posttoday
ล้างบาง3โกง

ล้างบาง3โกง

01 กันยายน 2555

"ผมอยากให้ถึงนักการเมือง อยากให้เป็นเคสตัวอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่เราจะได้ แต่มั่นใจว่าเราจะเห็นร่องรอยทางการเงินอย่างแน่นอน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2551 ถ้าดำเนินการก็ต้องดำเนินการหมด"

"ผมอยากให้ถึงนักการเมือง อยากให้เป็นเคสตัวอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่เราจะได้ แต่มั่นใจว่าเราจะเห็นร่องรอยทางการเงินอย่างแน่นอน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2551 ถ้าดำเนินการก็ต้องดำเนินการหมด"

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว      

ล้างบาง3โกง

เชื้อทุจริตลุกลามทุกอณูพื้นที่ ล่าสุดองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติจัดลำดับประเทศมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยประเทศไทยครองลำดับที่ 80 จาก 183 ประเทศทั่วโลก สะท้อนสถานการณ์น่าเป็นห่วง ขณะที่รัฐบาลเพิ่งเหยียบคันเร่งนโยบายปราบคอร์รัปชันช่วงท้ายการทำงานครบ 1 ปีมานี่เอง
         
ยิ่งมองผ่านกลไกภาครัฐ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) มา 5 ปี เป็น 5 ปีท่ามกลางเสียงวิจารณ์เงียบงันเสียเหลือเกิน
         
ทว่าหลัง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิรับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. เขาก็พยายามลบคำสบประมาทด้วยวิธีการปราบโกงตามแบบฉบับไม่เหมือนใคร
         
พ.ต.อ.ดุษฎี ตั้งธง 3 เรื่องสำคัญนั่นคือ การโกงภาษี การใช้งบประมาณแผ่นดินโดยมิชอบ และการโกงทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าละทิ้งคดีทุจริตเล็กๆ น้อยๆ แต่การจัดหนัก 3 โกงย่อมมีเหตุผล?
         
"ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทพูดถึงในแง่ธุรกิจมีการลงทุนกี่บาทกี่สตางค์ เราได้ผลผลิตอะไรคืนมาบ้างเราตอบโจทย์ไม่ได้ เหมือนกับว่าคนกำลังตั้งใจดูการทำงานเราอยู่ เสร็จเรียบร้อยมวยล้มหรือเปล่า มันทำไปเท่านั้นเอง ทั้งที่ทุจริตสร้างความเสียหายนับพันหมื่นล้านแต่ตรวจสอบแค่เจ้าหน้าที่รักษาเงินหลวงยักยอกเงินหมื่นกว่าบาทซึ่งไม่ใช่เราไม่ทำนะ" พ.ต.อ.ดุษฎี แจงหลักการทำงาน
         
"ในที่สุดเรามาดูว่าสิ่งสำคัญประเทศมี 3 จุดด้วยกัน การจัดเก็บภาษีเป็นงบประมาณแผ่นดิน การใช้งบประมาณอย่างถูกต้องหรือไม่ และการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ"
         
จากการดำเนินคดี 3โกงทำให้สื่อมวลชนต้องหันกลับมามองการทำงาน ป.ป.ท.ทันที มีการต่อสายสอบถามความคืบหน้าเป็นระยะ เริ่มจากกรณีโกงทรัพยากรธรรมชาติ ป.ป.ท.ได้รับการแจ้งเบาะแสมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบพื้นที่เกาะภูเก็ตโยงใยนักการเมือง ข้าราชการ และอดีตข้าราชการระดับสูงร่วมกระทำผิด 10 ราย ต่อมายังพบความพยายามแกนนำคนเสื้อแดงภาคกลางข่มขู่เจ้าหน้าที่ให้ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ แต่เมื่อพ.ต.อ.ดุษฎีลงไปไล่รื้อคดีทำให้ขบวนการดังกล่าวต้องถอยกรูดแม้จะมีความพยายามไปวิ่งเต้นผ่านคนในรัฐบาลแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเห็นการทำงานตรงไปตรงมาของเลขาฯ ป.ป.ท.
         
