posttoday
จุ๊กกรู จุ๊กกรู กู่อาเซียนพันล้าน

จุ๊กกรู จุ๊กกรู กู่อาเซียนพันล้าน

08 กันยายน 2555

ในอดีตกลุ่มที่นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเพื่อฟังเสียงขัน “จุ๊กกรู จุ๊กกรู ” เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แค่หยิบมือ แต่แล้วจู่ๆ

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ในอดีตกลุ่มที่นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเพื่อฟังเสียงขัน “จุ๊กกรู จุ๊กกรู ” เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แค่หยิบมือ แต่แล้วจู่ๆ กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ภาคใต้และมีแนวโน้มมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นระดับพันล้านหมื่นล้านบาท เนื่องจากนกเขาชวากลายเป็นธุรกิจที่เติมสุขให้กับผู้คนระดับอาเซียนไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงนกเขาชวาภาคใต้เร่งพัฒนาฟาร์มเลี้ยงนกเขาชวาเพื่อยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสู่ระดับสากลรองรับการส่งออกตลาดสู่กลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะ อ.จะนะ จ.สงขลา ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์นกเขาชวาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดทั้งในและต่างประเทศ

ดิเรก โดดะแซ หนึ่งในเจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงนกเขา “ตอเล๊ะ” ที่ใหญ่ที่สุด หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ บอกว่า ทันทีที่ก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ และเป็นโอกาสทองส่งออกนกเขาชวาจนสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศไทยมหาศาลต่อปี นอกเหนือจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งกรงนก อาหาร และอุปกรณ์การเลี้ยง ซึ่งสร้างรายได้ในระดับชุมชน ดังนั้นผู้ประกอบการฟาร์มนกเขาชวาทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่ขึ้นเป็นสมาชิกชมรมนกเขาชวาทั้งหมด 147 ราย ต้องเร่งพัฒนาฟาร์มเลี้ยงนกเขาชวาให้ได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าต่างประเทศ

จุ๊กกรู จุ๊กกรู กู่อาเซียนพันล้าน

 

การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงนกเขาชวาให้ได้มาตรฐานตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดทั้งระบบการจัดการฟาร์ม การเลี้ยง และการควบคุมโรคให้เหมือนกับฟาร์มการเลี้ยงสัตว์ปีกในระดับส่งออกทั่วไป เพื่อให้ได้ใบรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์และเป็นใบเบิกทางในการส่งออกนกเขาชวาไปยังตลาดต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้กรมปศุสัตว์กำลังประสานความร่วมมือทั้งสองประเทศเพื่อให้สามารถกลับมานำเข้าส่งออกนกเขาชวาอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้งในต้นปีหน้า

“ทุกวันนี้การส่งออกนกเขาชวาไปต่างประเทศยังคงประสบปัญหาและถูกกีดกัน เพราะทุกประเทศยังห่วงเรื่องโรคไข้หวัดนก หลังจากเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักในปี 2547 ทำให้การส่งออกนกเขาชวาไปประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียต้องหยุดชะงัก เนื่องจากแต่ละประเทศหวั่นนกเขาชวาเป็นพาหนะนำเชื้อโรคไข้หวัดนก ทำให้การส่งออกส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะการลักลอบส่งออก” ดิเรก ระบุ

สพญ.โศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล ผู้อำนวยสำนักสุขศาสตร์และสุขอนามัยที่ 9 จังหวัดสงขลา (ภาคใต้ตอนล่าง) บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และตัวแทนเอกชนประเทศอินโดนีเซีย ลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มนกเขาชวาในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศอินโดนีเซียด้านระบบบริหารจัดการฟาร์มนกเขาชวาของไทย โดยเฉพาะการควบคุมโรคไข้หวัดนก นำไปสู่การประสานความร่วมมือในการรื้อฟื้นการส่งออกนกเขาชวาของไทยไปยังประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดรองรับที่สำคัญอีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดมาตั้งแต่ปี 2547 เนื่องจากไทยและกลุ่มประเทศเอเชียเกิดการปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาด

สพญ.โศภิษฐ์ บอกต่อว่า ตัวแทนปศุสัตว์และภาคเอกชนประเทศอินโดนีเซีย มีความพอใจในการพัฒนาฟาร์มนกเขาชวาของไทย ที่มีมาตรฐานและมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก กรมปศุสัตว์จะเร่งดำเนินการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้กับผู้เลี้ยงนกเขา ในระบบการจัดการฟาร์ม การเลี้ยง และการควบคุมโรคให้เป็นมาตรฐาน ทางกรมปศุสัตว์จะออกหนังสือรับรองให้กับเจ้าของฟาร์ม เพื่อยืนยันว่าอยู่ภายใต้ระบบการจัดการฟาร์มสัตว์ปีกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ มีมาตรการควบคุมโรคและการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง จะเป็นใบเบิกทางและช่วยสร้างความมั่นใจในการส่งออกสัตว์ปีกให้กับประเทศคู่ค้า

จุ๊กกรู จุ๊กกรู กู่อาเซียนพันล้าน

 

“การกลับมารื้อฟื้นธุรกิจการส่งออกนกเขาชวาของไทยให้กลับมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ ในการส่งออกของไทยที่มีมูลค่ามหาศาล โดยตลาดรองรับที่สำคัญ คือ ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน และเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้เลี้ยงในประเทศต่างๆ ทั่วโลก คาดว่าภายในต้นปี 2556 จะสามารถกลับมาส่งออกนกเขาชวาได้อีกครั้ง ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินตราที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ” สพญ.โศภิษฐ์ กล่าวด้วยความมั่นใจ

จิระวัฒน์ นาวัง ผู้เลี้ยงนกเขาชวาใน จ.นราธิวาส บอกว่า การเลี้ยงนกเขาชวา ถ้าเลี้ยงกันอย่างมืออาชีพและได้มาตรฐาน บางรายจะมีรายได้มากกว่า 2 ล้านบาท เพราะบางรายเคยจำหน่ายได้ตัวละ 1 ล้านบาท และราคานกเขาชวาเคยมีราคาสูงสุดถึง 1.7 ล้านบาทต่อตัว สำหรับนกเขาชวาตามตลาดทั่วไปจะมีราคาโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 50 บาท จนถึง 1 ล้านบาท แต่ราคาที่ตลาดต้องการมากที่สุด ในขณะนี้ราคาคู่ละ 5 หมื่นบาท ซึ่งประกอบด้วยตัวเมียและตัวผู้

ตลาดนกเขาชวาประสบกับภาวะเงียบมาหลายปีนับตั้งแต่ไข้หวัดนกแพร่ระบาด อย่างไรก็ตามในตลาดนกเขาชวาไม่เคยปรากฏว่ามีไข้หวัดนกปรากฏขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากนกกินข้าวเปลือกกับยอดหญ้าเป็นอาหารหลัก ในส่วนของยอดขายที่ผ่านมาก็พอขายได้ แม้จะมีปัญหาเรื่องการนำเข้าส่งออกก็ตาม ปัจจุบันผู้เลี้ยงนกเขาชวารายใหญ่ คือ จ.สงขลา รองลงมาคือยะลา ตามด้วยปัตตานีและนราธิวาส หลังจากเปิดเสรีประชาคมอาเซียนจะทำให้ธุรกิจนกเขาชวาเต็มไปด้วยความคึกคักและมีมูลค่าตลาดจะพุ่งขึ้นนับพันล้านบาทเลยทีเดียว


 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน