
อาเซียนต้องเป็นกลาง
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กัลฟ์นิวส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงความเห็นต่อประเด็นการแข่งขันกันแผ่ขยายอิทธิพล
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กัลฟ์นิวส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงความเห็นต่อประเด็นการแข่งขันกันแผ่ขยายอิทธิพล
ของสหรัฐกับจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ว่า บรรดาชาติต่างๆ ในอาเซียนจะต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นสมรภูมิการเผชิญหน้าระหว่าง 2 มหาอำนาจของโลก ด้วยการตระหนักถึงศักยภาพที่มีอยู่ รวมถึงกลไกต่างๆ ที่เป็นอยู่อย่างอิสระ และจะต้องวางตัวให้เหมาะสมไม่ให้ถูกครอบงำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ดี
สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังจากแดนอาหรับให้เหตุผลว่า ด้วยความที่อาเซียนกำลังกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในทางเศรษฐกิจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สหรัฐกับจีนจะพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับภูมิภาคนี้ เพื่อตักตวงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการค้า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาพเศรษฐกิจโลกและในแต่ละประเทศกำลังเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างหนัก
ดังเห็นได้จากการที่ ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วงการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ออกมาเรียกร้องให้บรรดาชาติสมาชิกอาเซียนสมัครสมานสามัคคีกันเพื่องัดข้อกับจีน จากกรณีความขัดแย้งด้านพรมแดนในทะเลจีนใต้
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าคลินตันจะออกมาเน้นย้ำภายหลังว่า การแก้ปัญหาจะต้องใช้แนวทางการทูตเป็นหลักและหลีกเลี่ยงการข่มขู่คุกคามที่จะนำไปสู่การใช้กำลัง แต่กลวิธีเหล่านี้คือการเดินเกมการเมืองที่เป็นการส่งนัยว่า สหรัฐต้องการเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้
ด้วยเหตุนี้กัลฟ์นิวส์จึงเตือนว่า ภูมิภาคอาเซียนอาจกลายเป็นสมรภูมิในการเผชิญหน้าทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่าง 2 มหาอำนาจของโลกได้ หากจีนเห็นว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นภัยร้ายแรงต่อจีนขึ้นมา
ฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือ อาเซียนจะต้องตระหนักถึงศักยภาพที่มีอยู่ และวางตัวเป็นกลางไม่ให้ถูกครอบงำจากสหรัฐหรือจีนเพียงฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว อีกทั้งจะต้องตัดสินใจในการดำเนินความสัมพันธ์กับ 2 มหาอำนาจนี้ให้เหมาะสม