เหตุผลที่ ป.ป.ท.ต้องดำเนินการที่ จ.ภูเก็ตก่อน พ.ต.อ.ดุษฎี บอกว่า "เพื่อจุดประกายให้คนทั่วประเทศได้มองเห็นว่า อย่างนี้ทำไม่ได้แล้วนะ ขนาดที่นี้ยังโดนเลย จับที่ภูเก็ตก่อน เนื่องจากเป็นจุดที่เราได้รับความสนใจจากภาคประชาชน ภาคราชการด้วยกัน เพราะคนทำผิดต้องเป็นข้าราชการระดับสูงแน่นอน คนที่เซ็นอนุญาตออกเอกสารสิทธิคือผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ เท่านั้น คนที่ทำผิดต่อไป คือ ช่างรังวัด พวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ที่ดิน เกี่ยวข้องเพราะเอกสารเหล่านี้เวลาบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติจำเป็นต้องออกโฉนดและแปลงเป็นทุนได้ สร้างมูลค่าเพิ่มได้"
         
เลขาฯ ป.ป.ท. บอก นอกจากอดีตผู้ว่าฯ บางคนออกเอกสารให้ตัวเอง บางกรณีออกให้ภรรยาช่างรังวัด มีการขยายผลไปถึงคนระดับมีฐานะการเงินค่อนข้างดี ซึ่งขบวนการแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นในสังคมไทย แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว
         
"ผมถึงบอกว่าจำเป็นต้องหยุดการกระทำเหล่านี้แล้วที่เหลือในอดีต 200 แปลง ต้องเคลียร์ให้หมด ยังไม่รวม จ.พังงา กระบี่ และตรัง จึงเป็นที่มาของการลงนามข้อตกลง 5 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และป.ป.ท. เพื่อเซตปัญหาขึ้นมาพื้นที่ภาคเหนือมีที่ไหน ภาคตะวันออกมีตรงไหน ลงไปตรวจสอบพร้อมๆ กัน"
         
ผลต่อเนื่องจากคดีพื้นที่ภูเก็ตทำให้ พ.ต.อ.ดุษฎีได้เดินทางเข้าพบ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ เพื่อส่งผ่านข้อมูลถึงนายกรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานพฤติการณ์ของข้าราชการแต่ละรายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหวังว่าถ้าจะโยกย้ายใครก็ดูข้อมูลส่วนนี้ประกอบด้วย ไม่ใช่นำข้าราชการมีมลทินไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญ
         
โกงที่สองคือ
กรณีโกงภาษี พ.ต.อ.ดุษฎีดำเนินการกับข้าราชการกรมศุลกากร 108 รายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลี่ยงภาษีรถยนต์หรูนำเข้าจากต่างประเทศ 1,680 คัน ผลการตรวจสอบพบเส้นทางโยงใยจากข้าราชการถึงเอกชน ทำให้รถพันกว่าคันต้องจอดทิ้งไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือลาดกระบังขณะที่เจ้าของเต็นท์รถพยายามวิ่งเต้นผ่านนักการเมืองให้นำรถออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ ซึ่งก็ไม่ต่างกับกรณีออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ เลขาฯป.ป.ท. ทราบความเคลื่อนไหวหมดว่ามีความพยายามวิ่งเต้นผ่านนักการเมืองคนใดบ้างให้นำรถออกจากท่าเรือ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
         
"เราตรวจสอบพบว่า ปีหนึ่งที่เข้ามาหมื่นกว่าคันสำแดงราคาต่ำกว่าอย่างมีพิรุธ40-60% กระบวนการจะมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรคอยสอบเอกสารทางภาษีผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ จู่ๆ ก็กดผ่านไปง่ายๆ ซึ่ง ป.ป.ท.มาวิเคราะห์ ปรากฏว่าคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้เขาเรียกว่า เจ้าหน้าที่ระดับดารา กล่าวคือ จะรับตรวจสอบราคารถมากกว่าใครเพื่อนจึงทำให้เริ่มมีพิรุธ เมื่อตรวจใบอินวอยส์กำหนดราคาพบว่าปลอมทั้งสิ้น ป.ป.ท.ส่งให้ต่างประเทศดูก็ตอบว่า บริษัทอังกฤษไม่เคยส่งรถมาที่ไทย บางบริษัทนำเข้ารถมาในประเทศไทยพบว่าเป็นห้องแถว ทาวน์เฮาส์ แสดงว่าถ้าเรียกภาษีเพิ่มเติมไม่ได้เพราะบริษัทปิดกิจการไปแล้ว"
         
