
ให้กู้เอสเอ็มอีฝืดโทษการเมือง
แบงก์รัฐระบุชอบสั่งด้วยวาจาเป็นหนี้เสียเล่นงานเจ้าหน้าที่
แบงก์รัฐระบุชอบสั่งด้วยวาจาเป็นหนี้เสียเล่นงานเจ้าหน้าที่
แบงก์รัฐวิ่งวุ่น ปล่อยกู้เอสเอ็มอี หลังโดนกิตติรัตน์สั่งไขก๊อกปล่อยกู้เพิ่ม
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารยังปล่อยกู้ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ตามปกติ ไม่ได้ชะลอหรือหยุดการปล่อยสินเชื่อ แต่ด้วยโครงสร้างของธนาคารที่เน้นลูกค้ารายย่อยมากกว่า จึงทำให้สัดส่วนสินเชื่อของเอสเอ็มอีไม่สูงนัก
ทั้งนี้ แม้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันค่อนข้างชะลอตัวจนอาจทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าธนาคารจะชะลอสินเชื่อและเข้มงวดในการให้กู้มากขึ้นนั้น ยืนยันว่ามีหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากฝ่ายนโยบายโดยตรงในการให้เพิ่มสัดส่วนการปล่อยกู้ธุรกิจเอสเอ็มอี จึงยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก แต่หากรัฐบาลมีนโยบายให้ธนาคารขยายสินเชื่อเอสเอ็มอี ธนาคารก็พร้อมดำเนินการ
สำหรับตัวเลขสินเชื่อของธนาคารออมสิน ณ สิ้นเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 1.48 ล้านล้านบาท เป็นการปล่อยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 5-6% ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่จะมีสัดส่วนราว 7-10% ที่เหลือจะเป็นสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย
แหล่งข่าวจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า หลังจากที่นายโสฬส สาครวิศว อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคาร ถูกคณะกรรมการธนาคารสั่งเลิกจ้าง โดยกล่าวหาว่ามีการปล่อยสินเชื่อหละหลวม ทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากจนทำให้ธนาคารเสียหาย
เรื่องดังกล่าวทำให้พนักงานธนาคารไม่กล้าให้กู้กับลูกค้าที่ไม่แน่ใจว่าปล่อยกู้ไปแล้วจะกลายเป็นหนี้เสียภายหลังหรือไม่ กลัวจะมีโอกาสโดนโทษทางวินัยทั้งที่เป็นการปล่อยกู้ให้ตามนโยบายกระทรวงการคลัง แต่ผู้ใหญ่มักจะสั่งการโดยปากเปล่า ไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการมา พนักงานจึงไม่มีหลักฐานมาต่อสู้เมื่อเกิดปัญหา
“หลังจากที่ถูก รมว.คลัง ตำหนิ ทางธนาคารก็พยายามออกไปหาลูกค้า บางคนก็กลับไปหาลูกค้าเก่าขอให้ขยายวงเงินกู้ ต้องเบ่งสินเชื่อออกมาให้ได้ตามนโยบาย แต่ไปให้กับลูกค้าใหม่ก็กลัวเสี่ยง ฉะนั้น ปัญหาธนาคารของรัฐไม่ให้สินเชื่อมาจากการปัดความรับผิดชอบจากฝ่ายการเมือง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์แข่งกันออกหาลูกค้าและตัดราคากัน ซึ่งเอสเอ็มอีแบงก์มีแหล่งต้นทุนเงินที่สูงกว่าเพราะรับเงินฝากไม่ได้ ลูกค้าที่ดีก็โดนดึงไปหมด ลูกค้าไม่ดีก็เสี่ยง ต้องให้ทางบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มบทบาทในการค้ำประกันเงินกู้ให้ลูกค้าเอสเอ็มอี
กระทรวงการคลัง ระบุว่า ใน 7 เดือนของปีนี้ ธนาคารรัฐปล่อยกู้เอสเอ็มอีเพียง 2.16 แสนล้านบาท ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้ถึง 3.27 ล้านล้านบาท







