
เฝ้าระวังน้ำท่วม17จุด ยัน'เอาอยู่'...ทดสอบระบายน้ำ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.เตรียมมาตรการรับมือการซ้อมแผนระบายน้ำ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.เตรียมมาตรการรับมือการซ้อมแผนระบายน้ำ
ฝั่งตะวันออก ในวันที่ 7 ก.ย. โดยกำหนดจุดที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังทั้งสิ้น 13 จุด และจุดเสี่ยงที่น้ำอาจท่วมอีก 4 จุด
ทั้งนี้ พื้นที่เฝ้าระวัง 13 จุดคือ เขตสายไหม 2 จุด ได้แก่ 1.ถนนสายไหมและชุมชนริมคลอง 2.ถนนพหลโยธิน ตลาดสะพานใหม่ชุมชนใต้สะพาน เขตหลักสี่และเขตบางเขน 1 จุด ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะและชุมชนริมคลอง เขตจตุจักรและเขตบางเขน 3 จุด
ได้แก่ 1.ถนนพหลโยธินตอนคลองบางบัวและชุมชนริมคลอง 2.ถนนประเสริฐมนูกิจบริเวณบ่อสูบน้ำชุมชนริมคลอง 3.ถนนเสนานิคมบริเวณบ่อสูบน้ำและชุมชนริมคลอง เขตลาดพร้าว 3 จุด ได้แก่ 1.ชุมชนริมคลองบางบัวจากถนนประเสริฐมนูกิจถึงแยกวังหิน 2.ถนนโชคชัย 4 ซอยเสือใหญ่ประชาอุทิศและชุมชนริมคลอง 3.วัดลาดพร้าวและชุมชนริมคลอง เขต ลาดพร้าว 4 จุด
ได้แก่ 1.ถนนลาดพร้าวและชุมชนริมคลอง 2.ถนนลาดพร้าว 64 และถนนสุทธิสาร 3.ถนนลาดพร้าว 80 แยก 22 และซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 26 และ 4.ถนนประชาอุทิศ
ขณะที่พื้นที่จุดเสี่ยง 4 จุด ได้แก่ 1.ชุมชนพัฒนาหมู่ 1 เขตสายไหม 2.ชุมชนบางบัว เขตบางเขน 3.ชุมชนวัดลาดพร้าว เขตลาดพร้าว 4.ชุมชนตรงข้ามวัดลาดพร้าว เขตจตุจักร
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงที่มีการโจมตีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า กทม.ลักไก่เปิดระบายน้ำก่อนที่จะมีการซ้อมจริง เพราะได้ประสานกับกรมชลประทานมาตลอดว่าจะมีการซ้อมย่อยในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ย.
“น่าเสียดายมากที่การกล่าวหาลักษณะนี้ เป็นการทำลายบรรยากาศความร่วมมือระหว่าง กทม.กับรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ก็ไม่เคยมาถาม กทม.เลยสักนิด แต่ไม่เป็นไร ผมถือว่าโตๆ กันแล้ว” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตการทดสอบระบายน้ำวันที่ 7 ก.ย. ว่าจะเป็นการยกภาระให้ กทม.รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกในความรับผิดชอบของกรมชลประทานไม่มีการเปิดเครื่องสูบน้ำเลย ดังนั้นหากจะมีการทดสอบจริงก็ควรจะทดสอบให้ทั่วถึงทั้งระบบ ไม่ควรเลือกปฏิบัติ
ด้านปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. กล่าวว่า จะไม่เกิดอุบัติเหตุจากการทดลองระบายน้ำ หากมีฝนตกเกิน 30 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงจะสั่งหยุดทันที
“ปีนี้น้ำจะไม่ท่วมและหากถามว่าจะเอาอยู่หรือไม่ ก็ขอตอบว่า จะบริหารจัดการได้” ปลอดประสพ กล่าว
ปลอดประสพ ระบุว่า มีแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม ดังนี้ 1.ทำฟลัดเวย์ให้น้ำไหลออกทางด้านข้างเป็นลักษณะทางเบี่ยงถนนวงแหวน 2.อย่ากักน้ำ 3.แก้ไขการบุกรุกและรุกล้ำแม่น้ำลำคลอง โดยได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ กทม.และกระทรวงมหาดไทยเอาคนบุกรุกออก และให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สร้างแฟลตให้อยู่ ซึ่งอาจใช้เวลา 5-10 ปี ขณะที่พื้นที่ริมคลองจะสร้างเขื่อน ถนนแทน
5.จะทำคลองใน กทม.จำนวนมาก เป็นระบบเชื่อมต่อในการระบายน้ำ โดยเสริมระบบดูดน้ำ ซึ่งจะยึดต้นแบบของเมืองเวนิซมาเป็นแบบอย่าง
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ทางจังหวัดได้เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า ที่อาคารศาลากลางจังหวัดเตรียม รับมือสถานการณ์น้ำท่วม
ขณะที่ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ชี้แจงว่า สาเหตุน้ำท่วมนาปรังกว่าพันไร่ ไม่เกี่ยวกับการทดลองการระบายน้ำของรัฐบาล แต่เป็นเพราะพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองธรรมชาติ อีกทั้งมีการทำนาล่าช้ากว่ากำหนด และฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง







