงจะทำให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
บิ๊กเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องรอดูการดำเนินการพุดคุยหารือกับกลุ่มก่อความไม่สงบในขั้นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ปรากฏผลให้เห็นชัดในเร็ววัน ความภาคภูมิใจของใครหลายคนในกองทัพ ณ ขณะนี้ คงต้องใช้เวลาพิสูจน์ผลกันอีกพักใหญ่ ซึ่งต้องใช้ความตั้งใจและความพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เสมือนการทำแผนการตลาด ที่ต้องจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง
มิฉะนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับวิธีการนำแกนนำตัวปลอมมาบันทึกเทปแถลงการออกอากาศ ซึ่งรังแต่จะทำให้ความน่าเชื่อถือศรัทธาต่อการแก้ปัญหาของภาครัฐทั้งระบบล้มเหลวไม่เป็นท่าไปด้วย







