
แพทย์ชี้ไฟใต้กระทบระบบบริการสาธารณสุข
เวทีวิชาการสาธารณสุขชี้สถานการณ์ไฟใต้ส่งผลกระทบต่อระบบการบริการสาธารณสุข แพทย์ระบุผู้ก่อการมอบตัวเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
เวทีวิชาการสาธารณสุขชี้สถานการณ์ไฟใต้ส่งผลกระทบต่อระบบการบริการสาธารณสุข แพทย์ระบุผู้ก่อการมอบตัวเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
พ.อ.(พิเศษ) นพ.คเชนทร์ ปิ่นสุวรรณ ผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยในเวทีเสวนาเรื่องการจัดการภัยพิบัติไฟใต้ : ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ในงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2555 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า การเข้ามอบตัวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกับทางการเกือบ100คนถือเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ในการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ปัญหาของสถานการณ์ความไม่สงบส่งผลกระทบต่อระบบการบริการสาธารณสุขมาก รวมถึงการที่คนไข้เข้ามาในโรงพยาบาลจำนวนมากอาจมีระเบิดหรืออาวุธเข้ามาในโรงพยาบาลก็ได้
"ความไม่ปลอดภัยส่งผลต่อการส่งต่อผู้ป่วย ทั้งการเจอเรือใบ ระเบิด รวมถึงอาจมีปัญหาการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมว่าทหารและชาวบ้านที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันเจ้าหน้าที่รักษาใครก่อน แม้แพทย์จะยึดความเสมอภาคก็ตาม"พ.อ.(พิเศษ) นพ.คเชนทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีความไม่ปลอดภัยในการเข้าช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุเพราะผู้ก่อการไม่สนใจว่ารถพยาบาลจะมีกากบาทหรือไม่ เพราะเป็นสงครามกลางเมือง คนเหล่านี้ไม่รู้กฎ ขณะที่หมอหรือเจ้าหน้าที่พยาบาลต้องเป็นกลาง ซึ่งในความเป็นจริงนั้นทำยากมาก
"ในทางปฏิบัติเราต้องเคารพสิทธิมนุษยชน มองคนเสนอกัน มีจริยธรรมทางการแพทย์ ไม่ใช่ถามคนไข้เป็นอะไรมาแล้วสั่งยา ต้องมองคนไข้เป็นคนด้วย เคยได้ยินหมอถามมั๊ยครับว่า วันนี้เดินทางมายังงัย" พ.อ.(พิเศษ)นพ.คเชนทร์ กล่าว
นพ.พีระพงษ์ ภาวสุทธิไพศิฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ยะลา กล่าวว่า เดิมเป็นหมออยู่นราธิวาส ย้ายมาอยู่ยะลาได้ 9 เดือน ก็เจอรับน้องเลยเพราะรถพยาบลถูกวางระเบิดที่ถนนรวมมิตร ซึ่งคนในพื้นที่รู้สึกว่าอยู่ในสงครามเป็นระยะ
"ก่อนปี 2547 โจรอยู่ในป่า หลังปี 2547 โจรอยู่ในเมือง แต่ก่อนขับมอเตอร์ไซค์มาจ่อยิง แต่เดี๋ยวนี้มีระเบิด มีมอเตอร์ไซค์บอมบ์ คาร์บอมบ์ และลูกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆผมเป็นคนผ่าตัดผู้ป่วยที่ถูกยิงเยอะมากคนหนึ่งในประเทศ ซึ่งคนที่ไม่กล้าก็ย้ายออกไปเรื่อยๆ" นพ.พีระพงษ์ กล่าว
นพ.พีระพงษ์ กล่าวว่า สงครามครั้งนี้เป็นสงครามแย่งชิงประชาชน ใครแย่งแย่งได้ก็ชนะ แต่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ โรงพยาบาลศูนย์ยะลามีขนาด 500 เตียง ไอซียู 36 เตียง มีการบรรเทาเหตุการณ์ มีการเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ เพื่อให้ช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
"สองสามเดือนนี้ศอ.บต.มาเยียวยา เราไม่ได้มองจำนวนเงิน แต่พูดถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต 5,206 ราย บาดเจ็บ 9,137 ราย ทำให้มีผู้ต้องได้รับการเยียวยาจำนวนมาก"นพ.พีระพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการเข้าช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุจะมีอาสาสมัครเป็นหลัก ซึ่งต้องผ่านการฝึกอบรมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งการเข้าไปรับผู้บาดเจ็บต้องไปที่จุดเซฟโซน แต่เหตุที่เกิดขึ้นไม่รู้เซฟโซนอยู่ตรงไหนเรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงจะต้องไปปรับ เพราะที่ผ่านมาอาสาสมัครเคยเสียชีวิตจากการเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
"และเวลาเกิดเหตุต้องจัดการข้อมูลให้ดี เพราะต้องรายงานเหตุให้คนจำนวนมากว่าเจ็บกี่คนตายกี่คนเด็กกี่คนตามขั้นตอนตั้งแต่สสจ.ไปจนถึงรัฐมนตรี รวมถึงต้องแจ้งญาติ และสื่อมวลชนอีก"นพ.พีระพงษ์ กล่าว
นพ.พีระพงษ์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จะมีต่อเนื่อง แต่บุคลากรของสาธารณสุขสามารถเข้าพื้นที่เสี่ยงได้เกือบทุกพื้นที่ แสดงว่าคนของสาธารณสุขไม่ใช่เป้าหมายของผู้ก่อการ