"ผมทำหนังสือถึงอธิบดีกรมศุลกากรและรมว.คลัง ถ้าจะรับราคารถขอให้ใช้หลักฐานที่ประเทศอังกฤษในการซื้อขายกันจริง เช่นใบขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มขณะนำออกจากประเทศอังกฤษ จะได้รู้เลยว่าซื้อขายกันเท่าไรแต่ยังเงียบอยู่ เช็กแล้วว่าอธิบดีกรมศุลกากรได้รับแล้ว เอกสารตัวนี้อยู่ในห้อง รมว.คลังแล้ว"
         
เมื่อถามว่าปลายทางมีขบวนการนักการเมืองเกี่ยวข้องใช่ไหม เลขาฯ ป.ป.ท. ยอมรับ "ใช่" พอ ป.ป.ท.สืบสวนไประยะหนึ่ง มีเบาะแสมาอีกว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้สองรัฐบาลมีใครอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลนี้ใครอยู่เบื้องหลังข้าราชการระดับสูงมอบหมายให้ข้าราชการระดับ 7 ไปเก็บเงินจุดไหน อย่างไรก็ตาม ถ้าตราบใดพยานหลักฐานไปไม่ถึงให้ความเป็นธรรมเขาก่อน แต่ถ้าหลักฐานถึงก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว"
         
"ผมอยากให้ถึงนักการเมือง อยากให้เป็นเคสตัวอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่เราจะได้ แต่มั่นใจว่าเราจะเห็นร่องรอยทางการเงินอย่างแน่นอน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2551 ถ้าดำเนินการก็ต้องดำเนินการหมด"
         
โกงสุดท้ายโกงงบประมาณ เลขาฯ ป.ป.ท.เปิดเผย กำลังดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อ7,500 ล้านบาท ให้กับบริษัทเอกชนที่นำตั๋วสัญญาสั่งซื้อข้าวจากสวิตเซอร์แลนด์มาค้ำประกัน ซึ่งเป็นตั๋วสัญญาปลอมทั้งสิ้น แต่บอร์ดธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อไปได้อย่างไร
         
เลขาฯ ป.ป.ท. เล่าว่า นอกจากธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อ7,500 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์อีก 4 แห่ง ก็ปล่อยสินเชื่อให้กับเอกชนรายดังกล่าว รวมความเสียหายทั้งหมดกว่าหมื่นล้านบาท โดย ป.ป.ท.จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ธนาคารของรัฐก่อนส่งให้ ป.ป.ช.เพื่อขยายผลดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ธนาคารเอกชนต่อไป
        
 พ.ต.อ.ดุษฎี เล่าเบื้องหลังเรื่องนี้ว่าเริ่มปี 2547 ตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นรองอธิบดีดีเอสไอเมื่อธนาคารแห่งหนึ่งได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับดีเอสไอเรื่องฉ้อโกง
         
"ผมไม่รู้เรื่องมาก่อนแต่วันดีคืนดีเขาขอถอนคำร้องทุกข์มูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้าน ดูแล้วมันมีพิรุธ จึงเริ่มรื้อสัญญาเงินกู้ เห็นสัญญาซื้อข้าว ช่วงจังหวะนั้นผมทำงานด้านการสอบสวนกับตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ในเรื่องแจ้งเบาะแสกลุ่มก่อการร้ายพอดี เหมือนมีหนี้บุญคุณกัน พอผมเห็นเอกสารเรื่องข้าวสวิสปลอมแน่ จึงประสานตำรวจสวิสสืบ เขาตอบมาอย่างรวดเร็วว่าเป็นเอกสารปลอม จึงเป็นที่มาของคดีนี้ทั้งหมด ซึ่งดีเอสไอรับดำเนินคดีเอกสารปลอมไปแล้ว แต่ยังไม่มีใครดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อเป็นต้นแบบให้ธนาคารพาณิชย์อื่นด้วย"
         
"ถ้าเราไม่ทำตอนนั้น สักพักใครมีอำนาจทางการเมืองก็ทำแบบนี้อีก"เลขาฯ ป.ป.ท.ทิ้งประเด็นไว้อย่างน่าสนใจ ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวในเร็ววันนี้
         
