
เตรียมใจ
หากถามว่ามาตรการของธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว สามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้ยุโรปได้มากน้อยเพียงใด คงบอกได้คร่าวๆ ว่า ช่วยได้แน่ แต่อาจไม่มาก
หากถามว่ามาตรการของธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว สามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้ยุโรปได้มากน้อยเพียงใด คงบอกได้คร่าวๆ ว่า ช่วยได้แน่ แต่อาจไม่มาก
หากเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ คนไข้ป่วยหนักมากแล้ว แต่หมอไม่มียาปฏิชีวนะไปช่วยจัดการกับเชื้อโรคให้หายขาด ทำได้เพียงแค่ให้ยาแก้ปวดและยารักษาไปตามอาการ พยายามพยุงไม่ให้คนไข้ทรุดหนักกว่าเดิมและไม่ให้โรคที่ว่านี้ติดต่อไปยังคนไข้ในวอร์ดเดียวกัน
ปัญหาหนี้ยุโรปต้องใช้เงินมหาศาลเข้าแก้ไข แต่ยุโรปไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น และฝ่ายที่มีอยู่เช่น เยอรมนี อีซีบีก็มีข้อจำกัดด้านกฎหมายที่รัดกุมไม่ให้นำเงินออกมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าง่ายๆ มาตรการของอีซีบีจึงอาจช่วยให้ดอกเบี้ยพันธบัตรลดลงได้ในช่วงสั้นๆ และให้ตลาดหุ้นได้มีข่าวดีบ้าง แต่คงไม่ยืนพื้นยาวนัก
จึงไม่น่าแปลกใจ หากคำว่าวิกฤตการณ์หนี้ยุโรปจะคงอยู่กับเราต่อไปอีกปีสองปีหรือมากกว่านั้น
ที่น่าติดใจก็คือ ดูเหมือนว่าคนยุโรปเองจะไม่มีศรัทธาในเรื่องนี้เลย ลองสังเกตดูจากโพลต่างๆ ส่วนใหญ่เชื่อว่ากลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศคงต้องแตกลงในไม่นานนี้ พวกเขามองเห็นอนาคตทางเศรษฐกิจที่แย่ลง ส่วนพวกที่มาจากกลุ่มยุโรปเหนือและสแกนดิเนเวียก็ไม่ค่อยอยากให้ประเทศตัวเองเอาเงินภาษีประชาชนไปช่วยประเทศอื่น
แม้ว่าอีซีบีจะเพิ่งออกมาตรการช่วยซื้อพันธบัตรในตลาดรองแบบไม่อั้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมโดยเฉพาะในประเทศเสี่ยงอย่างสเปนและอิตาลี แต่โพลสำรวจล่าสุดในสเปนนั้นกลับพบว่า คนกระทิงดุถึง 72% เชื่อว่าประเทศตัวเองคงไม่รอด ต้องขอเงินกู้จากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟในที่สุด ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจเมื่อเดือนก่อนถึง 10%
ขณะที่ชาวสเปนอีก 1 ใน 5 หรือราว 21% ก็เริ่มอยากให้ประเทศกลับไปใช้สกุลเงินเปเซตาแทนที่เงินยูโรกันมากขึ้น
เรียกได้ว่า ทั้งข่าวความเคลื่อนไหวและปัญหาเกี่ยวกับยูโรโซน จะยังอยู่ต่อไปอีกนาน จนทำใจกันล่วงหน้าได้เลยว่ายุโรปและเศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัวภายในปีนี้แน่ แถมยังมีแนวโน้มว่าอาจจะเลวร้ายลงด้วยจากกรณีของกรีซและว่าที่ลูกหนี้รายใหม่อย่างสเปน
หลายคนอาจมองว่ามีแต่ข่าวร้าย จนทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากอ่านข่าวไปด้วย แต่ลองมองอีกด้านหนึ่งมีข่าวร้ายเตือนล่วงหน้าแบบนี้ก็ยังดีกว่าช่วงแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส ปี 2008 ที่จู่ๆ ก็ระเบิดออกมา จนหลายฝ่ายตั้งรับกันไม่ถูก ทำเอาหลายฝ่ายออกมาด่านักวิเคราะห์กันเป็นแถวว่าไม่ยอมทำการบ้านหรือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี
วันนี้ ทั้งนักวิเคราะห์ ทั้งสื่อมวลชน พากันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว
ผู้อ่านก็ทำใจและเตรียมรับมือกันไว้ด้วยนะคะ







