
ผิดเป็นครู
ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจจากภายในประเทศ ด้วยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ที่รัฐบาลพยายามนำมาใช้ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบจากการหดตัวของการส่งออก อันเป็นเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป และการยังไม่ฟื้นตัวดีของเศรษฐกิจอเมริกา ทำให้รัฐบาลใช้ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เข้าดำเนินการ
ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจจากภายในประเทศ ด้วยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ที่รัฐบาลพยายามนำมาใช้ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบจากการหดตัวของการส่งออก อันเป็นเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป และการยังไม่ฟื้นตัวดีของเศรษฐกิจอเมริกา ทำให้รัฐบาลใช้ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เข้าดำเนินการ
สิ่งที่รัฐบาลทำ ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้ การให้บัตรเครดิตเกษตรกร โครงการคืนภาษีสรรพสามิตซื้อรถยนต์คันแรก ทางหนึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการซื้อในประเทศ แต่อีกทางหนึ่งเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การขยายตัวของสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล รถยนต์ และบ้าน สินเชื่อเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยรวมขยายตัว 29% โดยเฉพาะสินเชื่ออื่นๆ โตถึง 35% ซึ่งมักไม่มีวัตถุประสงค์การกู้ที่ชัดเจน คาดว่าเป็นสินเชื่อธนวัฏของธนาคารกรุงไทยให้กู้กับข้าราชการแล้วหักเงินเดือน ซึ่งเป็นการดึงเงินกู้นอกระบบเข้ามาในระบบ ตามโจทย์ของรัฐบาล ส่วนสินเชื่อบุคคลโต 31% สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (ลีสซิง) โต 24% และสินเชื่อบ้านขยายตัว 10%
ธปท.พบว่า ภาคครัวเรือนมีการก่อหนี้มากขึ้น จากเดิมมี สัดส่วนรายได้ต่อหนี้สินอยู่ที่ประมาณ 4 เท่า ปัจจุบันอยู่ที่ 2 เท่า เท่านั้น และสินเชื่อที่เคยผิดนัดชำระ 1-2 เดือน ขณะนี้ก็เริ่มผิดนัดเกิน 3 เดือนแล้ว สินเชื่อเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
ตัวเลขที่น่าเป็นห่วงนี้ มีการติงรัฐบาลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ธปท. และหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจอื่นๆ ให้ระวังการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ที่จะไปสร้างปัญหาให้กับภาคครัวเรือนในอนาคต
เสียงท้วงติงเริ่มมีผลต่อรัฐบาล เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังถอยนโยบายการพักหนี้ดีของธนาคารรัฐออกไป หากลูกหนี้ไม่สนใจจะพักหนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายค้านจับเป็นเรื่องการเมืองมาโจมตีนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลได้
สำหรับลูกหนี้ที่ขอเข้าโครงการ ก็ให้ดำเนินการต่อไป แต่ลูกหนี้ที่ไม่ยินดีจะเข้าโครงการก็ไม่ต้องไปพักหนี้โดยอัตโนมัติให้ เนื่องจากการไปบังคับธนาคารรัฐให้ลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ทุกรายโดยอัตโนมัติ อาจจะส่งผลต่อการดำเนินงานของธนาคารรัฐ ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยลดลง อันจะส่งผลต่อรายได้นำส่งกระทรวงการคลังในที่สุด
การสั่งถอยนโยบายที่ไม่สมควรทำและไปสร้างประเพณี การเป็นหนี้ไม่ต้องจ่ายให้กับลูกหนี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลตัดสินใจถูกแล้ว ไม่ควรจะตะแบงดำเนินนโยบายที่ไม่สมควรต่อไป นโยบายใดไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วง รัฐบาลก็ควรจะทบทวนเอง โดยไม่ต้องกลัวจะถูกโจมตีทางการเมือง
หากทำผิดแล้วแก้ไขจะได้รับดอกไม้มากกว่าก้อนอิฐ