ไม่กลัวชนตอ

ล้างบาง3โกง

การปักธงไล่ปราบทุจริตแต่ละเรื่องไม่อาจปฏิเสธได้ว่าต้องเผชิญขาใหญ่ ซึ่งสุดท้ายหนีไม่พ้น "นักการเมือง" จึงมีคำถามตามมา ไม่กลัวชนตอหรือ เลขาฯ ป.ป.ท. ตอบ ชีวิตทำงานตั้งแต่ ร.ต.ต.จนถึงปัจจุบัน เจอคดีประเภทนี้มาตลอด และทำตรงไปตรงมาดีที่สุด ผู้รักษากฎหมายหรือนายตำรวจคนไหนที่อยู่ไม่ได้ คือว่ารับผลประโยชน์ไปด้วยแล้วทำงานไปด้วยในเวลาเดียวกัน จะมีปัญหา แต่ถ้าทำงานในมาตรฐานเดียวกัน มีกฎเกณฑ์อยู่แล้วว่าอะไรถูกอะไรผิด เราทำสิ่งที่ถูกก็จบแล้ว และในอนาคตตรวจสอบย้อนหลังเราทำสิ่งที่ถูกต้อง
         
"ปัญหาของข้าราชการปัจจุบันทำถูกใจผู้บังคับบัญชา ถูกใจนักการเมือง แต่พอเปลี่ยนผู้บังคับบัญชา นักการเมือง สิ่งที่ถูกใจกลับมาเล่นงานตัวเอง เดือดร้อนไหม ก็ต้องเดือดร้อนเพราะฉะนั้นยากที่จะทำให้สังคมไทยเปลี่ยนจากข้ามวันข้ามคืนจากดำเป็นขาว แต่ต้องเปลี่ยนจากครอบครัว ในโรงเรียน ในกองบัญชาการ ในหน่วยงาน จนไปสู่ระดับประเทศโดยเฉพาะเริ่มจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมาจากเลือกตั้งและโตมาเรื่อยถึงระดับประเทศเหมือนเมืองจำลองก็ต้องเริ่มจัดการตั้งแต่ตรงนี้ และต้องให้เด็กรุ่นใหม่เห็นถึงความสำคัญการปราบปรามทุจริต เพราะเด็กมีปัญหายาเสพติด ติดเกม ร้านเหล้า แต่ไม่มีใครปลูกฝังให้ดำเนินชีวิตให้ซื่อสัตย์สุจริตถ้าดำเนินการตรงนี้ได้ ผมมั่นใจต่อไปในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้"
         
ตามโครงสร้างบริหารราชการแผ่นดินป.ป.ท. สังกัดกระทรวงยุติธรรม มองได้ว่าอยู่ใต้อันเดอร์การเมือง ซึ่ง พ.ต.อ.ดุษฎี ไม่เคยคิดว่าเป็นปัญหา แต่เขามองไกลกว่านั้น
         
"สังคมไทยหลายภาคส่วนมองปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องธรรมดาเป็นที่ยอมรับแล้วตัวนี้เราไม่สามารถแก้สังคมไทยได้ ไม่สามารถแก้คนที่รับราชการมาเกือบทั้งชีวิตมาเปลี่ยนวิถีชีวิตเขา แต่เราจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างขึ้นมาให้เห็นว่า ป.ป.ท. คือเครื่องมือหนึ่งที่เป็นกลไกของรัฐรับผิดชอบป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วว่าดำเนินการปราบปรามการทุจริตภาครัฐอย่างจริงจัง พูดแค่นี้คือประโยคที่รัฐบาลต้องทำ และเราเป็นเครื่องมือรัฐบาลเราต้องทำไป"
         
"เพราะฉะนั้น ถ้าจะเจออะไรก็คือธรรมชาติผู้กระทำความผิดในระดับนี้ ถ้าไม่มีข้าราชการร่วมเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่นายทุน ผู้มีอิทธิพล หรืออะไรก็ช่างเถอะ จะไม่รู้จักนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง เมื่อมีผลกระทบขึ้นมา เป็นธรรมดาที่เขาต้องวิ่งเต้นไปหาคนที่เขารู้จักเพื่อติดต่อให้ดำเนินการสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่มาตรฐานของ ป.ป.ท. ผมคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอว่า คุณทำงานต้องมีมาตรฐาน ต้องรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก คุณอย่าไปดูชื่อว่าเขาเป็นใครจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล"
         
พ.ต.อ.ดุษฎี เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใดก็ตามมีการทุจริตคอร์รัปชันก็ต้องถึงกาลอวสาน "ลองตรวจสอบย้อนหลังไปสิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต รัฐบาลอยู่ไม่ได้ทั้งสิ้นเลย เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้น จะมีการชิงยุบสภาก่อน มีการลาออกของนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องทุจริตทั้งสิ้นดังนั้นเราจึงดำเนินการมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสีเสื้อระดับไหนยิ่งเขามอง ป.ป.ท.เป็นเครื่องมือรัฐบาลโดยรัฐบาลเราไม่ทำอย่างนั้นไม่ได้ จำเป็นอย่างยิ่งมาตรฐานเดียวกัน ยิ่งพวกเดียวทำผิดต้องทำให้เป็นหลักเลย ไม่งั้นรัฐบาลอยู่ไม่ได้"
         
จุดเปลี่ยนชีวิตจับ'บิ๊กการเมือง'
         
พรรคพวกที่สนิทมักเรียก พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ว่า "หมวดโด่ง"เริ่มต้นชีวิตทำงานจากการเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ก่อนขยับเป็นหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เฉียดตายเกิดขึ้นเมื่อครั้ง
         
ล่อซื้อยาเสพติดตะเข็บชายแดน จ.แม่ฮ่องสอนฝ่ายตรงข้ามยิงเอ็ม 79 เข้าใส่แต่ไม่ระเบิดเจ้าตัวรอดตายสร้างขวัญกำลังใจให้ลูกน้องได้ทำหน้าที่กวาดล้างยาเสพติดต่อไป
         
ฝีไม้ลายมือแบบคาดไม่ถึงของนายตำรวจรายนี้ยังนำภรรยาไปล่อซื้อยาเสพติด         

ล้างบาง3โกง

"ขณะนั้นเป็นแฟน เขาพูดภาษาจีนได้จึงพาไปด้วย เราก็ดูนะคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตยอมรับเราได้ไหมที่มาทำงานตรงนี้ เขาก็ไปช่วยและล่อซื้อได้ 40 กิโลกรัม" หมวดโด่งเล่าถึงผลงานครั้งนั้นนำไปสู่การแต่งตั้งเป็นผู้กำกับยาเสพติดคุม 17 จังหวัด
        
ทว่า เส้นทางสีกากีไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อผู้ใหญ่รายหนึ่งอยากย้ายเด็กนักการเมืองนั่งตำแหน่งของเขา เพราะเห็นว่าตำแหน่งผู้กำกับ

การยาเสพติดได้รับโปรโมตเร็ว ทำให้ พ.ต.อ.ดุษฎีโดนเด้งไปเป็นผู้กำกับการฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.)เจ้าตัวยอมรับ "สองเดือนแรกทำใจไม่ได้ แต่เมื่อมารับงานใหม่ต้องศึกษาคดีต่างๆ ที่ผ่านมาจนกระทั่งได้รับออร์เดอร์จาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง(รอง ผบก.ป.ขณะนั้น) ให้ติดตามคดีผู้มีอิทธิพล"
         
"คำถามแรกท่านทวีถามผม มึงรู้จัก สุภาพสีแดง มั้ย กูไม่รู้จักไปเช็กหน่อย เป็นนักค้ารายใหญ่คลองเตย ผมใช้เวลา 3 เดือนเช็กเครือข่ายทั้งหมด ทราบใครอยู่เบื้องหลัง มีนักการเมืองทนายความ คนในเรือนจำ ในที่สุดก็ส่งกองปราบฯ ไปค้นบ้านเครือข่ายเจอหลักฐานทางการเงิน ก่อนออกหมายจับในที่สุด ผลการจับกุมสุภาพ สีแดง ภายในเดือนยึดได้ 400-500 ล้านบาท ปีเดียวกัน จับ แดง บ่อพลอย ยึดทรัพย์ได้ประมาณ 1,000 กว่าล้าน"
         
กระทั่ง พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ สมัยเป็นรอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลชักชวนมาร่วมทีม สามารถจับกุม สมชายคุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ สจ.ออด จ.ลำปาง
         
แต่ที่เป็นผลงานนำไปสู่จุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญ คือ การจับกุม "ชาดา"
        
"ครั้งนั้นมีคดีชาดา ไทยเศรษฐ์ (สส.อุทัยธานีพรรคชาติไทยพัฒนา) คดีจ้างวานฆ่า ที่ไม่ธรรมดาคือว่าเราใช้ชุดคอมมานโดตำรวจปราบปรามยาเสพติด เราใช้ชุดวิเคราะห์ข่าวซึ่งเป็นตำรวจหญิงทำงานร่วมกับผมในสำนักงานนำไปนั่งประกบมือปืนเขา และคุณชาดานั่งอยู่อีกโต๊ะที่ผู้ใหญ่ล่อมาให้จับ ชุดที่ลงรถมาจับถ้าเราทำไม่ดีมือปืนยิงกันแน่ เพราะฉะนั้นตำรวจหญิงที่เป็นลูกน้อง ซึ่งผมสอนยุทธวิธีเอาปืนจี้พวกนี้ยอมจำนนโดยดี เราเข้าจับโดยละม่อม"
         
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวถึงชาดาว่า "เรื่องของการทำหน้าที่คือหน้าที่ แต่ถึงวันนี้ผมถือว่าคุณชาดามีน้ำใจมาก ตอนน้ำท่วมใหญ่ เขาเป็นคนเดียวที่ใจถึง ส่งทรายมาช่วยหมู่บ้านเมืองเอก ไม่งั้นเมืองเอกจะถูกน้ำท่วมสูงอีก 2 เมตร ผมยอมรับว่าวันหนึ่งคุณยังใช้ได้" คำบอกเล่า พ.ต.อ.ดุษฎี มีขึ้นก่อนเกิดเหตุลอบยิงลูกชายชาดาในเวลาต่อมา
         
ทั้งนี้ ชาดา เคยถูกจับกุมในข้อหาจ้างวานฆ่าสมเกียรติ จันทร์หิรัญ เลขานุการของ ประแสงมงคลศิริ อดีต สส.พรรคไทยรักไทย เหตุเกิดเมื่อปี 2546 ล่าสุดชาดาตกเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อวันที่20 ส.ค. เกิดเหตุลอบยิงที่ ต.หมูสี อ.ปากช่องจ.นครราชสีมา แต่ไปถูก ฟารุต ไทยเศรษฐ์ผู้เป็นบุตรชายเสียชีวิต
         
การจับกุมชาดาในอดีต เป็นคดีที่ พ.ต.อ.ดุษฎีจดจำถึงวันนี้ เพราะขณะนั้นมีเสียงโทรศัพท์จากผู้ใหญ่มาถึง ประโยคปลายสายทำให้เขาต้องตัดสินใจบางอย่าง
         
"ผมติดใจมากที่สุดคือวันที่ผมไปจับเขา(ชาดา) ผมโทรรายงานผู้บังคับบัญชา เขาถามผมว่างัยมั้ย โด่งคุณแน่ใจนะว่าคดีนี้เกี่ยวข้องยาเสพติด โห! อะไรว่ะ เราเป็นตำรวจช่วยเหลือบ้านเมืองขนาดนี้ต้องแบ่งแยกด้วยหรือผู้ต้องหาอะไร ก้าวนั้นสำคัญที่ทำให้ผมตามท่านสมบัติ (อมรวิวัฒน์) มา"
         
ต่อมา พล.ต.อ.สมบัติ ถูกย้ายมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ ก็ดึง พ.ต.อ.ดุษฎี มาทำงานในดีเอสไอด้วย เริ่มเข้ามาเป็น ซี 8 หัวหน้าชุดสะกดรอยงานแรกลงพื้นที่ภาคใต้จับกุมผู้มีอิทธิพลภาคใต้จับกุมผู้ก่อการร้ายคดีฮั้วประมูล และทำคดีบุกรุกที่ดินป่ากระปง นำไปสู่การจับกุม วัฒนา อัศวเหม
         
เพราะผลงานได้รับหนุนนำเป็นรองอธิบดีดีเอสไอก่อนขยับขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท.ตำแหน่งที่ต้องมาทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตที่หนีไม่พ้นต้องเผชิญผู้มีอิทธิพล นักการเมืองอีกครั้ง แต่เลขาฯ ป.ป.ท.ลั่นไม่เคยกลัว
         
"หลายเรื่องแรงขึ้นไม่มีปัญหาถ้าขู่ย้ายผมอาจสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ก็ได้ มีเรื่องให้ผมทำอีกเยอะ ผมไม่กลัว วันไหนที่ผมมีโอกาสต้องทำเต็มที่" นี่คือจุดยืนนักล่าทุจริตส่งสัญญาณถึงบิ๊กการเมือง
        
 ใครจะเป็นรายต่อไป!!!
         

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท